Chevrolet Cruze ดีเซล เทอร์โบ 2.0 ลิตร PDF พิมพ์ อีเมล
highlight
เขียนโดย incarsmagazine   
วันพุธที่ 23 กุมภาพันธ์ 2011 เวลา 13:38 น.

ฝรั่งของแรง จัดหนักอัด Compact Sedan ญี่ปุ่น

เชฟโรเลต ประเทศไทย สื่อสารผ่านทีมประชาสัมพันธ์นำโดยคุณจอย ศศินันท์ ออลแมนด์ ผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์ ประจำประเทศไทย และภูมิภาคอาเซียน บริษัท เจนเนอรัล มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท เชฟโรเลต เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เชิญสื่อมวลชนพิสูจน์สมรรถนะ เชฟโรเลต ครูซ รถ Compact Sedan ระดับโลกรุ่นใหม่ล่าสุดที่จังหวัดเชียงใหม่ บนเส้นทางหลากหลายรูปแบบเพื่อพิสูจน์ขุมพลังขับเคลื่อนเบนซิน 1.8 ลิตร และดีเซลเทอร์โบ 2.0 ลิตร รวมถึงอุปกรณ์อำนวยความสะดวก ความกว้างขวาง ความปลอดภัย และการออกแบบอันพิถีพิถันอเมริกันสไตล์ ถึงความเหมาะสมลงตัวกับวบรรยากาศแบบล้านนาร่วมสมัย และขุนเขาอันงดงามของเมืองเชียงใหม่ การทดสอบลองขับ เชฟโรเลต ครูซ ของสื่อมวลชนในครั้งนี้แบ่งออกเป็นการทดสอบ 2 เส้นทางหลัก คือการทดสอบบนเส้นทางตัวเมืองเชียงใหม่–สะเมิง สำหรับเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 2.0 ลิตร และการทดสอบบนเส้นทางตัวเมืองเชียงใหม่–แม่แตง สำหรับเครื่องยนต์เบนซิน 1.8 ลิตร ทั้งสองเส้นทางเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนได้ทดสอบทั้งขุมพลัง ระบบกันสะเทือน ระบบส่งกำลังเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อม DSC – Driver Shift Control ให้ผู้ขับขี่สามารถเปลี่ยนเกียร์ได้เหมือนเกียร์ธรรมดา เพิ่มความเร้าใจในทุกเส้นทาง

ย้อหน้าข้างต้นเป็นสิ่งที่เชฟโรเลต ประเทศไทย ต้องการให้ผมในฐานะสื่อมวลชนได้สัมผัสกับรถคอมแพกต์ซีดาน นามว่าเจ้า เชฟโรเลต ครูซ ทั้งสองรุ่นเครื่องยนต์ ซึ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2010 ที่ โรงแรม เซ็น ทรารา โดยครั้งแรกที่เผยโฉม เชฟโรเลต ครูซ เผยโฉมต่อชาวโลกเมื่องาน Paris Auto Salon 2008 บรรทัดถัดไปจากนี้เป็นสิ่งที่ผมจะสื่อสารผ่านตัวอักษรไปสู่แฟน อินคาร์ อี แมกาซีน ให้ได้รับทราบความประทบใจในเชฟโรเลต ครูซ คันนี้มากน้อยเพียงใด  หลังจากนกยักษ์จากการบินไทนส่งเราลงแตะพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อหาอะไรรองท้องของมือเช้า คณะข้องเรา (เกือบครึ่งร้อย) จึงแยกย้าเข้าประจำรถ เชฟโรเลต ครูซ ที่ทางเชฟโรเลต ประเทศไทยจัดเตรียมไว้ให้

คันที่ผมได้ทดลองขับเป็นรถธงตัวท๊อป เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 2.0 ลิตร เมื่อเข้าไปนั่งในห้องโดยสารตำแหน่งคนขับ รู้สึกได้ถึงความเป็น “รถฝรั่ง” ที่ถ่ายทอด ดี เอ็น เอมาจากผู้พี่อเมริกันมัสเซิลคาร์อย่าง คอร์เวทท์   อุปกรณ์ทุกอย่างที่ตาเห็นมันหนักแน่นเป็นชิ้นเป็นอัน ประมาณสมบุกสมบัน แต่ดีไซน์“ดูอัล ค็อกพิท” (Dual Cockpit) ไปในทางแฟชั่น มากขึ้นไม่เชยเหมือนเมื่อก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับทูโทนแดงสลับดำของ เบาะนั่งและแผงคอนโซล รวมถึงคอนโซลกลางทรง V-Shape หรูล้ำซึ่งเป็นพื้นที่ติดตั้งชุดเครื่องเสียงเล่น CD 1 แผ่น(น้อยไปมั๊ย) แต่ทีมออกแบบอาจให้ความสำคัญกับอุปกรณ์จัดเก็บและฟังแพลงสมัยใหม่อย่างพวก ตระกูล i (iPod iPhone  iPad ) ทั้งหลายแหล่ จึงทดแทนด้วยการติดตั้ง ช่องเสียบ AUXและ USB รองรับซึ่งก็นับว่าทดแทนกันได้เป็นอย่างดี ในขณะสำรวจตรจสอบภายห้องโดยสารอดไม่ได้ที่จะหลับตานึกถึงตัวเลขมิติตัวถังเปรียบเทียบไปพร้อมๆกัน โดยมีความยาว 4,600 มิลลิเมตร กว้าง 1,790 มิลลิเมตร สูง 1,475 มิลลิเมตร และระยะฐานล้อ 2,685 มิลลิเมตรแล้ว บอกตัวบอกดังๆให้ได้ยินกันทั่วว่า ตัวถังของ เชฟโรเลต ครูซ รู้สึกจะกว้างที่สุดในบรรดา รถยนต์กลุ่ม Compact Sedan หรือ C-Segment ในบ้านเรา

เกือบลืมเล่าเรื่องของอุปกรณ์ไฮเทคฯอย่าง Keyless Entry พร้อมรีโมทคอนโทรลฟังก์ชั่นการทำงานครอบครุมตั้งแต่ เดินเข้าใกล้รถ ก็ปลดล็อก และสั่งล็อกเมื่อเดินจากไปรวมทั้งส่งสัญญาณเชื่อมต่อปุ่มสตาร์ท-สต๊อปเครื่องยนต์ รวมถึง ระบบควบคุมความเร็วคงที่ Cruise Control แต่จะมีมาให้ในรุ่น 1.8 LT ,LTZ และ 2.0 LTZ  เบาะนั่งอย่างที่บอกว่า ทูโทน ออกแนวสปอร์ต ซึ่งแนวนี้จะเป็นแนวกระฉับกระฉับกระเฉง ไม่นิ่มนวลยวบยาบอย่างที่รถครอบครัวชอบเป็น ข้อเสียอาจกระด้างกระเดื่องขัดใจพวกขี่เมื้อยแต่ข้อดีมีเหนือกว่าในเรื่องของฟิลลิ้งการขับขี้และบังคับควบคุมพวงมาลัยแร็คแอนด์พีเนียน พร้อมเพาเวอร์ผ่อนแรงแบบ ไฮโดรลิกมันทำงานตอบสนองได้หน่วงหนึบสนุกเพราะเมื่อสามารถควบคุมอาการของตัวรถได้อย่างมั่นใจจึงสามารถเติมคันเร่งส่งใส่โค้งบนขึ้นเนินหรือโค้งลงเขาได้อย่างสนุกโดยเฉพาะทั้งนี้ทั้งนั้นสอยคล้องกับการเซ็ทระบบกันสะเทือนหน้า เป็นแบบ อิสระ แม็คเฟอร์สันสตรัต ช็อกอัพแก็ส พร้อมเหล็กกันโคลง โดยด้านหลัง เป็นแบบ ทอร์ชันบีม ช็อกอัพแก็ส พร้อมรบบบความปลอดภัยแบบจัดเต็มทั้งเชิง ป้องกัน (Active Safety) และเชิงปกป้อง (Passive Safety)

สาระหลักใหญ่ใจความสำคัญอยู่ที่ ขุมพลังของเชฟโรเลต ครูซ ในรุ่นท็อปไลน์ เครื่องยนต์คอมมอนเรล ดีเซล เทอร์โบแปรผัน VGT พ่วงเทคโนโลยีหัวฉีด VCDi แรงดันสูงถึง 1,600 บาร์ ควบคุมการทำงานด้วยระบบอิเลคทรอนิคส์ พร้อมอินเตอร์คูลเลอร์ขนาดใหญ่ เพิ่มอัตราความประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงและลดมลพิษ บล็อก 4 สูบแถวเรียง 16 วาล์ว ความจุกระบอกสูบ 2.0 ลิตร ให้พละกำลังสูงสุดที่ 150 แรงม้าที่ 4,000 รอบ/นาที พร้อมแรงบิดมหาศาลที่ 320 นิวตันเมตรมาที่รอบต่ำเพียง 2,000 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อม DSC (Driver Shift Control) ที่ถูกปรับตั้งอัตราทดเกียร์โอเวอร์ไดรฟ์เพื่อเน้นให้รอบเครื่องยนต์ต่ำ ประหยัดน้ำมัน และมีสมรรถนะเป็นเลิศ ขณะเดียวกัน ชุดเกียร์ที่มีขนาดเล็กจึงมีการทำงานที่เงียบ และค่าบำรุงรักษาต่ำ  เมื่อทำงานร่วมกันกับระบบต่างๆข้างต้นร่วมถึงผู้ขับต้องยอมรับว่า Compact Sedan เชฟโรเลต ครูซรุ่นเครื่อ งยนต์ ดีเซล เทอร์โบ 2.0 ลิตร นั้นเป็นรถยนต์ที่ขับสนุก มีอัตราเร่งทันใจ(ได้จากแรงบิดที่มาในรอบต่ำ)

เมื่อได้ทดลองขับจับอาการอยู่กับเจ้า เชฟโรเลต ครูซ รุ่นเครื่องยนต์ ดีเซล เทอร์โบ 2.0 ลิตรกว่า 200 กิโลเมตรใช้เวลากว่าค่อนวันเชฟโรเลต ครูซ เป็นรถยนต์ที่เมื่อพูดถึงสมรรถนะที่ได้ อุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่ให้ รวมถึงรูปร่างหน้าตา และความคุ้มค่าคุ้มราคานับว่าเป็นรถที่ต้องนำมาเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆในกลุ่ม Compact Sedan หรือ C-Segment ในบ้านเรา ซึ่งสามารถสู้ได้ในทุกเวที่ มีอย่างเดียวที่เป็นรองนั้นคือราคาขายต่อ ซึ่งหากผู้ใช้คนใดไม่สนใจข้อจำกัดนี้ Compact Sedan นามเชฟโรเลต ครูซ คันนี้เหมาะกับคุณด้วยประการทั้งปวง

แก้ไขล่าสุด ใน วันพุธที่ 23 กุมภาพันธ์ 2011 เวลา 13:39 น.