FIRST DRIVE New MAZDA BT-50 PRO PDF พิมพ์ อีเมล
highlight
เขียนโดย เตมีย์ ลิ้มตระกูล   
วันศุกร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ 2012 เวลา 17:17 น.

           วงการกระบะไทยได้ตื่นตัวกันครั้งใหญ่เมื่อทัพนักรบสายเลือดซามูไรค่ายมาสด้าเปิดตัวกระบะน้องใหม่ใส่เต็มทั้งแรงระดับ 200 แรงม้า ทั้งหน้าตาดีชนิดนายแบบแอบค้อนแถมเปรี้ยวจี๊ดนิดเข็ดฟันกันเลยทีเดียว นับว่ามาสด้าจับทางการตลาดของตนเองที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากคู่แข่ง ซึ่งอาจกล่าวได้ว่ามาสด้าทำตลาด    MAZDA BT-50 PRO แบบไม่มีคู่แข่งเพราะ MAZDA BT-50 PRO เป็นกระบะที่มีความเป็นตัวของตัวเองค่อนข้างสูง ขนาดกรรมการผู้จัดการ มาสด้าประเทศไทย นายโซอิชิ ยูกิ กล่าวในงานวันแถลงข่าวเปิดตัวเมื่อวันที่ 24 มกราคม ที่ผ่านมาว่า   MAZDA BT-50 PRO ได้ฉีกกฎของการออกแบบรถกระบะแบบเดิมๆด้วยการผสมผสานแนวคิดการออกแบบที่เน้นความสวยงาม ควบคู่ไปกับการใช้งานของรถกระบะที่มีมากกว่ารถเก๋ง

           

            ส่วนแม่นายฝ่ายวางแผนนางสาวสุรีทิพย์ ละอองทอง โฉมทองดี ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด กล่าวชัดเจนว่า MAZDA BT-50 PRO จะไม่ไปแบ่งไปแย่งเค้กก้อนไหนกับใครทั้งสิ้น ขอหยิบชิ้นปลามันวันนี้ขอสร้างดีมานด์ เซ็กเมนต์ใหม่ให้แก่ตลาดรถกระบะ และจะทำให้พฤติกรรมการซื้อรถกระบะของกลุ่มลูกค้าชาวไทยเปลี่ยนไปจากค่าความนิยมเดิมๆ โดยจัดวางตำแหน่งที่ยังเห็นเป็นช่องว่างความต้องการตรงกลางระหว่างรถเก๋งกับรถกระบะ รวมทั้งยังขับไปแทรกคั้นกลางระหว่างรถกระบะกับรถประเภท MPV ต่างหาก พร้องทั้งยังขยายภาพให้ชัดขึ้นด้วยว่าลูกค้าที่จะซื้อ MAZDA BT-50 PRO คือกลุ่มคนที่ใช้รถกระบะทั้งในด้านธุรกิจการงานและทำกิจกรรมร่วมกับครอบครัว สามารถใช้เดินทางท่องเที่ยวไปได้ทุกสถานที่ ทั้งยังเป็นคนที่ใช้ชีวิตอย่างสนุกสนานในแบบฉบับของตัวเอง ซึ่งตัวรถเองก็ต้องสะท้อนความเป็นตัวตนของพวกเค้าออกมาได้แตกต่างอย่างชัดเจน

           

            สิ่งต่างๆข้างต้นเป็นแผนเป็นตารางเป็นการตั้งเป้าหมาย แต่ในความเป็นจริงนับเป็นสิ่งท้าทายสำหรับกระบะหน้าตาดีคันนี้เป็นอย่างมาก ว่าจะสามารถตามล่าหาฝันที่จะเป็นตัวเติมเต็มส่วนที่ลูกค้าที่ไม่เคยได้รับจากรถกระบะค่ายไหนมาก่อน อย่างที่หมายมั่นปั้นมือ แผนที่วางจะสำเร็จ มุมที่มองจะชัดหรือไม่คุณผู้อ่านในฐานะลูกค้าจะเป็นผู้ตัดสิน แต่น่าเชื่อว่าน่าจะเป็นไปตามแผน เพราะมีตัวเลขยอดจองกว่า3,000 คัน สำหรับผู้ที่ยังไม่ตัดสินใจยังไม่ต้องรีบค่อยๆศึกษาทำความเข้าใจจากการรายงานการทดลองขับของ incars e magazine กันก่อนซึ่งการทดสอบหรือการทดลองขับครั้งนี้ ทางมาสด้าพาพวกเรา(สื่อมวลชน)ไปลองของกันที่สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวกันเลยทีเดียว

           

           ก่อนเข้าไปนั่งในห้องโดยสารสตาร์ทเครื่องเพื่อทดลองขับจับอาการขอแถลงแจ้งสัดส่วนทรวดทรงองเอวกันก่อน ว่าที่มาถ้ามีเป็นอย่างไร การออกแบบ MAZDA BT-50 PRO เริ่มต้นขึ้นจากแนวคิดที่ต้องการสร้างความแตกต่างไม่ต้องการอยู่ในกรอบและข้อจำกัดเดิมๆของรถกระบะ ด้วยเส้นสายพลิ้วไหวดุดันน่าเกรงขาม เมื่อยืนมองดูด้านข้างของ MAZDA BT-50 PRO จะรู้สึกได้ถึงความพลิ้วไหวของลายเส้นที่ทรงพลัง ราชสีห์แห่งเจ้าป่า ที่กำลังกระโจนไปข้างหน้าด้วยจังหวะแม่นยำทรงพลัง ส่วนด้านหน้าถูกถ่ายทอดดีไซน์ชนิดสำเนาถูกต้องจากรุ่นพี่ยานยนต์ต้นแบบตระกูลมาสด้า หรือแม้กระทั้งเก๋งเก่งกาจ มาสด้า3 โฉบเฉี่ยวด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ของกระจังหน้า 5 เหลี่ยม รับกับไฟหน้าทรงบูมเมอแรง แต่ที่โดดเด่นเป็นที่กล่าวขานจะอยู่ที่รูปทรงของไฟท้ายที่ไม่เป็นแท่งเป็นเหลี่ยมเหมือนกระบะค่ายอื่น ในตอนแรกๆที่มองเจ้า MAZDA BT-50 PRO จากมุมนี้รู้สึกไม่ค่อยจะชินตานักแต่เมื่อเห็นกันอยู่เล็งกันไปเล็งกันมามันก็เข้าท่าดีนะ

           

           หลังจากทำความรู้จักทักทายกันพอเข้าใจ เข้าเรื่องการรายงานผลการทดลองขับเจ้า MAZDA BT-50 PRO ที่ข้ามไปขับกันถึงสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว บ้านพี่เมืองน้องของเรานี้เอง การเดินทางทริปที่รายงานนี้เป็นทริปที่ 2 หลังจากทริปแรกขับเจ้า MAZDA BT-50 PRO ออกจากบ้านเราที่จังหวัดอุดรธานี ข้ามสะพานมิตรภาพผ่านด้านเข้าสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ที่จังหวัดหนองคาย ก่อนจะยิงยาวรวดเดียวไปยังเมืองมรดกโลก หลวงพระบาง ก่อนจะทิ้งฝูงราชสีห์ 20 กว่าคันหมอบรอที่ลาดจอดรถของท่าอากาศยานนานาชาติหลวงพระบาง รอทีมของเราอยู่ที่นั้น ทริปที่ 2 ซึ่งมีทีมของเรารวมทริป ขึ้นเครื่องบินของสายการบินบางกอกแอร์เวย์ บินตรงไปรับตัว ฝูงราชสีห์ก่อนแตะมือส่งทีมสื่อมวลชนทริปแรกขึ้นเครื่องบินที่เรานั่งมาจากท่าอากาศยานนานาชาติหลวงพระบางกลับพระนครฯ

ช่วงแรกหลังจากรับตัวราชสีห์ที่หมอบรอเรา เริ่มทักทายกันด้วยของแข็งกับเส้นทางทดสอบสุดพิเศษที่อาจเรียกว่าไม่ใช่ถนน แปลกแต่จริง ระบบช่วงล่างหน้าอิสระแบบปีกนกคู่ และคอยด์สปริง และด้านหลังแบบคานแข็งพร้อมแหนบตามแบบฉบับกระบะทั่วไป เมื่อวิ่งผ่านแบบหยอดลง จะกระเด้งกระดอนหัวสั่นหัวคลอนซ้ายทีขวาที  แต่หากกดแบบรูดปรื๊ดๆ กลับได้ความรู้สึกที่สะท้อนจากช่วงล่างที่ต่างออกไปซึ่งไหลลื้นกว่าแฮะ ในส่วนของเครื่องยนต์ตลอดจนอัตราเร่งไม่มีอะไรที่ต้องกังวล แม้จะเป็นเครื่องยนต์ใหม่ที่มีใช้เป็นครั้งแรกของรถกระบะมาสด้า แต่ที่มาไม่ธรรมดามีการทดสอบและผ่านมาหลายมาตรฐาน(ซึ่ง Ford Ranger ใหม่ก็ใช้เครื่องยนต์ 2 บล็อกนี้)  การบังคับควบคุม เมื่อขับขี่ อยู่บนถนนขรุขระ ผ่านวันแรก( 1..) ของการทำความคุ้นชินกับ MAZDA BT-50 PRO จบลงอาการสะบักสะบอม(ของคน)

การทดลองขับเพื่อทดสอบสมรรถนะ MAZDA BT-50 PRO อย่างเป็นทางการเริ่มขึ้นหลังจากตักบาตรเข้าเหนียวซึ่งเป็นไฮไลท์ของทริปนี้ ทำบุญพร้อมขอพร ทุกคนในทริปก็พร้อมล้อหมุน จากหลวงพระบางมุ่งหน้า เมืองหลวงเวียงจันทน์ โดยใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 13 ที่เป็นเส้นทางหลวงเส้นเดียวของลาวที่ลากผ่าประเทศตั้งแต่เหนือจรดใต้ ลัดเลาะไหล่เขาไต่ระดับขึ้นลงท่ามกลางธรรมชาติที่ยังค่อนข้างสมบูรณ์ แต่สภาพถนนนั้นตรงกันข้าม คือสมบูรณ์ไปด้วยหลุมบ่อ เกียร์ธรรมดา 6 สปีด เหมาะมากกับสภาพเส้นทางแบบที่เรากำลังเจอ เครื่องยนต์ดีเซล Di-THUNDER PRO 4 สูบ 16 วาล์ว 2.2 ลิตรพ่วงเทอร์โบแปรผัน พร้อมอินเตอร์คูลเลอร์(รุ่นที่มีรหัส S ต่อท้ายจะเป็นรุ่นถูกสุดของรุ่นฟรีสไตล์แค็ป และรุ่นดับเบิ้ลแค็ป เครื่องยนต์ 2.2 ลิตรที่ใช้เทอร์โบพร้อมอินเตอร์คูลเลอร์ธรรมดาไม่มีระบบแปรผันซึ่งจะมีแรงม้า 125 แรงม้า) ฉีดจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงผ่านคอมมอนเรลเข้าห้องเผาไหม้ ตรงแบบไดเรคอินเจคชั่นลงไปที่หัวลงไปที่หัวลูกสูบ   150 แรงม้า มาเต็มเมื่อรอบเครื่องยนต์อยู่ที่ 3,700 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุดอยู่ที่ 375 นิวตันเมตรที่รอบเครื่องยนต์ตั้งแต่ 1,500-2,500 รอบ/นาที เท่าที่ดูสเปคเครื่องยนต์ บล็อกนี้ตั้งแต่เห็นข้อมูลในวันเปิดตัว แอบสบประมาทว่ามันจะได้เรื่องเหรอ เพราะบอดี้ MAZDA BT-50 PRO พี่มาเต็มขนาดนี้

           

         แต่เอาเข้าจริงๆเทอร์โบแปรผันมันสามารถสร้างพลังแรงม้าได้ดีแทบจะทุกรอบเครื่องยนต์เมื่อสั่งการด้วยเท้าผู้ขับขี่ ไม่ได้เข้าข้างแอบอ้างเกินจริง เพราะเทคโนโลยีเครื่องยนต์สมัยใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเครื่องยนต์ดีเซล มีการพัฒนาลบจุดด้อยได้เรื่องความจัดจ้านที่เป็นรองเครื่องยนต์เบนซิน แต่ยังคงความอึดและแรงบิดจุใจไว้ได้อย่างเหนียวแน่นลงตัว อย่างที่สเปคเครื่องยนต์ระบุไว้ว่าแรงบิดสูงสุดของเครื่อง 2.2 อยู่ในช่วงรอบเครื่องยนต์  1,500-2,500 รอบ/นาที นั้นหมายความว่า ไม่ว่าจะเริ่มออกตัวหากเท้าหนักก็จำได้ใช้แรงบิดขนาด 375 นิวตันเมตร อาจถึงกับล้อมีฟรีทิ้ง และในขณะขับใช้งานปกติ ที่รอบเครื่องยนต์ 2,500 รอบ/นาทีนั้น ความเร็วของรถจะอยู่ที่ประมาณ 100-120 กิโลเมตร/ชั่วโมง เดินคันเร่งต่อเพื่อเรียกพลังเร่งแซงยังสามารถไปต่อโดยไม่ต้องรอใครมาอนุญาติ จุดเด่นของเครื่องยนต์บล็อกนี้คือ เดินนิ่งวิ่งเงียบ เรียบแต่แรงใช้ได้

ตลอดระยะทางเกือบ 300 กิโลเมตร ที่ทดลองขับทดสอบสมรรถนะบนเส้นทางอย่างที่บอกถามว่าเหนื่อยมั๊ย ตอบได้ว่าเหนื่อยครับ แต่สนุกไม่เครียด ที่ไม่เครียดเพราะอัตราเร่งที่ติดเท้าทำให้เราแซงผ่านรถคันหน้าได้อย่างทันใจไม่หวาดเสียวบนเส้นทางสองเลนส่วนไปมา แล้วถ้าถามว่านุ่นนวลเหมือนหรือใกล้เคียงรถเก๋งมั๊ย ตอบได้ว่าไม่เหมือนช่วงล่างของ MAZDA BT-50 PRO ทำได้แค่ใกล้เคียง แต่จะดีกว่าช่วงล่างรถเก๋งตรงที่ทนกว่าไปได้ในเส้นทางที่หลากหลายกว่า แต่ในบางช่วงของเส้นทางที่สภาพถนนดีๆ ช่วงล่าง MAZDA BT-50 PRO ไม่ขี้เหล่นะครับ เล่นเอาคนข้างๆหลับได้ก็แล้วกัน

วันรุ่นขึ้นอีกวันซึ่งเป็นวันสุดท้ายในแผ่นดินลาว(3..)ได้ขยับขึ้นไปควบเจ้าราชสีห์จ่าฝูงในรุ่นรองท๊อปของไลน์ผลิตนี้ รุ่นดับเบิ้ลแค็ป 4x4 R 3.2L ABS+DSC เกียร์ธรรมดา 6 สปีด เครื่องยนต์  Di-THUNDER PRO 5 สูบ 16 วาล์ว 3.2 ลิตรพ่วงเทอร์โบแปรผัน แต่ต้องพ่วงเอาระบบขับเคลื่อน 4 ล้อติดไปด้วยนะ เพราะ MAZDA BT-50 PRO เครื่องยนต์ 3.2 ลิตร 200 แรงม้าคอกนี้มีเฉพาะรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ 3รุ่นตามนี้ รุ่นฟรีสไตล์แค็ป 4x4 R 3.2L เกียร์ธรรมดา 6 สปีด ,รุ่นดับเบิ้ลแค็ป 4x4 R 3.2L ABS+DSC เกียร์ธรรมดา 6 สปีด,รุ่นดับเบิ้ลแค็ป 4x4 R 3.2L ABS + DSC + เบาะหนัง + Cruise Control เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด  

ความรู้สึกทั้งที่จับอาการได้ชัดเจนคือ อันตราเร่งที่ดุดันมาเร็วกว่า ตัวเครื่องยนต์ 4 สูบ 2.2 ลิตร และเรียกใช้ได้ในแทบจะทุกรอบของเครื่องยนต์ การบังคับควบคุมให้ความมั่นใจมากขึ้นเมื่อเร่งแซงในสถานการณ์คับขัน และความรู้สึกเหนืออื่นใดคือความภาคภูมิใจว่าข้าใช้  MAZDA BT-50 PRO รุ่นท๊อป แต่กับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่ติดมาก็ใช่ว่าจะไม่จำเป็นแต่ปัญหาคือไม่ค่อยได้ใช้ เรื่องนี้เป็นเหตุผลทางการตลาด ไม่สามารถใช้ข้อมูลทางด้านเทคนิคตอบได้ กล่าวคือ อย่างที่บอกตั้งแต่ออกตัวเปิดจำหน่ายว่า MAZDA BT-50 PRO รุ่นนี้ ถูกวางตำแหน่งทางการตลาดสำหรับกลุ่มลูกค้าที่จะเลือกใช้ทดแทนรถยนต์รูปแบบเดิมที่มีอรรถประโยชน์การใช้สอยจำกัดอย่างพวกรถเก๋ง จึงมองว่า MAZDA BT-50 PRO รุ่นที่ ใช้เครื่องยนต์ดีเซล 2.2 ลิตร ขับเคลื่อน 2 ล้อหลัง น่าจะลงตัวสำหรับความต้องการมากที่สุดทั้งสมรรถนะและอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง ส่วนตัวเลือก 3 ตัวท๊อปออฟไลน์ เครื่องยนต์ดีเซล 3.2 ขับเคลื่อน 4 ล้อ นั้นเหมาะสำหรับกลุ่มลูกค้าขาลุยระดับเจ้าของกิจการที่มีกำลังซื้อสูง แต่เสียดายที่จะเอารถ MPV ราคาแพงไปลุย สู้ใช้ MAZDA BT-50 PRO ลุยได้ไม่เสียดายแถมอุปกรณ์ตกแต่งตลอดจนสมรรถนะไม่ได้เป็นรองเลยทีเดียว

ส่วนการติชมหลังการขับ มีข้อเดียวคือเรื่องเบรก นอกนั้นทำได้ดีกว่ารถเก๋งในเรื่องของความสะดวกสบายในระดับราคาเดียวกัน ทั้งยังสูสีกับความหรูหราของรถประเภท MPV  เพราะระบบเบรกของรถประเภท MPV อาการของเบรกเมื่อใช้เท้ากดลงไป ความรู้สึกที่ได้มันคนละเรื่องกันเลย มาสด้าประเทศไทย คันนี้อาการของเบรก ดิกส์หน้า หลังดรับ มันดีเกินไป หมายความว่า เหยียบเบรกปุ๊บหัวทิ่มปั๊บ แล้วเบรกที่ดี แต่ไม่ดีเกินไปเป็นแบบไหน อาการของรถที่เกิดขึ้นจากระบบเบรกที่ดีคือเมื่อเหยียบเบรก ตัวรถชะลอความเร็วลงแบบหน่วงลงแนวดิ่ง ไม่ใช้ชะลอจนรู้สึกตัวเราจะพุ่งไปด้านหน้า อาการแบบนี้เกิดขึ้นจากการตั้งอัตราส่วนการจับของเบรกระหว่างคู่หน้าและคู่หลังมากน้อยกว่ากันเท่าใด คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ คู่หน้ามากเบรกก็หัวทิ่ม คู่หลังมากท้ายก็ปัด ถ้า 50-50 น่าจะลงตัวสุด แต่   MAZDA BT-50 PRO คันนี้เป็นรถกระบะ การเซ็ทเบรกต้องเผื่อน้ำหนักบรรทุก เมื่อไม่บรรทุกเวลาเบรกจึงดีเกินไป แค่นี้แหละที่ติดใจ นอกนั้นให้เกียรตินิยมเลยเอ้า

การทดสอบทดลองขับทริปนี้จบลงในบ่ายวันที่ 3..เดินทางออกจากลาวทางด้านจังหวัดหนองคาย จากนั้นเดินทางสู่จังหวัดอุดรธานี ราว 50 กิโลเมตร นำฝูงราชสีห์ส่งเข้าโชว์รูมมาสด้าจังหวัดอุดรธานี ส่วนพวกเราขึ้นเครื่องบินสายการบินไทยจากอุดรธานีกลับสู่กรุงเทพมหานครโดย สวัสดิภาพ ขอขอบคุณ บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) ที่เชิญเข้าร่วมการทดลองขับ MAZDA BT-50 PRO ทริปนี้