| Highlight of Bangkok International Motor Show |
|
|
|
| highlight |
| วันจันทร์ที่ 28 มีนาคม 2011 เวลา 10:43 น. |
|
คงไม่ต้องบรรยายสรรพคุณกันแล้วนะครับกับงาน Bangkok International Motor Show ละไว้ในฐานที่เข้าใจว่าเป็นงานโชว์เทคโนโลยียานยนต์รวมถึงรถยนต์ต้นแบบอันป็นแนวทางที่จะผลิตขึ้นจริงในอนาคต ที่ยิ่งใหญ่จนสามารถใช้คำว่า International Motor Show ได้อย่างภาคภูมิใจ โดยครั้งนี้เป็นการจัดงานครั้งที่ 32 ซึ่งแปลไทยเป็นไทยได้อีกความหมายว่าเป็นการจัดติดต่อกันมาเป็นปีที่ 32 แล้ว นี่ขนาดว่าจะไม่บรรยานสรรพคุณนะครับนี่ แต่ประเด็นเด่นในปีนี้นอกเหนือจากการ“เปิดโลกยนตรกรรมสู่อนาคต” ตามคอนเซ็ปท์ของงานที่จะนำเทคโนโลยียานยนต์ต้นแบบมาโชว์ ที่จะร่ายยาวในตอนท้าย แต่ตอนนี้ขอชี้แจงแถลงไขประเด็นที่งาน Bangkok International Motor Show ครั้งที่ 32 นี้ย้ายฐานที่มั่นจาก “ไบเทค” มาเป็นที่นี่ “ชาเลนเจอร์ อิมแพค เมืองทองธานี” ซึ่งรายละเอียดในเรื่องนี้ ผมมีบทสัมภาษณ์ คุณจาตุรนต์ โกมลมิศร์ รองประทานจัดงาน มาบอกต่อ “การย้ายสถานที่ทุกอย่างต้องถือว่าใหม่หมด ทั้งสถานที่และคนดูแล ไม่สามารถวางแผนอะไรล่วงหน้าได้ เพราะไม่ได้เป็นผู้กำหนดแต่เราก็มีประสบการณ์ และยังมีทีมงานที่ทำงานกันมานาน เรามีการการสำหรับการจะย้ายมาจัดที่นี่ เราเริ่มต้นด้วยการจัดงานบางกอก ยูสด์คาร์ที่นี่ เมื่อสองปีที่ผ่านมา เราใช้การจัดงานนี้เรียนรู้กฎระเบียบและคนทำงานได้แล้วในระดับหนึ่งจึงไม่ยากสำหรับการปรับตัว พร้อมกับการวางแผนเรื่องย้ายสถานที่จัดงาน การจัดงานบางกอก ยูสด์คาร์ จึงเปรียบเสมือนการเตรียมงานสำหรับการจัดงาน Bangkok International Motor Show สำหรับที่ไบเทคนั้น เรามีความจำกัดของพื้นที่จัดงาน พื้นที่ทางเดิน เรามีพื้นที่แค่ 5 เมตร แต่ที่ชาเลนเจอร์กว้างถึง 10 เมตร พื้นที่ทางเข้าบู๊ธและด้านหลัง จากเดิม 4 เมตร เป็น 8 เมตร ซึ่งทำให้สามารถเดินชมได้อย่างสะดวกสบาย” ตอนท้ายของบทสัมภาษณ์คุณจาตุรนต์ โกมลมิศร์ กล่าวอย่างมั่นใจว่า “วันนี้....เราพร้อมร้อยเปอร์เซ็นต์สำหรับการจัด Bangkok International Motor Show ที่นี่ในปีนี้” ในส่วนของผู้เข้าชมงานคงต้องลองเข้าไปเดินชมดูว่าเป็นอย่างที่สัมภาษณ์ คุณจาตุรนต์ โกมลมิศร์ รองประทานจัดงานการันตีไว้หรือไม่ แต่สำหรับผมขอทำหน้าที่เป็นไกด์แนะนำแฟนว่าการ “เปิดโลกยนตรกรรมสู่อนาคต” ภายในงาน Bangkok International Motor Show มีอะไรน่าสนใจเริ่มกันที่ AUDI
งานนี้ได้นำรถยนต์ 3 รุ่นหลักของ Audi ได้แก่ลูน Audi A4 1.8 TFSI , รถสปอร์ตคูเป้ Audi A5 Coupe 2.0 TFSI quattro และรถเอสยูวี Audi Q5 2.0 TFSI quattro ซึ่งทั้ง 3 รุ่นใช้เทคโนโลยี TFSI(Turbo Fuel Stratified Injection) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเครื่องยนต์เบนซินระบบฉีดจ่ายน้ำมันเข้าสู่ห้องเผาไหม้เครื่องยนต์โดยตรง ที่ให้ทั้งสมรรถนะยอดเยี่ยม ให้ความสนุกเร้าใจในการขับขี่ และให้ความประหยัดน้ำมันมากกว่าเครื่องยนต์ระดับเดียวกันถึง 15%
ซึ่งแนวคิดในเรื่องการประหยัดน้ำมัน เป็นนโยบายสำคัญที่ทาง Audi ให้ความใส่ใจมาโดยตลอด นอกจากเทคโนโลยี TFSI แล้ว Audi ยังมีเทคโนโลยี quattro ซึ่งเป็นระบบขับเคลื่อนแบบ 4 ล้อ ตลอดเวลาที่ Audi เป็นผู้บุกเบิกในวงการอุตสาหกรรมรถยนต์โลกเป็นรายแรก พัฒนาขึ้นมานานถึง 30 ปี โดย quattro รุ่นปัจจุบันนี้สามารถตอบสนองการทำงานได้ดีและรวดเร็ว ให้การทรงตัวที่ดีมาก ทำให้สนุกกับการขับขี่อย่างเต็มที่ในทุกสภาพถนน ด้วยความมั่นใจในความปลอดภัยสูงสุด
ราคาและแคมเปญพิเศษในงานนี้ •Audi A4 1.8 TFSI ราคา 2,690,000 บาท แถมฟรี ชุดล้อแม็ก 18 นิ้ว มูลค่า 150,000 บาท •Audi A5 Coupe 2.0 TFSI quattro ราคา 3,990,000 บาท แถมฟรี ประกันภัยชั้น 1 นาน 1 ปี •Audi Q5 2.0 TFSI quattro ราคา 3,890,000 บาท แถมฟรี ประกันภัยชั้น 1 นาน 1 ปี
BMW
บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย โชว์ความเหนือชั้นของเทคโนโลยี Efficient Dynamics พร้อมโชว์ไฮไลท์ผลิตภัณฑ์ใหม่ BMW X1 sDrive18i ซึ่งเป็นการเปิดเซ็กเมนท์ใหม่ในตลาดรถหรูสำหรับรุ่นประกอบในประเทศ ด้วยราคา 2,149,000 บาท พร้อมทั้งเปิดตัว BMW X3 ใหม่ และ BMW ซีรี่ย์ 6 ใหม่ รุ่นเปิดประทุน อย่างเป็นทางการครั้งแรกในประเทศไทยราคาเริ่มต้น 9,499,000 บาท CITROEN
ปีนี้ซีตรอง นำ “ดีเอส3” อวดโฉมในงานมอเตอร์โชว์ ด้วยรูปลักษณ์โฉบเฉี่ยว ดีไซน์ทันสมัย เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ พร้อมส่ง “จัมเปอร์” จับกลุ่มลูกค้าผู้บริหารและครอบครัว ชูความเอนกประสงค์คู่ความสบายระดับเฟิร์สคลาส ชู 3 แคมเปญเด็ดมัดใจลูกค้า ซีตรอง ดีเอส 3 เป็นรถที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น “แฟชั่นคาร์แห่งเมืองน้ำหอม” ด้วยรูปลักษณ์ภายนอกที่โฉบเฉี่ยว สะดุดตา ใช้เครื่องยนต์ ดีเอส3 มากับทางเลือกของเครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร VTi 4 สูบ 16 วาล์ว ที่เป็นการพัฒนาร่วมกันระหว่าง PSA(เปอร์โยและซีตรอง) และ BMW ซึ่งให้พละกำลังสูงสุดถึง 120 แรงม้าที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 160 นิวตันเมตรที่ 4,200 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีดพร้อมระบบ Tiptonic ให้ความสนุกในการขับขี่ได้เฉกเช่นเกียร์ธรรมดา
ซีตรอง จัมเปอร์ รูปทรงเอนกประสงค์หรูหราสอดรับกับผู้บริหารหรือครอบครัวขนาดใหญ่ที่ชื่นชอบการเดินทาง โดยมากับ 3 ทางเลือกย่อยได้แก่ J2, JL1/JL2 และPresident ซีตรอง จัมเปอร์ JL1/JL2 มากับขนาดตัวถังที่ยาว 5,413 มม. แต่สูงเพียง 2,254 มม. กว้าง2,050 มม. โดยบรรจุเครื่องยนต์ดีเซล ขนาด 2.2 ลิตร เทอร์โบ 4 สูบ 16 วาล์ว ให้กำลังสูงสุด 120 แรงม้าที่ 3500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 320 นิวตันเมตรที่ 2000 รอบต่อนาที ส่วนแคมเปญพิเศษสำหรับผู้ที่จองรถในระหว่างงานมอเตอร์โชว์ จะได้รับแพ็คเกจถ่ายภาพคู่ มูลค่า 10,000 บาท และแพ็คเกจถ่ายภาพครอบครัว มูลค่า 5,000 บาท จำนวนจำกัด ทั้งยังจะได้รับบัตร VVIP เพื่อใช้เป็นส่วนลดค่าบริการและค่าอะไหล่ และรถยนต์ซีตรองทุกรุ่นสามารถเข้ารับการตรวจเชคฟรี 25 รายการที่ศูนย์บริการซีตรองทุกแห่งในระหว่างระยะเวลาแสดงของงานบางกอกอินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 32 ตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม ถึง 5 เมษายน FORD
ทางฝาก Ford เปิดตัว ฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่ สุดยอดเทคโนโลยีเหนือชั้น เผยโฉมครั้งแรกในภูมิภาคอาเซียน ในงานนี้ พร้อมจัดแสดงตัวถังทุกรูปแบบในตระกูลเรนเจอร์ ใหม่ ที่ผ่านบททดสอบความทนทาน เปี่ยมสมรรถนะในการขับขี่ เพียบพร้อมด้วยเทคโนโลยีทันสมัย และประหยัดน้ำมันอย่างเหนือชั้น สมกับเป็น “ความแข็งแกร่งแห่งศตวรรษที่ 21” รถกระบะขนาดคอมแพ็คระดับโลกรุ่นใหม่ล่าสุดของฟอร์ด เผยโฉมภายใต้ตัวถัง 3 รูปแบบ ประกอบด้วยแบบธรรมดา โอเพ่นแค็บ และดับเบิ้ลแค็บ พร้อมตัวเลือกอุปกรณ์ต่างๆ อีกมากมายที่ได้รับการบรรจุไว้ในรถที่มีตัวเลือกถึง 5 รุ่น ขึ้นอยู่กับประเทศที่วางจำหน่าย โดยตัวถังแต่ละรูปแบบที่นำเสนอต่างเป็นรถที่มีพื้นที่ใช้งานกว้างขวางมากที่สุดรุ่นหนึ่งเมื่อเทียบกับรถในระดับเดียวกัน HONDA
ฮอนด้านเดินหน้าลุยตลาดรถอีโคคาร ด้วยการเปิดตัว HONDA BRIO อีโคคาร์คันแรกของค่าย อาศัยงานนี้กวาดยอดจองไล่ตาม นิสสัน มาร์ช ที่ออกสตาร์ทไปก่อน 1 ปีเต็มๆ ยอดจองจะเป็นอย่างไรจบงานนี้มีตัวเลขมาให้ชม ต่ตอนนี้ทำความรู้จักกับ ฮอนด้า บริโอกันได้เลยครับ HONDA BRIO รถยนต์นั่งขนาดกะทัดรัด ราคาแตะต้องได้ คายไอเสียสะอาด คือภาพรวมเล็กๆของรถยนต์คันนี้ HONDA BRIO มีให้เลือกสองรุ่น S กับ V ใช้เครื่องยนต์ i-VTEC 4 สูบ ความจุ 1.2 ลิตร ที่ให้พลัง 90 แรงม้า สามารถใช้น้ำมันเชื้อเพลิง E20 และประหยัดเชื้อเพลิงได้ถึง 20 กิโลเมตรต่อลิตร ปล่อยไอเสียสะอาดตามเกณฑ์มาตรฐานยูโร-4 ตัวถังผ่านมาตรฐานความปลอดภัยจากการทดสอบการชนทั้งด้านหน้าและด้านข้างตามที่ระบุโดยสหประชาชาติเศรษฐกิจและคณะกรรมการยุโรป (UNECE 94 และ 95 ตามลำดับ) ในส่วนของระบบส่งกำลัง บริโอ้มีทั้งแบบธรรมดาและ อัตโนมัติทั้งในรุ่น S และ รุ่น V ขณะที่เกียร์อัตโนมัติแบบ CVT จะมีเฉพาะในรุ่น V เท่านั้น HONDA BRIO สีสันสดใสสะดุดตาให้เลือก 5 สี ได้แก่ เขียวเฟรชไลม์ เมทัลลิก, ขาวทาฟเฟต้า, ฟ้าเซรูเลียน(เมทัลลิก), เงินอลาบาสเตอร์(เมทัลลิก) และดำคริสตัล เพิร์ล ส่วนราคา บริโอ้ HONDA BRIO ของแต่ละรุ่นมีดังนี้ รุ่น S เกียร์ธรรมดา 399,900 บาท รุ่น V เกียร์ธรรมดา 469,500 บาท รุ่น V เกียร์อัตโนมัติ CVT 508,500 บาท HYUNDAI
บริษัท ฮุนได มอเตอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด เสริมทัพรถใหม่ 2 รุ่น 2 สไตล์ ตอบสนองความต้องการของลูกค้าฮุนไดระดับไฮเอนด์ ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2011 ด้วย All-New Hyundai Sonata Sport สปอร์ต 4 ประตูในสไตล์คูเป้ เจ้าของฉายา Call Me Coupe ออกทำตลาดด้วยกันถึง 2 รุ่น คือ รุ่น S และรุ่น G นำเข้าทั้งคันจากประเทศเกาหลีในราคาแนะนำที่ 1,550,000 บาท และ 1,870,000 บาท และ The New Hyundai H-1 Series MY2011 ราคา 1,086,000 บาท รุ่น Executive ราคา 1,412,000 บาท และรุ่น Deluxe ราคา 1,494,000 บาท ตามลำดับ ที่อัดแน่นไปด้วยอุปกรณ์ต่างๆที่ยกระดับความเป็น Luxury MPV ให้เหนือชั้นกว่าเดิม สร้างความแข็งแกร่งให้ฮุนไดในตลาดพรีเมี่ยมซึ่งมี The New Hyundai Grand Starex VIP ราคาพิเศษเพียง 1,898,000 บาท และ The New Hyundai Tucson – The Sexy SUVนำเข้าจากเกาหลีทั้งคันแบบ Full-Option ในราคาเพียง 1,791,000 บาท และ 1,895,500 บาท เป็นตัวชูโรง KIA ใน Bangkok International Motor Show ครั้งที่ 32 Kia ได้แนะนำรถยนต์รุ่นใหม่ออกสู่ตลาด ได้แก่ Kia Picanto K1 เป็นครั้งแรกในภาคพื้นเอเซียแปซิฟิค และเป็นประเทศที่ 3 ของโลกทั้งได้นำยนตรกิจชั้นเลิศ ที่โดดเด่นด้านรูปลักษณ์ โดยได้รับรางวัล Reddot Design Award จากสถาบันชั้นนำในประเทศเยอรมัน ทั้งเพียบพร้อมด้านเทคโนโลยีการประหยัดพลังงานเชื้อเพลิง เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม Kia Picanto K1 มีให้เลือกถึง 7 สี ได้แก่ สีขาว บรอนซ์ แดง ดำ เขียว เหลือง และมอคค่า โดยจำหน่ายในราคา 425,000 บาท ในรุ่นเกียร์ธรรมดา และรุ่นเกียร์อัตโนมัติ จำนวนในราคา 497,000 บาท นอกจากนี้ ได้มีการปรับขยายเวลาการรับประกันคุณภาพรถยนต์ Kia ในรุ่น Kia Soul, Kia Grand Carnival, Kia Picanto และ Kia Picanto K1 จากระยะเวลา 3 ปี 50,000 กิโลเมตร เป็น 5 ปี ไม่เกิน 150,000 กิโลเมตร เป็นเป็นอีกครั้งในการสร้างประวัติศาสตร์ด้านบริการหลังการขายของรถยนต์ Kia ในประเทศไทย LEXUS
งาน Bangkok International Motor Show LEXUS ใชเป็นเวทีเปิดตัวรถยนต์หรูพลังงานทางเลือก LEXUS CT200h ผสานความแตกต่างของแนวคิดที่แตกต่าง และไม่น่าจะเป็นไปได้ เข้าไว้ด้วยกันได้อย่างสมบูรณ์แบบ โดยมีนิยามว่า Devilsh Angel สื่อถึงการผสานกันอย่างลงตัวของแนวคิดสองด้านที่แตกต่างกัน โดยมีจุดเด่นคือสมรรถนะของ Lexus Hybrid Drive ที่มาพร้อมกับการประหยัดพลังงานและรักษาสิ่งแวดล้อม ความเร้าใจในการขับขี่ ที่มาพร้อมกับความนุ่มนวล พร้อมด้วยฟังก์ชั่น 2 moods ตอบสนอง 2 อารมณ์แห่งการขับขี่ การออกแบบอันทันสมัย ที่มาพร้อมกับความสะดวกสบายในการใช้งาน Lexus Hybrid Drive System มาพร้อมเครื่องยนต์ 4 สูบเรียง แบบ Atkinson Cycle 1.8 ลิตร หัวฉีดอีเลคทรอนิค (EFI) และระบบปรับองศาวาล์วแปรผัน VVT-i (Variable Valve Timing-intelligent) ให้ทั้งสมรรถนะ และความประหยัด ร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าอันทรงพลัง ส่งผลให้ระบบ Lexus Hybrid Drive มีกำลังเสมือนเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร แต่มีค่าการคายคาร์บอนไดอ็อกไซด์ทางไอเสีย ต่ำที่สุดในรถระดับเดียวกัน แรงม้าสูงสุด 99 แรงม้าที่ 5200 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 142 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที เลกซัส ได้พัฒนาหน่วยควบคุมกำลังไฟฟ้าขึ้นใหม่ ซึ่งมีประสิทธิภาพในการแปลงพลังงานไฟฟ้าที่ยอดเยี่ยม พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูง ที่สามารถแปลงกระแสไฟกำลังสูงจากหน่วยควบคุมกำลังไฟฟ้า ไปเป็นพลังขับเคลื่อนรถยนต์ เงียบ ทรงพลัง ไม่ว่าจะเป็นการออกตัว หรือการตอบสนองที่ดีเลิศในขณะเร่งเครื่องยนต์เมื่อใช้ระบบเครื่องยนต์เบนซินเพียงอย่างเดียว โดยมีแรงเคลื่อนไฟฟ้าสูงสุด 650 โวลท์ ผลิตกำลังสูงสุด 60 กิโลวัตต์ แรงบิดสูงสุด 207 นิวตันเมตร ทั้งระบบให้กำลังรวม 134 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. 10.3 วินาที รูปแบบการขับขี่ของ CT200h เป็น 2 แบบ คือ Dynamic และ Relaxing (2 moods 2 modes) แสดงผลผ่านสีของไฟบนหน้าปัด ผสานกับโหมดการขับเคลื่อนอีกสี่รูปแบบ ได้แก่ สีฟ้า ในโหมด Eco, Normal และโหมด EV ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าล้วน เน้นการขับขี่แบบสบายๆ (Relaxing) ขณะที่โหมด Sport จะเป็นสีแดง เน้นไปที่การขับขี่แบบเร้าใจ (Dynamic) ระบบส่งกำลังแบบแปรผันต่อเนื่อง ควบคุมด้วยระบบไฟฟ้า (Electrically Controlled Continuously Variable Transmission) เพื่อให้ทำงานร่วมกับระบบส่งกำลังของเครื่องยนต์ไฮบริดได้อย่างลงตัว และให้การขับขี่ที่นุ่มนวล ประกอบไปด้วยอุปกรณ์ส่งกำลังแบบ Split device มอเตอร์ไฟฟ้ากำลังส่งสูง และเจเนอเรเตอร์ MAZDA
บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้ฤกษ์เปิดตัวแนะนำรถยนต์นั่งสปอร์ตมาสด้า3 เจเนอเรชั่นใหม่ สายพันธุ์สปอร์ตมาสด้าที่ทุกคนตั้งตารอคอยอย่างเป็นทางการครั้งแรกในประเทศไทย ทั้งรุ่นแฮตช์แบ็ค 5 ประตู และรุ่นซีดาน 4 ประตู มาสด้า3 เจเนอเรชั่นใหม่ยังคงเอกลักษณ์เฉพาะตัวของมาสด้าภายใต้คอนเซ็ปต์ "DARE TO BE BOLD" ด้วยรูปลักษณ์สปอร์ตโฉบเฉี่ยวทั้งภายนอกและภายใน โชว์เทคโนโลยีด้านวิศวกรรมยานยนต์ล้ำอนาคต พร้อมระบบความปลอดภัยเต็มคัน มั่นใจสามารถสร้างแบรนด์มาสด้าให้กระหึ่มต่อเนื่องเตรียมเปิดตัวสู่สาธารณะชนอย่างเป็นทางการในงานบองกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 32 ที่เมืองทองธานี ในระหว่างวันที่ 25 มีนาคมถึง 5 เมษายนศกนี้ All New Mazda3 เจเนอเรชั่นใหม่ ได้รับการออกแบบใหม่หมดทั้งภายนอกและภายใน ภายใต้ DNA ของมาสด้า อันประกอบไปด้วย Stylish รูปลักษณ์ดีไซน์ที่โฉบเฉี่ยว Insightful ความพิถีพิถันทุกรายละเอียด และ Spirited ขีดสุดแห่งพลังที่สอดคล้องเป็นหนึ่งเดียว เป็นรถยนต์นั่งที่โฉมเฉี่ยวสไตล์ ซูม-ซูม รวมถึงเครื่องยนต์อันทรงพลัง 2000 ซีซี. ที่ได้รับการปรับแต่งให้สมบูรณ์และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ให้กำลังแรงม้าสูงสุดถึง 147 แรงม้าที่ 6,500 รอบต่อนาที และให้กำลังแรงบิดสูงสุดถึง 182 นิวตันเมตรที่ 4,000 รอบต่อนาที มาพร้อมเกียร์อัตโนมัติอัจฉริยะแอคทีฟเมติค 5 สปีด ใหม่ล่าสุดที่พัฒนามาให้มีความนุ่มนวลและต่อเนื่อง มาพร้อมระบบ Paddle Shift ที่สามารถปรับเปลี่ยนเกียร์ได้ตามความต้องการ พร้อมระบบควบคุมเกียร์ AAS (active Adaptive Shift) สามารถควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ให้เหมาะโดยอัตโนมัติตามสไตล์ของผู้ขับขี่ให้สัมผัสถึงความเป็นสปอร์ตและควบคุมรถได้อย่างมั่นใจ ไฟหน้าโปรเจคเตอร์แบบไบซีนอนพร้อมระบบเปิด-ปิดอัตโนมัติ ไฟท้ายแบบ LED รูปทรงสปอร์ต ระบบกุญแจ Smart Keyless Entry เปิด-ปิดประตูโดยไม้ต้องใช้กุญแจหรือรีโมท พร้อมระบบ Push Start Button เพียงปลายนิ้วสัมผัส ซันรูฟเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ ระบบการควบคุมการทรงตัว DSC ให้ความมั่นทุกการเข้าโค้ง ล้ออัลลอยด์ลายสปอร์ตเรียบหรูขนาด 17 นิ้ว พร้อมยางซีรี่ต่ำเช่นเดียวกับรถสปอร์ตชั้นนำ มาสด้า3 เจเนอเรชั่นใหม่ ลงสู่ตลาดด้วยราคาเริ่มต้นเพียงล้านต้นๆ นับว่าเป็นรุ่นหนึ่งในตลาดที่คุ้มค่า โดยเริ่มแรกมีด้วยกัน 2 รุ่น คือ รุ่นแฮตช์แบ็ค 5 ประตู และรุ่นซีดาน 4 ประตู มีให้เลือกทั้งหมด 7 สี รุ่น Maxx A/T เกียร์อัตโนมัติ ราคาจำหน่าย 1,064,000 บาท รุ่น Maxx Sports A/T เกียร์อัตโนมัติ ราคาจำหน่าย 1,064,000 บาท
MERCEDES-BENZ
เมอร์เซเดส-เบนซ์เปิดตัว 5 ยนตรกรรมโฉมใหม่สุดตระการตาฉลองครบรอบ 125 ปี เมอร์เซเดส-เบนซ์ทั่วโลก ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ฉลองครบ 125 ปีแห่งความสำเร็จของเมอร์เซเดส-เบนซ์ชมการแสดงรถยนต์คันแรกของโลก “Benz Patent Motor Car” และพบกับโฉมใหม่ล่าสุด The new SLK-Class, The new CLS-Class, The new generation CL-Class, G 55 AMG, The new Vito ตามด้วยสุดยอดยนตรกรรมอีกกว่า 20 คัน ครบครันในทุกเซ็กเมนต์สัมผัสมิติใหม่ของบูธเมอร์เซเดส-เบนซ์ กับการปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ใหม่เป็นแห่งแรกของเมอร์เซเดส-เบนซ์ในเอเชียชมตำนานนวัตกรรมยานยนต์ด้วยโชว์สุดตระการตาด้วยเทคโนโลยีเสมือนจริงล้ำยุค Augmented Reality สี่มิติเป็นครั้งแรกในประเทศไทยพบกับแคมเปญพิเศษ ลุ้นรับทองคำหนัก 125 บาท มูลค่ากว่า 2.5 ล้านบาท โปรโมชั่นพิเศษสำหรับลูกค้าภายในงาน นอกเหนือจากขบวนรถมากมายที่นำมาจัดแสดงภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์แล้ว เมอร์เซเดส-เบนซ์ยังจัดโปรโมชั่นพิเศษเนื่องในโอกาสฉลองครบรอบ 125 ปีแห่งการบุกเบิกโลกยนตรกรรมดังนี้ 1.สำหรับผู้สั่งซื้อรถเมอร์เซเดส-เบนซ์ทุกรุ่นภายในงาน (ยกเว้นรถยนต์เพื่อการพาณิชย์) จะได้รับสิทธิ์ร่วมลุ้นเป็นผู้โชคดีได้รับทองคำหนัก 125 บาท มูลค่ากว่า 2.5 ล้านบาท 2.ดอกเบี้ยเพียง 1.25% นานสูงสุดถึง 60 เดือน สำหรับรุ่น C 200 CGI *และ 1.25% นานสูงสุด 48 เดือน สำหรับรุ่น E 200 CGI และ S 300 L *(เฉพาะรุ่นที่ร่วมรายการเท่านั้นและเป็นไปตามเงื่อนไขของบริษัทฯ) 3.เบี้ยประกันภัยชั้นหนึ่งราคาพิเศษเพียง 12,500 บาท (เฉพาะรุ่นที่ร่วมรายการเท่านั้นและเป็นไปตามเงื่อนไขของบริษัทฯ) SKODA
ยูโรเปียน เอ็นเตอร์ไพรซ์ ผู้นำเข้า ยานยนต์สายพันธุ์ยุโรปจากสาธารณรัฐเชก ด้วยบุคลิกคนเมืองที่ผสานความหรู โก้ แกร่ง สมรรถนะการขับขี่ในเมืองได้อย่างลงตัว และเทคโนโลยี ด้านความปลอดภัยมาตราฐานยุโรปเช่นเดียวกับรถในเครือ VW กรุ๊ป โดยได้นำรถยนต์เด่น 3 รุ่นภายใต้แนวคิด ซิตี้ ไลฟ์, ซิตี้ ไดร์ฟ ประกอบด้วย ซิตี้ คาร์, ซิตี้ เอสยูวี และ ซิตี้ ลักซ์ ชัวรี่ ซาลูน ซึ่งเป็นการเปิดตัวครั้งแรกของรถยนต์ถึง 2 รุ่นคือ ซิตี้ เอสยูวี ใหม่ถอดด้ามอย่าง สโกด้าเยติ น้องใหม่ที่ฉีกความจำเจของเอสยูวีเดิมๆ ด้วยเส้นสายโครงสร้างที่สะท้อนความโก้ แกร่ง การันตีคุณภาพด้วยตำแหน่งรองชนะเลิศ ยูโรเปียน คาร์ ออฟ เดอะ เยียร์ ปี 2010 และในกลุ่มซิตี้ ลักซ์ ชัวรี่ ซาลูน เป็นการอวดโฉมครั้งแรกของ สโกด้า ซูเพิร์บ รถยนต์นั่งซีดานขนาดกลาง ที่สะท้อนความหรูหรา กว้างขวาง และให้ความคุ้มค่าด้านความปลอดภัย รวมถึงการรถเล็ก ซิตี้ คาร์ สโกด้า ฟาเบีย มาจัดแสดง สัมผัสรถยนต์ภายใต้แนวคิด ซิตี้ ไลฟ์, ซิตี้ ไดร์ฟ ทั้ง 3 รุ่น ซิตี้ คาร์ สโกด้า ฟาเบีย , ซิตี้ เอสยูวี สโกด้า เยติ และ ลักซ์ ชัวรี่ ซาลูน สโกด้า ซูเพิร์บ ที่ให้ความคุ้มค่าด้านความปลอดภัย ภายใต้บุคลิกที่โก้หรู ได้ที่บูธสโกด้า ในบางกอกอินเตอร์ เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2011 ได้แล้วตั้งแต่บัดนี้ VOLVO
วอลโว่ใช้งาน Bangkok International Motor Show บุกชิงเจ้าตลาดเอสยูวีระดับพรีเมี่ยม มั่นใจความแรงจากเทรนด์ยอดขายทั้งเซ็กเมนต์ที่เพิ่มขึ้น 33% ในปีที่ผ่านมา สานต่อความแรงด้วยการเปิดตัว XC60 D3 ใหม่ เอสยูวีหรูขนาดกลางเครื่องยนต์ดีเซลที่ให้ทั้งสมรรถนะและความประหยัด พร้อมนวัตกรรมเทคโนโลยีความปลอดภัยเพื่อคนเดินถนน “ระบบตรวจจับคนเดินถนนและระบบเบรกแบบเต็มแรงเบรก” (Pedestrian Detection with Full Auto Brake” เข้ามาเสริมทัพ XC90 ทำให้วอลโว่มีรถยนต์ในตลาดเอสยูวีระดับพรีเมี่ยมที่มีความหลากหลาย สนองได้ทุกความต้องการของลูกค้า พิเศษในมอเตอร์โชว์ผู้ที่จองรถยนต์รุ่นต่างๆ ในงาน จะได้รับข้อเสนอพิเศษ ผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 19,900 บาท นาน 72 เดือน พร้อมเลือกรับของขวัญพิเศษที่จัดไว้ให้สำหรับรถแต่ละรุ่น อาทิ iPad 32GB (Wi-Fi + 3G) หรือที่พักสุดหรู ส่วนสำหรับวอลโว่ C30 ทุกคัน รับเพชรน้ำงาม 1 กะรัต สอบถามรายละเอียดโปรโมชั่นพิเศษได้ที่โชว์รูมวอลโว่ตั้งแต่บัดนี้หรือที่บูธวอลโว่ A5/1-2 อาคารชาเลนเจอร์ 3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม – 5 เมษายน 2554 นี้ |
| แก้ไขล่าสุด ใน วันจันทร์ที่ 28 มีนาคม 2011 เวลา 12:41 น. |

















