TEST DRIVE Hilux Vigo Champ PDF พิมพ์ อีเมล
highlight
เขียนโดย L.Taymee   
วันเสาร์ที่ 20 สิงหาคม 2011 เวลา 13:45 น.

หลังจาก Toyota Hilux Vigo Champ หล่อเล็ก พร้อมหล่อผู้พี่ ฟอร์จูนเนอร์ บิ๊กไมเนอร์เชนจ์ ใน Concept Above & beyond เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม โดยใช้สถานที่ ชาเลนเจอร์ฮอลล์ 1 อิมแพ็ค เมืองทองธานี เป็นเวทีโชว์ตัว ซึ่งเป็นการเปิดตัวต่อจาก Australian International Motor Show ซึ่งที่โน้นก็ใช้พี่ คริสเตียโน โรนัลโด เป็นพรีเซ็นเตอร์ เหมื่อนกับที่บ้านเรา แล้วแบบนี้ “พี่ตูน” บอดี้สแลม จะเอาอะไรไปเปรียบ ฮ่า ฮ่า ฮ่า

ย้อยรอยเท้าความกันนิดครับกับที่ไปที่ Toyota Hilux Vigo Champ ว่าที่ขึ้นแท่นกระบะขายดีอีกรุ่น ก่อนที่กระบะตัวใหม่ของ Isuzu ที่จะมาในปลายปีนี้ Hilux Vigo Champ และ Fortuner เป็นผลิตผลต้นเรื่องของโครงการ “IMV” หรือ “Innovative International Multi-purpose Vehicle” ของ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จากจุดเริ่มต้นในปี 2547 ใจความสำคัญของโครงการนี้หมายมั่นปั้นมือเพื่อตอบโจทย์ หลักๆ คือต้องผลักดันรถกระบะในโครงการให้มียอดจำหน่ายในประเทศไทยให้ได้มากที่สุดในบรรดารถทุกรุ่นของโตโยต้าที่มีจำหน่ายในประเทศไทย

ต้องเบียดและแซงคู่แข่งสำคัญอย่างอีซูซุให้ได้หลังจากที่เป็นสองรองมาตลอด 20 ปีที่ผ่านมา ที่ผ่านมาได้แค่เฉียด(แต่ถึงวันนี้ทำได้แล้ว) ประเคนเทคโนโลยีเครื่องยนต์ดีเซลที่ทันสมัยใส่ลงไปพยายามรวมกันให้ได้ระหว่างความแรงและความประหยัด และเหนืออื่นใดจะใช้ไทยเป็นฐานการผลิตเพื่อส่งออกว่ากันว่าเกือบร้อยประเทศทั่วโลก ซึ่งถึงวันนี้วันที่ได้ทอลองขับโจทย์ข้างบนโตโยต้าตอบได้ครบทุกหัวข้อ แถมไม่ใช่แค่ผลักดันโครงการ“IMV” แต่ตอนนี้ โตโยต้ากลายเป็นรถยนต์ที่มียอดขายสูงสุดของโลกไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

กลับมาเข้าเรื่อง การทดลองขับ Toyota Hilux Vigo Champ ซึ่งอาจเรียกได้ว่า กระบะไทยวันนี้ ซีดานมีอาย เมื่อสิบปีที่แล้วกลุ่มผู้ใช้รถกระบะจะเป็นกลุ่มลูกค้าที่ดำเนินชีวิตอยู่ต่างจังหวัด ไม่ว่าจะเป็นหัวเมืองใหญ่หรือแถบท้องไรปลายนา ใช้รถกระบะทำมาหากินเกี่ยวกับภาคการเกษตรเพื่อการขนส่ง รถกระบะในอดีตจึงเน้นความแข็งแกร่งบึกบึนเพื่อรองรับน้ำหนักบรรทุกให้ได้มากๆ แน่นอนมันจึงเป็นรถที่ไม่เหมาะกับการโดยสาร แต่เมื่อวันเวลาเปลี่ยนไปกลุ่มผู้ใช้รถเริ่มเปลี่ยน ซึ่งแทนที่จะใช้รถกระบะเพื่อการขนส่งเพียงอย่างเดียว กลับต้องการกระบะคันเดียวกันสามารถใช้เดินทางไปไหนมาไหนในชีวิตประจำวันได้

เมื่อมีความต้องการ ผู้ผลิตรถเองจึงจำเป็นต้องตอบสนอง เนื่องความปริมาณกลุ่มคนใช้รถกลุ่มนี้มีกว่าครึ่งค่อนประเทศ ส่งผลให้มาตรฐานรถกระบะวันนี้เปลี่ยนไปไม่ใช่ใช้เฉพาะบรรทุกอีกต่อไป กลายเป็นรถยนต์นั่งเพื่อการโดยสารอย่างแท้จริง แต่เหนือกว่ารถยนต์นั่งธรรมดาทั่วไปคือมีที่บรรทุกสัมภาระมากกว่า ยิ่งในส่วนของอุปกรณ์อำนวยความสะดวกก็ให้มาแบบแสนสบาย อุปกรณ์ตกแต่งเรียกได้ว่า ฟูลออฟชั่นกันเลยทีเดียว ในส่วนรายละเอียดอุปกรณ์ต่างของเจ้า Toyota Hilux Vigo Champ คันล่าสุดนี้มีอะไรเพิ่มเติมขึ้นมาบ้างมาดูกัน

หล่อเข้มมาดขรึมเริ่มจากด้านหน้าใหม่ทั้งกระจัง กันชน ฝากระโปรงใหม่ทั้งบานแปะช่องดักลมขนาดใหญ่ขึ้นกว้างขึ้นโคมไฟ หลังใหม่ พร้อมฝัง ไฟตัดหมอกที่กันชนหน้า (เฉพาะรุ่น G และ Prerunner 2.5E ABS) ไฟเบรกดวงที่ 3 สีใหม่ รวมถึงกระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยว โป่งล้อดีไซน์ใหม่ (เฉพาะรุ่น Prerunner และ 4x4) ล้ออัลลอยลายใหม่ ขนาด 16 และ 17 นิ้ว ในรุ่น J จะเป็นล้อกระทะเหล็กพร้อมฝาครอบลายใหม่เช่นกัน ขณะที่เสาวิทยุเป็นแบบสั้นพับเก็บได้สไตล์รถเก๋งนอกจากนี้ ในรุ่นสมาร์ทแค็บ ที่ประตูตู้กับข้าวเปิดกว้างถึง 92 องศา เพิ่มความกว้างทางเข้า-ออกห้องโดยสารอีก 51 เซนติเมตร พร้อมเทคโนโลยีระบบล็อก 2 ชั้น เพิ่มอรรถประโยชน์ของการใช้งาน ปลอดภัยด้วยระบบป้องกันการหนีบขณะปิด พร้อมสัญญาณเตือนเมื่อบานแค็บปิดไม่สนิท

ภายในได้รับการปรับเปลี่ยนในรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ ไม่ว่าจะเป็นแผงคอนโซลหน้า ลูกบิดปรับอุณหภูมิแอร์ มาตรวัดเรืองแสงแบบใหม่ พวงมาลัยMulti-function และที่เก็บแว่นตา-ไฟส่องแผนที่ดีไซน์ใหม่ แบนเรียบกับเพดานหลังคา ที่สำคัญ วีโก้ ใหม่ ยังเพิ่มช่องต่ออุปกรณ์ USB / AUX ที่มาพร้อมกับชุดเครื่องเสียงขนาด 2Din เล่น CD 1แผ่น รองรับ MP3 และ WMA และพิเศษสำหรับรุ่นดับเบิลแค็บยัง ซึ่งเป็นรุ่น ที่เป็นรุ่นที่จะได้รับความนิยมสูงสุด และคาดว่าน่าจะขายดีสุดมีการเสริมออฟชั่นด้วย เบาะที่นั่งด้านคนขับ ปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง (เฉพาะรุ่น 3.0G 4x4) ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ “Cruise Control” (เฉพาะรุ่น 3.0 G 4x4 เกียร์อัตโนมัติ) ชุดเครื่องเสียงใหม่ ขนาด 2Din พร้อมจอสัมผัสขนาด 6.1 และเครื่องเล่น DVD 1แผ่น (Prerunner และ 3.0G 4x4) หรือแบบเครื่องเล่น CD 1 แผ่น รองรับ MP3 และ WMA ช่องต่ออุปกรณ์ USB/AUX และกล้องมองหลัง ทำงานสัมพันธ์กับเกียร์ถอยหลัง (เฉพาะ Prerunner และ4x4 3.0G)

ในส่วนของช่วงล่าง TOP Platform โครงสร้างเฟรมชิ้นเดียวยาวตลอดคันไร้รอยต่อ มีความแข็งแรงทนทาน ทนต่อแรงดึง และการบิดตัวสูง ระบบกันสะเทือนปรับปรุงให้นิ่มนวล ส่วนนี้แหละที่น่าจะเรียกได้ว่าเป็นสมรรถนะไฮไลท์ของ Toyota Hilux Vigo Champ เลยทีเดียวโดยด้านหน้าเป็นแบบอิสระปีกนกคู่ดับเบิ้ลวิชโบนและคอยล์สปริง หลังแบบแหนบซ้อน เพราะจากการที่ได้ทดลองขับเส้นทางจาก คีรีมายา รีสอร์ต แอนด์ สปา ที่พักของเราที่ทางโตโยต้าจัดไว้ให้ มุ่งหน้าสู่ อำเภอนาดี สภาพเส้นทางช่วงนี้เป็นส้นทางคดเคี้ยวขึ้น ลง เนิน สลับโค้งส่งลงเขา เหมาะอย่างยิ่งสำหรับขับทดสอบรถยนต์นั่งที่สมรรถนะช่วงล่างเซ็ตมาแบบหนึบหนับ แต่นี้ผมขับกระบะอยู่นะ แถมยกสูงอีกต่างหาก

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ Toyota Hilux Vigo Champ Prerunner ขับสองยกสูง พาผมและบั๊ดดี๊ผ่านเส้นทางแบบนี้ได้แบบเหงื่อไม่ออกมือ ไร้อาการท้ายกวาดอันเป็นท่าบังคับของรถกระบะท้ายเบาเพราะเปล่าบรรทุกพึงจะเป็นกัน ส่วนเรื่องพละกำลังไม่ต้องพูดถึงมีให้เหลือๆจาก เครื่องยนต์รหัส 2KD – FTV (VNT) 2.5ลิตรไดเร็คอินเจ็คชั่น 16วาล์ว VN เทอร์โบอินเตอร์คูลเลอร์144 แรงม้า (106 กิโลวัตต์) ที่ 3,400 รอบต่อนาที ให้แรงบิดสูงสุด 343 นิวตัน-เมตรที่ 16002800 รอบ/นาที ตัวเลขเหล่านี้มีไว้ให้ท่องจำ ขอเอาความรู้สึกตอนขับจริงมาเล่าให้ฟังดีกว่าว่า แรงบิดจากเครื่องยนต์ดีเซล 2.5 ลิตร ที่พ่วงเทอร์โบ อย่าหาว่าโม้ กดคันเร่งเรียกใช้ได้ราวกับ 7-11 อยากใช้เมื่อไหร่ก็เรียกมา ม้าพวกนี้ขยันทุกตัว ไม่เกี่ยงงอนงอแง ให้ต้องเชนจ์เกียร์เรียกรอบให้เมื่อยตุ้ม โดยขณะที่อยู่บนความเร็วเดินทางปกติ ราว 130-140 กม./ชม.

สามารถเดินคันเร่งต่อเพื่อแซงคันหน้าได้สบายๆชนิดหน้าหงายเล็กน้อย พฤติกรรมของสมรรถนะเครื่องยนต์แบบนี้ทำให้อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงสามารถเดินทางคู่ไปได้กับสมรรถนะได้อย่างลงตัวโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อได้เทอร์โบแปรผัน VN เทอร์โบ เข้ามาช่วยอีกแรง ส่วนเรื่องตัวเลขอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงผมไม่ซีเรียส กับมันหรอกครับ เพราะตัวเลขที่เอาออกมายืนยันแข่งกันมันไม่ได้วัดกันบนความเร็วเดินทางปกติ ซึ่งหากคนที่เข้าใจเรื่องเครื่องยนต์กลไก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเทคโนโลยีที่กล่าวมาข้างต้นก็น่าจะ Happy ยินดีแล้วละครับ กินมากกินน้อยขึ้นอยู่ที่คนขับครับ เพราะเครื่องยนต์มันไม่มีอารมณ์ให้ใช้เหมือนคน

สำหรับเรื่องสมรรถนะของเครื่องยนต์ รุ่นอื่นๆอีก 4 รุ่นเครื่องยนต์ ไม่ว่าจะเป็น 1KD – FTV 3.0ลิตร ไดเร็คอินเจ็คชั่น 16วาล์วVN เทอร์โบอินเตอร์คูลเลอร์ 163 แรงม้า(120 กิโลวัตต์) ที่ 3,400 รอบต่อนาที 343 นิวตัน-เมตร ที่ 14003200 รอบ/นาที เครื่องยนต์รหัส 2KD – FTV (I/C) 2.5ลิตรไดเร็คอินเจ็คชั่น 16วาล์ว เทอร์โบอินเตอร์คูลเลอร์ 120 แรงม้า

(88 กิโลวัตต์) ที่ 3,600 รอบต่อนาที 325 นิวตัน-เมตร ที่ 2000 รอบ/นาที เครื่องยนต์ รหัส 2KD – FTV 2.5ลิตรไดเร็คอินเจ็คชั่น 16วาล์ว เทอร์โบ 102 แรงม้า(72 กิโลวัตต์)ที่ 3,600 รอบต่อนาที 200 นิวตัน-เมตร ที่ 14003400 รอบ/นาที และเครื่องยนต์เบนซินรหัส 2TR – FE 2.7ลิตร เบนซิน VVT-I 16 วาล์ว 160 แรงม้า (118 กิโลวัตต์)ที่ 5,200 รอบต่อนาที 241 นิวตัน-เมตร ที่ 3800 รอบ/นาที ขอไม่กล่าวถึงในที่นี้ เนื่องจากไม่ได้ทำการทดลองขับ แต่อย่างที่บอกข้างต้นครับว่า ทาง โตโยต้า คาดหวังว่า Toyota Hilux Vigo Champ รุ่นที่จะเป็นที่นิยมคือ Toyota Hilux Vigo Champ Prerunner ขับสองยกสูง เครื่องยนต์ 2KD – FTV (VNT) 2.5ลิตร ไดเร็คอินเจ็คชั่น 16วาล์ว VN เทอร์โบอินเตอร์คูลเลอร์ คันที่ผมได้ทดลองขับนั้นเอง

มาถึงระบบรักษาความปลอดภัย ซึ่งผมก็ได้ทดลองใช้มันมาตั้งแต่ล้อเริ่มหมุนทั้งดิสก์เบรกหน้า ที่มีครีบระบายความร้อน / ดรัมเบรกหลังพร้อมวาล์วปรับแรงดันน้ำมันเบรกอัตโนมัติ LTS and Super LSPV ถุงลมเสริมความปลอดภัย แบบ Dual SRS Airbag คู่ด้านหน้า ปกป้องผู้ขับขี่และผู้โดยสารจากแรงกระแทกด้านหน้า (ออฟชั่นพวกนี้มีในรุ่น G) รวมถึงระบบป้องกันล้อล็อก ABS (Anti-lock Braking System) ขณะเบรกเพื่อความปลอดภัย เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมทิศทางและหักหลบสิ่งกีดขวางได้ในขณะเบรก ตลอดจนโครงสร้างนิรภัย GOA (Global Outstanding Assessment) พร้อมคานประตูใหญ่ และหนา คานกันกระแทกด้านข้าง, พวงมาลัยแบบยุบตัวได้, เข็มขัด ELR 3 จุด ปรับระดับสูงต่ำได้,แป้นเหยียบเบรกแบบยุบตัวได้, ไฟเบรกดวงที่ 3, แผงไล่ฝ้ากระจกหลัง,กระจกบังลมหน้าแบบอัดซ้อนนิรภัยพร้อมแถบกรองแสง, วาล์วตัดน้ำมันอัตโนมัติ, โครงเสาหลังคาและหลังคารถด้านในได้รับการออกแบบให้มีความอ่อนนุ่มเป็นพิเศษ ช่วยผ่อนแรงกระแทกเมื่อเกิดอุบัติเหตุ พวกนี้ได้ลองหมด ยกเว้น โครงสร้างนิรภัย GOA และ Airbag

สรุประยะทางเกือบ 200 กิโลเมตร ที่ได้ทดลองขับ Toyota Hilux Vigo Champ Prerunner ขับสองยกสูง ที่ตลาดวันนี้กระจายกว้างไปเบียดกลุ่มรถยนต์นั่ง ด้วยการเติมอรรถประโยชน์อำนวยความสะดวกสบายภายในห้องโดยสารรวมทั้งลดความกระด้างอย่างที่กระบะทั่วไปเป็นของระบบช่วงล่าง ทำให้มันเหมาะที่จะใช้เป็นทั้งรถโดยสารและสามารถทำมาหากินได้ในคันเดียว ข้อเสียของมันหากมองในมุมใช้เป็นรถทำมาหากินคงจะมีข้อเสียเดียวตรงที่มันคงไม่สามารถบรรทุกหนักมากมายได้ ซึ่งถ้าเจตนาหารถกระบะ มาเพื่อการนี้มีรุ่นที่เกิดมาเพื่อบรรทุกให้เลือกใช้

สำหรับราคาค่าตัวของเจ้า Toyota Hilux Vigo Champ แยกย่อยดังนี้ รุ่น StandardCab เริ่มต้นที่ 487,000 บาท(2.5J StandardCab) ไปจนถึง 544,000 บาท(3.0J) รุ่น SmartCab เริ่มต้นที่ 587,000 บาท(2.5J SmartCab พวงมาลัยพาวเวอร์) ไปจนถึง 814,000 บาท (3.0G SmartCab 4WD สีเมทัลลิก) รุ่น ExtraCab เริ่มต้นที่ 552,000 บาท(2.5J ExtraCab พวงมาลัยพาวเวอร์) และ 559,000 บาท(2.5J ExtraCab พวงมาลัยพาวเวอร์ สีเมทัลลิก) รุ่น DoubleCab เริ่มต้นที่ 627,000 บาท(2.5J DoubleCab) ไปจนถึง 988,000 บาท(3.0G DoubleCab เกียร์อัตโนมัติ 4WD สีเมทัลลิก)

แก้ไขล่าสุด ใน วันเสาร์ที่ 20 สิงหาคม 2011 เวลา 15:12 น.