นิสสัน เปิดตัว จีที-อาร์ รุ่นฉลองครบรอบ 50 ปี ในประเทศไทย

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป จัดทัพหลวงลงมอเตอร์เอ็กซ์โป 2019
November 30, 2019
นิสสัน จัดใหญ่มอเตอร์เอ๊กซ์โป 2019
November 30, 2019

นิสสัน เปิดตัว จีที-อาร์ รุ่นฉลองครบรอบ 50 ปี ในประเทศไทย

กรุงเทพฯ 28 พฤศจิกายน 2562 

นิสสัน ในประเทศไทย เปิดตัว จีที-อาร์ รุ่นลิมิเต็ดเอดิชันฉลองครบรอบ 50 ปี รถยนต์ซูเปอร์สปอร์ตสมรรถนะสูง ระดับตำนานของนิสสัน ในงานมหกรรมยานยนต์  ครั้งที่ 36 หรือ The 36th Thailand International Motor Expo 2019 จีที-อาร์ รุ่นฉลองครบรอบ 50 ปี จำหน่ายในประเทศไทยด้วยราคา 11.3 ล้านบาท พร้อมการรับประกัน 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตรและการบริการแบบเอ็กซ์คลูซีฟโดยสยาม นิสสัน ทีเคเอฟ ซึ่งได้รับการแต่งตั้งเป็นศูนย์บริการรถยนต์สมรรถนะสูงของนิสสัน หรือ นิสสัน ไฮเพอร์ฟอร์มแมนซ์ เซ็นเตอร์ (Nissan High Performance Center) แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย เพื่อให้บริการลูกค้าอย่างดีที่สุด

“เราสามารถนำ จีที-อาร์ รุ่นฉลองครบรอบ 50 ปี หนึ่งในรถยนต์ซูเปอร์สปอร์ตที่เป็นไอคอนอันโดดเด่นที่สุดของนิสสัน มาสู่ประเทศไทย ด้วยราคาที่น่าประทับใจ ตามที่พวกเราเคยตั้งใจไว้” ราเมช นาราสิมัน ประธาน นิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย (Ramesh Narasimhan, president of Nissan Motor Thailand) กล่าว”เรายังคงมุ่งเน้นที่จะตอบสนองต่อลูกค้าชาวไทย อันถือเป็นหัวใจสำคัญในทุกๆ อย่างที่เราทำ ซึ่งรวมถึงการนำเสนอรถยนต์รุ่นใหม่เช่นนี้จากผลิตภัณฑ์ระดับโลกสู่ตลาดในประเทศไทย”

การเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปีที่พิเศษสุด

จีที-อาร์ รุ่นพิเศษนี้ จะมาในรูปแบบของการผสมผสาน สีภายนอกแบบทูโทนที่สืบทอดกันมาถึงสามยุค สื่อถึงความพิเศษของจีที-อาร์ จากการแข่ง เจแปน กรังด์ ปรีซ์ (Japan GP series) ด้วยโทนสีฟ้าที่เรียกว่า Bayside Blue กลับมาอีกครั้งพร้อมกับลายทางสีขาว ผ่านกระบวนการทำสีถึง 4 ชั้น ด้วยการอบความร้อนถึง 2 ครั้ง ช่วยให้สีฟ้าโดดเด่นอย่างมีชีวิตชีวา พร้อมประกายสะดุดตาและให้เงาลึกมีมิติ ขณะที่สีฟ้าบนซี่ล้อจะมอบสัมผัสที่พรีเมียม แสดงการเฉลิมฉลองความสำเร็จครั้งสำคัญของจีที-อาร์ นอกจากนี้ยังมีสีภายนอกอีกสองสี ได้แก่ สีขาวมุก (Storm White) พร้อมแถบสีแดง และ อัลติเมท ซิลเวอร์ (Ultimate Silver) พร้อมแถบสีขาว ทั้งหมดมาพร้อมสัญลักษณ์ครบรอบ 50 ปี

Nissan Australia celebrates 50 years of Nissan GT-R with range updates and special edition

ภายใน จีที-อาร์ รุ่นฉลองครบรอบ 50 ปีนี้ คือการตกแต่งภายในสีเทาพิเศษที่ให้ความรู้สึกหรูหราภายในห้องโดยสาร ซึ่งชวนให้นึกถึงบรรยากาศของท้องฟ้ายามค่ำคืนหลังจากเวลาพลบค่ำ รวมถึงพวงมาลัยที่เป็นเอกลักษณ์และการตกแต่งหัวเกียร์ ที่เบาะนั่ง พิมพ์ลายนูนที่ออกแบบพิเศษ ชิ้นส่วนที่หุ้มผนังด้านบนของรถใช้วัสดุแบบอัลคันทาร่า (Alcantara®) มีการตัดเย็บที่เป็นเอกลักษณ์ ที่บังแดดหุ้มด้วยวัสดุอัลคันทาร่าและอีกมากมาย

Nissan Australia celebrates 50 years of Nissan GT-R with range updates and special edition

สมรรถนะจากจิตวิญญาณที่เกิดมาเพื่อการแข่งขันอย่างแท้จริง

“เรายังคงรักษาแนวคิดของจีที-อาร์ รุ่นปี 2020 มุ่งเน้นไปที่การขับขี่ด้วยความเพลิดเพลิน หรือ pursuing the ultimate driving pleasure เมื่อลูกค้าสัมผัสพวงมาลัย พวกเขาจะรู้ทันทีว่า ไม่มีรถคันใดในโลกที่ให้ความพึงพอใจกับผู้ขับขี่ได้ทั้งทางร่างกายและจิตใจเท่านี้” ฮิโรชิ ทามูระ ผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์จีที-อาร์ของนิสสัน (Hiroshi Tamura, chief product specialist for the GT-R) กล่าว ขณะที่ผู้ที่ชื่นชอบหลายคนเชื่อว่า ความประณีตและสมรรถนะของจีที-อาร์ ที่ให้พละกำลังสูงสุด 555 พีเอส ให้ แรงบิดสูงสุดที่ 632 นิวตันเมตร ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์แบบ วี6 24 วาล์ว ขนาด 3.8 ลิตร ทวินเทอร์โบชาร์จ ประกอบด้วยมือ ยังมาจาก ‘ทาคูมิ’ หรือ ช่างเทคนิคระดับสูงสุดและทีมวิศวกรของจีที-อาร์ อันมีส่วนสำคัญ

Nissan Australia celebrates 50 years of Nissan GT-R with range updates and special edition

จีที-อาร์ ใช้ระบบเกียร์แบบดูอัลคลัตช์ 6 สปีด ที่ได้รับการพัฒนาพร้อมโหมด ‘R’ ที่ได้รับการปรับแต่งให้เหมาะกับการขับขี่ทั้งบนถนนและในสนามแข่ง ช่วยให้การเปลี่ยนเกียร์ลงมีความดุดันมากขึ้นสำหรับการเข้าโค้งได้อย่างรวดเร็วกว่าเดิม โดยการเปลี่ยนเกียร์เกิดขึ้นขณะเบรกเอบีเอสทำงาน จึงลดอาการอันเดอร์สเตียร์ (understeer) และให้การควบคุมที่ง่ายยิ่งขึ้น ระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์แบบแปรผันถูกตั้งโปรแกรมให้เปลี่ยนแผนการขับขี่เพื่อให้เหมาะกับสไตล์การขับขี่ของเจ้าของรถ ทำให้สามารถขับขี่ได้ตามกฎหมายบนถนนสาธารณะหรือขับขี่ด้วยความดุดันบนสนามแข่งโดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนโหมดด้วยตนเอง ท่อไอเสียอันเป็นเอกลักษณ์ของจีที-อาร์ ใช้เป็นไทเทเนียมแบบใหม่ เคลือบด้วยไทเทเนียมพร้อมปลายท่อสีฟ้าขัดเงา

Nissan Australia celebrates 50 years of Nissan GT-R with range updates and special edition

ระบบช่วงล่างแบบควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้รับการพัฒนาเพื่อให้การเข้าโค้งที่มีเสถียรภาพและการขับขี่ที่ราบรื่นยิ่งขึ้น ระบบบังคับเลี้ยวนั้นเป็นแบบเส้นตรงและมีความแม่นยำมากขึ้นกว่าเดิม ที่ให้การแก้ไขน้อยที่สุดที่ความเร็วสูงสุดถึง 300 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (186 ไมล์ต่อชั่วโมง) หม้อลมเบรกใหม่เพิ่มการตอบสนองการเบรกเริ่มต้นด้วยการเหยียบคันเร่งที่สั้นลง ส่งผลให้ความสามารถในการหยุดรถมีเพิ่มขึ้น

Nissan Australia celebrates 50 years of Nissan GT-R with range updates and special edition

ห้องโดยสารที่คู่ควรกับจีที-อาร์

ห้องโดยสารของจีที-อาร์ เป็นการผสมผสานอย่างลงตัวของความหรูหราและความสปอร์ต บริเวณตำแหน่งคนขับที่สะดุดตา ที่นั่งที่สะดวกสบาย ทั้งผู้โดยสารด้านหน้าและด้านหลัง แผงควบคุมถูกออกแบบมาเพื่อถ่ายทอด ‘การลื่นไหลในแนวนอน’ หรือ horizontal flow ให้ความรู้สึกมั่นคงสูงสำหรับผู้โดยสารที่นั่งด้านหน้า ที่นั่งถูกหุ้มด้วยหนังแบบ Nappa ที่คัดสรรมาชิ้นเดียวและไร้รอยต่อ ตัดเย็บอย่างประณีตด้วยความแม่นยำด้วยสไตล์ผู้ชำนาญการขั้นสูง หรือ ทาคูมิ (Takumi) แผงควบคุมกลางที่มาพร้อมการควบคุมเครื่องเสียง หน้าจอสัมผัส 8 นิ้ว ไอคอนขนาดใหญ่บนหน้าจอแสดงผล ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการขับขี่โดยไม่รบกวนสมาธิ แป้นเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์ติดตั้งบนพวงมาลัยสปอร์ต ให้ผู้ขับขี่สามารถเปลี่ยนเกียร์ในระหว่างเลี้ยวโดยไม่ต้องละมือจากพวงมาลัย

นิสสัน จีที-อาร์ รุ่นปี 2020 ทั้งหมดมาพร้อมกับระบบเครื่องเสียงและการสื่อสารในตัว ให้เจ้าของรถล็อคหรือปลดล็อกประตูได้จากระยะไกล เปิดใช้งานการเตือนต่างๆ เรียกใช้บริการฉุกเฉินหรือติดตามที่อยู่ของรถผ่านแอพพลิเคชันในสมาร์ทโฟน ระบบเสียงแบบพรีเมียมของ BOSE® มาพร้อมกับลำโพงประสิทธิภาพสูง 11 ตัวและ Active Sound Management เพื่อให้ประสบการณ์การขับขี่สนุกมากยิ่งขึ้น

ลูกค้าที่สนใจ จีที-อาร์ จะได้รับความอุ่นใจจากมาตรฐานการบริการหลังการขายแบบเอ็กซ์คลูซีฟของนิสสัน โดยสยาม นิสสัน ทีเคเอฟ ซึ่งได้รับการแต่งตั้งเป็นศูนย์บริการรถสมรรถนะสูงของนิสสัน หรือ นิสสัน ไฮเพอร์ฟอร์มแมนซ์ เซ็นเตอร์ (Nissan High Performance Center) แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย เพื่อให้บริการลูกค้าและดูแลยนตรกรรมที่มีชื่อเสียงระดับโลกอย่างดีที่สุด

Nissan GT-R 50th Anniversary GALLERY

Taymee Limtrakool
Taymee Limtrakool
ผมคนทำหนังสือรถยนต์ ขณะนั้นรู้จักแต่น้ำหมึกที่ใช้เขียนหนังสือ น้ำมันที่ใช้เติมรถ แผ่นอลูมิเนียมที่ใช้ทำเพลท(แม่พิมพ์นิตยสาร)กระดาษ และโรงพิมพ์ รวมถึงบริษัทจัดจำหน่ายที่ทำหน้าที่ขายนิตยสาร จนวันหนึ่งถูกเทคโนโลยี Disruption ให้ต้องใช้กล้องที่ไม่มีฟิล์ม ผลิตภาพถ่ายได้ด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ วาง Lay-out ส่งเข้าแอพพลิเคชั่น ไม่มีกลิ่นน้ำหมึก ไม่มีกลิ่นกระดาษ ช่วงเวลานั้นเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากสำหรับคนทำหนังสือรถยนต์ยุค”น้ำหมึกปนน้ำมัน”การเดินทางของ INCARS MAGAZINE โดยบริษัท ไนนอิน จำกัดก่อตั้งในปี 2549 มาถึง incars e-magazine “นิตยสารรถยนต์ไทยไม่ใช้กระดาษ” สามารถอ่านและดาว์นโหลดฟรีผ่าน www.incarsmagazine.com รวมถึงเรื่องราวข่าวสารที่เล่าให้ฟังผ่าน INCARS CHANNEL ทางช่อง Youtube จากวันนั้นถึงวันนี้ผมผ่านการสร้างงานในวงการนี้มากว่า 20 ปีแล้วครับ