รีวิว MG EXTENDER กล้าดีอย่างไรในในฐานะน้องใหม่

เปิดตัว Monkey Dragon Ball Limited Edition มีแค่ 100 คัน
November 27, 2019
Issue 5/34
November 28, 2019

รีวิว MG EXTENDER กล้าดีอย่างไรในในฐานะน้องใหม่

รถยนต์ยี่ห้อ MG มีต้นกำเนิดมาจากประเทศอังกฤษซึ่งบัจจุบันบริหารจัดการโดยบริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด ซึ่งบริหารการจัดจำหน่ายและบริการหลังการขายในบ้านเราอย่างเป็นทางการกว่า 5 ปี โดย บริษัท เอ็มจี เซลส์(ประเทศไทย) จำกัด รถยนต์ MG สามารถฝ่าด่านการตลาดแจ้งเกิดรถยนต์ได้หลายรุ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ MG 3 และ MG ZS ที่สามารถเข้าไปแชร์มาร์เก็ตจากเจ้าตลาดได้อย่างน่าชื่นชม แม้ว่าจะเป็นการประกาศสงครามด้านราคาก็เถอะ รวมถึงการสร้างมาตรฐานด้านราคาใหม่ให้กับวงการรถยนต์ไฟฟ้าโดยการเป็นตัว MG ZS EV รถยนต์พลังงานไฟฟ้าราคาล้านต้นๆ 

ล่าสุดเปิดตัวรถกระบะรุ่นแรกของตัวเอง มาในคอนเซปต์ “MG EXTENDER กระบะพันธุ์ยักษ์ ให้มากกว่าความแกร่ง” โดดเด่นทั้งหน้าตาและมิติตัวถังขนาดใหญ่ สมรรถนะการควบคุมที่ดี พร้อมระบบความปลอดภัยครบครัน โดนเฉพาะอย่างยิ่งกับ i-SMART รองรับการสั่งการด้วยเสียงภาษาไทย สำหรับในทริปนี้เราได้รับเชิญเข้าร่วมทดลองขับเป็นกลุ่มที่5จากทั้งหมด6กลุ่มซึ่งกิจกรรมนี้จัดขึ้นเพื่อพิสูจน์สมรรถนะ MG EXTENDER  รุ่น 4 ประตู (Double Cab) ตัวท็อปสุด กว่า 10 คัน เริ่มต้นจากกรุงเทพฯลงใต้ไปอีสานกลับมาภาคกลางขึ้นเหนือไปเชียงใหม่ก่อนจะย้อนกลับมากรุงเทพมหานครรวมระยะทางกว่า3พันกิโลเมตร 

ในส่วนของเรา incarsmagazine รับช่วงต่อจากจังหวัดพิษณุโลกมุ่งหน้าจังหวัดลำปางพักค้างคืนในวันแรกก่อนที่เช้าวันรุ่งขึ้นเดินทางต่อไปจังหวัดเชียงใหม่มีระยะทางรวมกว่า 300 กิโลเมตร  สำหรับเรา MG EXTENDER สอบผ่านทั้งด้านรูปทรง ช่วงล่างที่ออกแบบและเซ็ตอัพ โดยSachsจากเยอร์มัน รวมถึงสมรรถนะพละกำลัง เครื่องยนต์ดีเซลคอมมอนเรล ไดเร็คอินเจ็คชั่น 2.0 ลิตร เทอร์โบ แปรผัน ให้กำลังสูงสุด 161 แรงม้า ที่ 4,000 รอบต่อนาที แรงบิด 375 นิวตันเมตร มีทั้ง เกียร์อัตโนมัติ และแบบธรรมดา 6 จังหวะให้เลือก

ทั้งยังมีโหมดปรับรูปแบบการขับขี่ได้ทั้ง ECO และ POWER เพื่อตอบสนองทุกการใช้งาน โดยในรุ่น Double Cab จะมีให้เลือกทั้งแบบขับเคลื่อน 2 ล้อ (2WD) และขับเคลื่อน 4 ล้อ (4WD) พร้อมโหมดการขับขี่ให้เหมาะกับสภาพอุปสรรคของพื้นผิวถนน 3 รูปแบบ คือ 2H, 4H และ 4L ซึ่งเส้นทางช่วงก่อนถึงเชียงใหม่เราได้ ทดสอบสมรรถนะแรงบิดของเครื่องยนต์ตลอดจนความแข็งแกร่งของช่วงล่างจากห้วยตึงเฒ่าเข้าชุมชนช่างเคี่ยนทะลุออกมาทางดอยปุยก่อนจะวนลงเข้าตัวเมืองเชียงใหม่ทางดอยสุเทพ

จากที่เราอยู่ด้วยกันขับ MG EXTENDER 2 วันเต็มสามารถพูดได้เต็มปากว่ารูปทรงมังกรจีนคันนี้มีเสน่ห์อยู่ในตัว ภายนอกดูบึกบึนอุดมไปด้วยมัดกล้าม กระจังหน้าแบบโมเดิร์นดีไซน์สไตล์เอกลักษณ์ของเอ็มจี มิติตัวถังขนาดใหญ่ทั้งแบบกระบะตอนครึ่ง (Giant Cab) ที่มีความยาวกระบะท้ายถึง 1,900 มิลลิเมตร ซึ่งยาวที่สุดในรถระดับเดียวกันและแบบ 4 ประตู (Double Cab) พร้อมช่วงล่างระบบกันสะเทือนด้านหน้าอิสระปีกนกคู่ (Double Wishbone) ด้านหลังแหนบแบบซ้อนแผ่น (Leaf Spring Suspension) ให้ความนุ่มนวลในการขับขี่ในย่านความเร็วต่ำ และให้ความมั่นคง หนึบหนับ ในการขับขี่ที่ความเร็วสูง ไฟหน้าโปรเจคเตอร์ (Projector) พร้อมไฟสว่างกลางวัน Daytime Running Lights  และกล้องมองหลังพร้อมเซนเซอร์ขณะถอยเป็นอุปกรณ์มาตรฐานตั้งแต่ในรุ่น Giant Cab แบบยกสูง

ภายในห้องโดยสารบอกได้ว่ากว้างมากกว้างขวางสะดวกสบาย และให้คะแนนเต็ม 10 ในเรื่องการเก็บเสียงในห้องโดยสารมีฉนวนกันเสียง 9 จุด เพิ่มความเรียบหรูด้วยวัสดุให้สัมผัสนุ่ม (SOFT TOUCH) พร้อมแผงหน้าปัดดีไซน์สปอร์ต นอกจากนี้ ยังมาพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายไม่แพ้เจ้าใดในตลาดถึงอาจมากกว่าบางเจ้าในตลาดด้วยซ้ำ ไม่ว่าจะเป็นพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น หน้าจอสีระบบสัมผัสขนาดใหญ่ 10 นิ้ว กุญแจระบบ Smart Key พร้อมปุ่ม Push Start และระบบปรับอากาศอัตโนมัติ โดยในรุ่น Double Cab แถมเบาะปรับไฟฟ้าคู่หน้ามาให้ เบาะหลังพับได้ และช่องปรับอากาศสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง

อีกหนึ่งจุดเด่นจากรถยนต์ค่ายนี้คือของเล่นหรือออฟชั่นเด่นๆ อย่าง ระบบ i–SMART ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่กับรถสามารถเชื่อมต่อกันได้ ไม่ว่าจะเป็นการสั่งการ หรือ SMART Command ผ่านระบบสั่งการด้วยเสียงภาษาไทย ที่สามารถสั่งการให้โทรออก เปิด-ปิดหรือควบคุมระบบปรับอากาศ หน้าต่างฝั่งคนขับ ตลอดจนวิทยุภายในรถ รวมทั้งค้นหาจุดสนใจ นอกจากนี้ยังสามารถควบคุมหรือสั่งการระบบต่างๆ ผ่านหน้าจอทัชสกรีนภายในรถ หรือเลือกสั่งการบนสมาร์ทโฟนผ่าน MG Mobile Application เชื่อมต่อ หรือ SMART Connect เลือกฟังเพลงผ่าน Online Music ค้นหาร้านอาหารและที่พัก 

รวมทั้งเรียกดูข้อมูลข่าวสารและเหตุการณ์ปัจจุบันจากเว็บไซต์ดังได้บนหน้าจอในรถ และการตรวจเช็ครถ หรือ SMART Check สั่งล็อกหรือปลดล็อคประตู ตรวจสอบตำแหน่งและค้นหารถ แจ้งความผิดปกติ และแจ้งสถานะการทํางานของรถ รวมถึงระบบช่วยค้นหาศูนย์บริการ นัดหมาย และบันทึกการดูแลรักษารถยนต์ตามระยะ 

ทางด้านระบบความปลอดภัยของ MG EXTENDER ก็มีมาครบ อาทิ โครงสร้างตัวถังแบบ FSF (Full Space Frame) แบบ Ultra-high Strength Body ด้วยโครงสร้างที่ใช้เทคโนโลยีการผลิตขั้นสูง Thermoforming Steel ในบริเวณเสา A ไปจนถึงเสา B และโครงสร้างโดยรวมใช้เหล็กแบบ High Strength Steel ที่มีความแข็งแกร่งสูง  ดิสก์เบรก 4 ล้อ และระบบความปลอดภัยมาตรฐานยุโรป Advanced Synchronized Protection System ที่ทำงานประสานเป็นหนึ่งเดียว ประกอบด้วย

-ระบบป้องกันล้อล็อกขณะเบรกฉุกเฉิน ABS (Anti-lock Braking System)

-ระบบช่วยเสริมแรงเบรกด้วยอิเล็กทรอนิกส์ EBA (Electronic Brake Assist)

-ระบบช่วยกระจายแรงเบรก EBD (Electronic Brake Force Distribution)

-ระบบควบคุมการทรงตัว SCS (Stability Control System)

-ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและควบคุมการลื่นไถล TCS (Traction Control System)

-ระบบตรวจสอบความผิดปดติของลมยาง TPMS (Tire Pressure Monitor System)

-ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAS (Hill Start Assist System)

-ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน HDC (Hill Descend Control System)

-ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตา BSD (Blind Spot Detection)

-ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน LDW (Lane Departure Warning System)

นอกจากนี้ยังมาพร้อมระบบกุญแจนิรภัยแบบ Immobilizer ถุงลมนิรภัยคู่หน้า ถุงลมนิรภัยด้านข้าง และม่านถุงลมนิรภัยรวม 6 ตำแหน่ง พร้อมเข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบดึงรั้งกลับพร้อมผ่อนแรงอัตโนมัติ รวมถึงกล้องมองภาพ รอบทิศทาง สัญญาณเตือนกะระยะด้านหลังและด้านหน้า และกล้องมองหลังช่วยเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่

จะเห็นได้ว่าเราค่อนข้างพอใจกับกระบะหน้าใหม่คันนี้ แต่เราก็ยังไม่ไว้วางใจได้100%เพราะรถยนต์ใหม่ป้ายแดงอะไรๆก็จะดีจะเฟิร์มไปหมดต้องรอดูในระยะยาวว่ารถถังและเครื่องยนต์ตลอดจนช่วงล่างจะมีความอึดความถึกอย่างที่โฆษณาเอาไว้ว่า”ให้มากกว่าความแกร่ง”หรือไม่ แต่ก็แอบเอาใจช่วย 

แต่ที่แอบช่วยไม่ได้เลยคือ การสร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้าอย่างที่เคยกล่าวไว้ว่าในตอนต้นว่า”กล้าดีอย่างไรในในฐานะน้องใหม่“ แต่ในเบื้องต้นลูกค่าน่าจะอุ่นใจได้ระดับหนึ่งจากโชว์รูมและศูนย์บริการ 110 แห่งทั่วประเทศ พร้อมการบริการหลังการขายที่เพิ่มความสะดวกมากขึ้นด้วยการบริการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องภายใน 1 ชั่วโมง การจัดส่งอะไหล่ภายใน 1 วันทำการ และบริการรถสำรองระหว่างซ่อม ยิ่งไปกว่านั้น MG EXTENDER ยังมีค่าบำรุงรักษาที่น้อยที่สุดเมื่อเทียบกับรถในระดับเดียวกัน คือ 1 แสนก.ม.ไม่เกิน 20,000 บาท

สุดท้ายนี้ขอแจงให้ทราบกันว่า MG EXTENDER มีให้เลือกทั้งแบบกระบะตอนครึ่ง (Giant Cab) และแบบ 4 ประตู (Double Cab) ซึ่งมีทั้งระบบขับเคลื่อนแบบ 2 ล้อ (2WD) และแบบ 4 ล้อ (4WD) ทั้งเกียร์ธรรมดาและอัตโนมัติ 6 สปีด  ราคาตั้งแต่ 549,000  – 1,029,000 บาท

MG Extender Review GALLERY

Taymee Limtrakool
Taymee Limtrakool
ผมคนทำหนังสือรถยนต์ รู้จักแค่น้ำหมึกที่ใช้เขียนหนังสือ น้ำมันที่ใช้เติมรถ แผ่นอลูมิเนียมที่ใช้ทำเพลท(แม่พิมพ์นิตยสาร)กระดาษ และโรงพิมพ์ รวมถึงบริษัทจัดจำหน่ายที่ทำหน้าที่ขายนิตยสาร จนวันหนึ่งถูกเทคโนโลยี Disruption ให้ต้องใช้กล้องที่ไม่มีฟิล์ม ผลิตภาพถ่ายได้ด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ วาง Lay-out ส่งเข้าแอพพลิเคชั่น ไม่มีกลิ่นน้ำหมึก ไม่มีกลิ่นกระดาษ ช่วงเวลานั้นเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากสำหรับคนทำหนังสือรถยนต์ยุค”น้ำหมึกปนน้ำมัน”การเดินทางของ INCARS MAGAZINE โดยบริษัท ไนนอิน จำกัดก่อตั้งในปี 2549 มาถึง incars e-magazine “นิตยสารรถยนต์ไทยไม่ใช้กระดาษ” สามารถอ่านและดาว์นโหลดฟรีผ่านwww.incarsmagazine.com รวมถึงเรื่องราวข่าวสารที่เล่าให้ฟังผ่าน INCARS CHANNEL ทางช่อง Youtube จากวันนั้นถึงวันนี้ผมผ่านการสร้างงานในวงการนี้มากว่า 20 ปีแล้วครับ
Get the week’s best articles right in your inbox
Subscribe
Join 15K subscribers
close-image