รีวิวทดลองขับ ฟอร์ด เรนเจอร์ FX4 Max ตัวลุยแต่งหล่อ

บริดจสโตน เปิดแผนรุกธุรกิจปี 2564
March 17, 2021
เปิดราคา NEW MG EXTENDER กระบะพันธุ์ยักษ์ โฉมใหม่ 
March 22, 2021

รีวิวทดลองขับ ฟอร์ด เรนเจอร์ FX4 Max ตัวลุยแต่งหล่อ

รีวิวรถยนต์ใหม่

ทีมข่าว incarsmagazine

ชลบุรี 18 มีนาคม 2564 

อุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศไทยรถกระบะนับเป็นเซกชั่นรถยนต์ที่มียอดขายกว่า 40%ของยอดขายรวมรถยนต์ทุกชนิด ปีที่ผ่านมา(2020)รถกระบะมียอดขายทั้งสิ้น กว่า 3.6 แสนคัน ท๊อปไฟว์ขายดีมี อันดับ1 อีซูซุ 160,328 คัน อันดับ2  โตโยต้า 129,893 คัน ส่วนอันดับ3 มิตซูบิชิ 25,704 คัน ฟอร์ดตามมาอันดับ4 มี 24,508 คัน อันดับ 5  นิสัน 13,523 คัน การขึ้นมาติดอันดับท๊อปไฟว์ของ     ฟอร์ด เรนเจอร์ ไม่ใช่ได้มาเพราะโชคช่วย 

ฟอร์ด เรนเจอร์ สร้างรอยล้อบนผืนแผ่นดินไทยตั้งแต่ปี 1999 ด้วยหน้าตาธรรมดาสามัญ ทั้งยังมาพร้อมกับเพื่อนร่วมพันธุ์กรรม มาสด้า BT-50 ฟอร์ด เรนเจอร์ และ มาสด้า BT-50 ไม่ได้โดดเด่นเป็นสิ่งใหม่ที่ต้องการของผู้ใช้รถกระบะในขณะนั้น แต่ ฟอร์ด เรนเจอร์ พยายามสร้างจุดเด่นให้เป็นจุดขายด้วยสโลแกน”กระบะนิรภัย”ติดตั้งถุงลมนิรภัยคู่หน้าในรถกระบะเป็นเจ้าแรกของประเทศไทย

สิ่งนี้ทำให้ ฟอร์ด เรนเจอร์ เริ่มติดหูติดตาคนไทยมากขึ้น นับเป็นการเปิดตัวปูทางได้ดี ก่อนจะเริ่มฉายแววเปรี้ยงปร้างสร้างกระแส เมื่อ ฟอร์ด เรนเจอร์ มีการไมเนอร์เชนจ์ 2008 กระตุ้นตลาดด้วยรุ่นโอเพ่นแค็บประตูตู้กับข้าว รวมถึงรุ่นพิเศษ ไวลด์แทรค 2ขนาดเครื่องยนต์ให้เลือกคือ เครื่องยนต์ดีเซลดูราทอร์ค TDCi 2.5 ลิตร 143 แรงม้า และ เครื่องยนต์ดีเซลดูราทอร์ค TDCi 3.0 ลิตร 156 แรงม้า

ในปี 2011 ฟอร์ด เรนเจอร์ เปลี่ยนโฉมครั้งใหญ่(กลับมาใช้เทคโนโลยีเครื่องยนต์ของตนเอง) ที่หน้าตาเริ่มดุดัน พร้อมๆกับสโลแกน “เกิดมาแกร่ง” จนกลายเป็นคีย์เวิร์ด การตลาดที่รถกระบะสมัยใหม่ต้องมี(ก่อนที่ ฟอร์ด เรนเจอร์ จะถอนคำนี้ออกในปี 2021) คีย์เวิร์ดนี้ลงตัวเป็นอย่างดีกับ ฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่ รุ่นปี 2011 ที่มีความแรงระดับ 200 แรงม้าจากเครื่องยนต์ดีเซล 5 สูบ 3.2 ลิตร

เครื่องยนต์5สูบบล็อกนี้ถือเป็นของแปลกในขณะนั้นแต่มันก็แรงเอาเรื่อง รวมถึง เครื่องยนต์เบนซิน 2.5 ลิตร 4 สูบ 166 แรงม้า ให้เป็นอีกหนึ่งทางเลือก  ฟอร์ด เรนเจอร์ รุ่นปีนี้ ได้รับการต้อนรับจากแฟนกระบะในบ้านเราเป็นอย่างดี ถือเป็นรุ่นปีที่สร้างขวัญกำลังใจให้ทีมงานฟอร์ดประเทศไทยเป็นอย่างมาก โดยเป็น ฟอร์ด เรนเจอร์ รุ่นปีที่ขายดีและมีอายุยืนนานมากรุ่นหนึ่งซึ่งผ่านการไมเนอร์เชนจ์เพิ่มเติมฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยในช่วงเวลานั้นหลายครั้ง

ก่อน ฟอร์ด เรนเจอร์ ปรับโฉมขยับบอดี้อีกครั้งตัวถังขนาดใหญ่ ในปี 2018 (เครื่องยนต์ดีเซล 3.2 ลิตรถูกถอกออกไป) อัดใส่เทคโนโลยีด้านความปลอดภัยเข้าไปแบบฟูลออฟชั่นเป็นเจ้าแรกของตลาดรถกระบะ ทั้งยังแบ่งรุ่นย่อยให้เลือกถึง 20 รุ่น ไวล์ดแทรค 2 รุ่น , ลิมิเต็ด(LTD) 4 รุ่น,XLT 4, XLS 4 รุ่น, XL 3 รุ่น , รุ่นฐานล้อสั้น 2 รุ่น พร้อมกับการมาของ ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ฟอร์ด เรนเจอร์ รุ่นปี 2018 มีเครื่องยนต์ให้เลือก 3 บล็อก เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร ไบเทอร์โบเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด (เฉพาะรุ่น ไวล์ดแทรคและ แร็พเตอร์) 213 แรงม้า,เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร เทอร์โบ (เฉพาะรุ่น XLT,XL,XLS) 180 แรงม้าเครื่องยนต์ดีเซล 2.2 ลิตร  เทอร์โบ 160 แรงม้า (เฉพาะรุ่น XL,XL+)

จากนั้น ในปี 2020 ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ มีการอัพเกรดฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยเพิ่มเข้าไปแต่คงขายราคาเดิม และล่าสุดเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2021 ฟอร์ด ประเทศไทย เปิดตัว ฟอร์ด เรนเจอร์ FX4 Max ใหม่ รถกระบะที่ออกแบบมาเพื่อออฟโรดตัวจริง ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรถกระบะออฟโรดสมรรถนะสูง ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกเร้าใจ ตามแบบฉบับของ  ฟอร์ด เรนเจอร์  

ถัดจากนั้นไม่กี่วัน ฟอร์ด ประเทศไทย เชิญคณะสื่อมวลชนร่วมทดสอบและพิสูจน์สมรรถนะของ ‘ฟอร์ด เรนเจอร์ FX4 Max ใหม่’ รถกระบะรุ่นใหม่ล่าสุดสำหรับคอออฟโรดตัวจริงที่พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่สุดท้าทายแบบเหนือชั้น ตกแต่งสุดเท่พร้อมลุย ณ สนามออฟโรดที่ออกแบบเป็นพิเศษเพื่อโชว์สมรรถนะของ ฟอร์ด เรนเจอร์ FX4 Max หลังการต้อนรับโดยผู้บริหารฟอร์ด

เราก็พร้อมจะพิสูจน์สมรรถนะฟอร์ด เรนเจอร์ FX4 Max ที่มีรูปลักษณ์ภายนอกแต่งเต็มจากโรงงาน ด้วยอุปกรณ์พิเศษอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ ภายในห้องโดยสารที่ใช้เบาะนั่งพิเศษ พร้อมสัญลักษณ์ FX4 Max  เครื่องยนต์บล็อกเดียวกับฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ คือครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.0 ลิตร พร้อมเทอร์โบคู่(ไบเทอร์โบ) ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ให้กำลังสูงสุด 213 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร 

กมลชนก ประเสริฐสม ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร ฟอร์ด ประเทศไทย และตลาดอาเซียน 

ฟอร์ดจัดการทดสอบขับขี่แบบออฟโรดสุดสมบุกสมบันในสนามที่ออกแบบขึ้นใหม่โดยเฉพาะในครั้งนี้ เพื่อนำเสนอประสบการณ์ใหม่ในสนามทดสอบที่ไม่เหมือนใคร สะท้อนความสามารถในการขับขี่แบบออฟโรดที่แตกต่างแบบเต็มแม็กซ์ของฟอร์ด เรนเจอร์ FX4 Max ใหม่ ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ด้วยระบบช่วงล่าง แชสซี และโช้คอัพของ FOX Shocks ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและติดตั้งมาพร้อมจากโรงงาน ทำให้ FX4 Max ใหม่ เป็นอีกหนึ่งรถกระบะในตระกูลเรนเจอร์ ที่มีความโดดเด่นเฉพาะตัว พร้อมตอบโจทย์การใช้ชีวิตแบบ ‘Live The Ranger Life’ ได้เต็มขั้นในทุกด้าน”

เมื่อเราได้รับฟังข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งานอุปกรณ์ต่างๆ และการขับขี่ในสนามที่ได้รับการออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อจำลองการผจญภัยในสภาพแวดล้อมออฟโรดแล้วเราก็พร้อมจะลงไปลองของจริงเพื่อเปิดประสบการณ์การขับขี่ออฟโรดสุดท้าทาย

สถานีที่ 1 ด้วยการขับลงทางลาดชันด้วยเกียร์ต่ำ โดยใช้ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ (4L) พร้อมทดสอบระบบควบคุมความเร็วขณะลงเขา (Hill Descent Control) ที่พารถลงเนินลาดชันได้อย่างปลอดภัยด้วยความเร็วคงที่ตามที่ตั้งไว้(และสามารถปรับได้)

ต่อเนื่องไปสถานีที่ 2 ปรับโหมดการขับขี่จากการขับเคลื่อน 4 ล้อ เป็นการขับขี่ 2 ล้อ แบบ Shift on the Fly เพื่อสัมผัสประสบการณ์การขับขี่แบบสนุกเร้าใจแบบสลาลม ใช้ระบบรักษาเสถียรภาพการทรงตัว (Electronic Stability Program หรือ ESP) และระบบป้องกันล้อหมุนฟรี และควบคุมการลื่นไถล (Traction Control) ใน ฟอร์ด เรนเจอร์ FX4 Max ใหม่ พาผู้ขับผ่านเส้นทางคดเคี้ยวได้อย่างมั่นใจด้วยพวงมาลัยที่แม่นยำ พร้อมตัวช่วยยางออลเทอร์เรน KO2 จาก BF Goodrich ขนาด 265/70 R17 ที่ยึดเกาะถนนได้อย่างมั่นคงและเพิ่มความสมดุลในการกระจายน้ำหนัก

สถานีที่ 3 ทดสอบสมรรถนะช่วงล่างที่ได้จากระบบกันสะเทือน FOX Shocks แบบโมโนทิวบ์ขนาด 2 นิ้ว ทั้งด้านหน้าและหลัง ด้วยเส้นทางเนินสลับโดยการใช้โหมด 4L วิ่งผ่านเนินสลับซ้ายขวา เพื่อจับอาการการทำงานของ ระบบล็อกเฟืองท้าย (Locking rear differential) ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมรถขับผ่านอุปสรรคไปได้

ต่อด้วยสถานีที่ 4 การขับขี่บนเนินเอียงกับการปรับไปใช้โหมดเกียร์สูง 4H ให้ได้สัมผัสประสบการณ์ขับเคลื่อน 4 ล้ออย่างเต็มประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ด้วยระยะต่ำสุดจากพื้น (Ground clearance) ของฟอร์ด เรนเจอร์ FX4 Max ใหม่ ที่ยกสูงจากพื้นถนนมากถึง 256 มม. อีกทั้งยังยังมีมุมเงยและมุมจากที่ถูกยกระดับขึ้นจากรุ่น XLT เพื่อตอบสนองการทำงานของระบบขับเคลื่อน 4 ล้อได้อย่างเต็มที่ ยังทำให้ผ่านอุปสรรคไปได้อย่างราบรื่นและมั่นคง

นอกจากนี้เรายังได้ตะลุยไปกับเนินขึ้น-ลงต่อเนื่องในสถานีที่ 5 โดยการขับเคลื่อน 4 ล้อ และตัวช่วยเฉพาะอย่างโช้คหลังมาพร้อมกับซับแท้งค์ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดูดซับแรงกระแทกขณะลงเนินที่มีความชันต่อเนื่อง จบการทดสอบขับรถด้วยการไต่ขึ้น-ลงเนินสูงชัน ทดสอบกำลังเครื่องยนต์และเทคโนโลยีระบบควบคุมความเร็วขณะลงเขา ปิดท้ายความท้าทายในเส้นทางออฟโรด

ทดสอบฟอร์ด เรนเจอร์ FX4 Max GALLERY