รีวิวทดลองขับ NEW SUZUKI SWIFT อารมณ์ได้ไม่เคยเปลี่ยน

ความแรงที่ต้องลองกับ new MG HS PHEV
March 4, 2021
รีวิว ทดลองขับ นิสสัน นาวารา ใหม่ ไมเนอร์เชนจ์
March 8, 2021

รีวิวทดลองขับ NEW SUZUKI SWIFT อารมณ์ได้ไม่เคยเปลี่ยน

รีวิวรถยนต์ใหม่

โดย จุฑามาศ สุภณชัย

SUZUKI SWIFT เปิดตัวพร้อมขายอย่างเป็นทางการในสยามประเทศครั้งแรกตั้งแต่ 21 มีนาคม ปี 2012  ด้วยราคาค่าตัว 442,000-599,000 บาทใครเห็นก็อยากเป็นหนี้ เหตุที่ SUZUKI SWIFT สามารถตั้งราคาได้ต่ำขนาดนี้ก็เพราะ SUZUKI SWIFT เป็นรถยนต์เข้าข่าย “อีโค คาร์” หรือ Eco car ย่อมาจากคำว่า Ecology Car คำจำกัดความของคำนี้มีที่มากจากภาครัฐฯ (มีผลบังคับใช้เมื่อปีพ.ศ.2009) จัดโครงงานตั้งโจทย์ให้ค่ายรถยนต์ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่สร้างรถยนต์ประหยัดพลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อให้เป็นรถยนต์สำหรับคนเมือง

นัยว่าจะสามารถลดทั้งปริมาณการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงและสามารถช่วยลดมลพิษในอากาศโดยมีข้อแม้จูงใจค่ายรถยนต์ว่าถ้าทำได้ภาครัฐจะจัดการลดหย่อนการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตและภาษีนิติบุคคลส่งผลให้ค่ายรถยนต์สามารถลดต้นทุนการผลิตทำให้สามารถขายรถยนต์ Ecology Car ได้ในราคาถูกลง แต่ก็ต้องแลกด้วยเงินลงทุนไม่ต่ำกว่า 5,000 ล้านบาท จำนวนการผลิตต้องไม่น้อยกว่า 100,000 คัน/ปี (เมื่อไลน์การผลิตขึ้นปีที่5) 

รวมถึงต้องผลิตชิ้นส่วนเครื่องยนต์ในประเทศบางส่วน เพื่อจูงใจให้ผู้ใช้รถยนต์สามารถเป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้นทั้งตอนนั้นยังมีโครงการ “รถคันแรก” ช่วยกระตุ้นเข้าอีก จนคนไทยเข้าใจความหมายคำว่า “Ecology Car” เพี้ยนไปเป็น “Economy Car” โดยมียอดจำหน่ายไปเกือบ 470,000 คันในปี 2012 สูงเป็นอันดับ2 รองจากยอดจำหน่ายรถปิกอัพ โดยข้อกำหนดที่ภาครัฐจำกัดความไว้ต้องเป็นรถยนต์ที่มี ขนาดเครื่องยนต์ไม่เกิน 1,300 ซี.ซี. สำหรับหรับเครื่องยนต์เบนซิน และไม่เกิน 1,400 ซี.ซี.สำหรับเครื่องยนต์ดีเซล

โดยต้องผ่านมาตรฐานมลพิษ ยูโร4 คือปล่อย CO2 ไม่เกิน 120 G/Km. มีอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงไม่ต่ำกว่า 20 Km./L หรือใช้น้ำมันเชื้อเพลิง 5 L/100 Km. ต้องผ่านมาตรฐานการปกป้องผู้โดยสารจากการชนด้านหน้ามาตรฐานR94 และผ่าน มาตรฐานการปกป้องผู้โดยสารจากการชนด้านข้างมาตรฐานR95 จากกระทรวงอุตสาหกรรม 

รถยนต์ที่เข้าร่วม “อีโค คาร์ เฟส1”

HONDA BRIO           เปิดตัว 17 มีนาคม 2011 ราคา  436,500-533,500

HONDA BRIO AMAZE เปิดตัว 23 พฤศจิกายน 2012 ราคา  454,000-521,000

MITSUBISHI ATTRAGE   เปิดตัว 4 กรกฎาคม 2013 ราคา  449,000-589,000

MITSUBISHI MIRAGE    เปิดตัว 20 มีนาคม 2012 ราคา  383,000-552,000

NISSAN ALMERA          เปิดตัว 7 ตุลาคม 2011 ราคา  433,000-625,000

NISSAN MARCH             เปิดตัว 12 มีนาคม 2010 ราคา  388,000-558,000

SUZUKI CELERIO           เปิดตัว 29 พฤภาคม 2014 ราคา   359,000-488,000

SUZUKI CIAZ                  เปิดตัว 8 กรกฎาคม 2015 ราคา 484,000-625,000

SUZUKI SWIFT               เปิดตัว 21 มีนาคม 2012  ราคา  442,000-599,000   

TOYOTA YARIS               เปิดตัว 22 ตุลาคม 2013 ราคา  469,000-629,000

จากบรรดาอีโค คาร์ รุ่นตั้งต้น จะเห็นว่าหลายค่ายหลายโมเดลถูกสร้างมาเพื่อการเป็นอีโค คาร์ แต่กับ SUZUKI SWIFT โมเดลนี้ (ขณะนั้น) ประเทศไทยเคยมีคนนำเข้ามาทั้งคันเพื่อนำมาทำรถแข่งด้วยว่าตอนนั้น SUZUKI SWIFT มีศักดิ์ศรีดีกรีตัวแข่งแรลลี่โลก ราคาค่าตัวขณะนั้น หลักล้านบาท จึงไม่แปลกเมื่อ SUZUKI SWIFT เปิดตัวขายในราคาอีโคคาร์ บรรดาสาวกมีหรือจะพลาดทำให้ SUZUKI SWIFT กวาดยอดขายได้เป็นกอบเป็นกำสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่งมาได้จนถึงทุกวันนี้

ล่าสุด ซูซูกิ มอเตอร์ ( ประเทศไทย ) จำกัด ได้เชิญสื่อมวลชนเข้าร่วมทดสอบ NEW SUZUKI SWIFT ซึ่งได้ทำการเปิดตัวอย่างเป็นทางเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ทางซูซูกิไม่รอช้าจัดให้สื่อมวลชนได้สัมผัสและทดสอบกัน 

โดยเส้นทางจะเน้นการใช้งานจริง เริ่มจากการออกตัวกันที่โรงแรมบันยันทรี สาทรและมีนายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม กรรมการบริหารด้านการขายและการตลาด บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวต้อนรับสื่อมวลชน พร้อมรับข้อมูลของตัวรถ เส้นทางการเดินทางและเริ่มออกเดินทางกัน   

สำหรับ NEW SUZUKI SWIFT  ได้รับการพัฒนาใหม่ นำเสนอผ่านดีไซน์อันโดดเด่นและสมรรถนะในการขับขี่ที่ดีเยี่ยม อัพพาวเวอร์ให้กับทุกการขับขี่ด้วย 3 ไฮไลท์ คือ เครื่องยนต์ K12M พร้อมเทคโนโลยี DUALJET และ แพลตฟอร์ม HEARTECT แรงสุดขีด สปีดเร้าใจด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 

รหัส K12M 4 สูบ ขนาด 1.2 ลิตร กำลังสูงสุด 83 แรงม้า (PS) ที่ 6,000 รอบ/นาที      แรงบิดสูงสุดที่ 108 นิวตันเมตร ที่ 4,400 รอบ/นาที มาพร้อมเทคโนโลยีหัวฉีดคู่หรือ DUALJET เพิ่มประสิทธิภาพด้วยระบบหัวฉีดคู่ที่จัดวางไว้ใกล้กับห้องเผาไหม้ของเครื่องยนต์และทำงานโดยฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงเข้าไปที่กระบอกสูบพร้อมกันทั้ง 2 หัวฉีด

นอกจากนี้เครื่องยนต์ DUALJET ยังมีระบบ EGR ที่ลดอุณหภูมิในห้องเผาไหม้ ระบายความร้อนแก๊สไอเสียด้วยน้ำและหมุนวนเข้าท่อร่วมไอดี เป็นการลดการเผาไหม้ที่ผิดปกติ ทำให้ประสิทธิภาพของเครื่องยนต์สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ประหยัดน้ำมันมากกว่า 23 กม./ลิตร รองรับน้ำมันสูงสุด E20 

กลับมาสู่โหมดทดลองขับเจ้า สวิฟท์ กันต่อ มือแรกเราได้หน้าที่เป็นผู้ขับเริ่มออกเดินทางจากโรงแรมบันยันทรีไปยังร้าน กาแฟ 747 Cafe ลาดกระบัง ระยะทางประมาณ 40 กิโลเมตร การออกตัวของเจ้าซูซูกิ สวิฟท์ ไม่มีปัญหาเลย เหยียบปุ๊บก็ติดปั๊บ แรงได้ใจจริง 

การเข้าโค้งหนึบหนับเกาะถนนดี สำหรับ NEW SUZUKI SWIFT ได้เพิ่มเติมเสริมหล่อมา    ไฟหน้า LED โปรเจคเตอร์ ปรับระดับสูงต่ำได้ตามความชอบ และ Daytime Running Light โดดเด่นด้วยลายเส้นตกแต่งโครเมียม ดูสปอร์ต มาพร้อมล้ออลูมิเนียมอัลลอยปัดเงา 16 นิ้ว ไฟท้าย และมือจับที่เรียบกับตัวรถ เพิ่มเติมความสนุกสนานด้วยหน้าจอระบบสัมผัสขนาด 8 นิ้ว รองรับทุกการเชื่อมต่อทั้ง Apple CarPlay, Android Auto และ Bluetooth ภานในห้องโดยสารตกแต่งด้วยสีดำ 

โครงสร้างตัวถังแบบ TECT ช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งของตัวรถ พร้อมระบบ NVH ช่วยกันการสั่นสะเทือน และลดเสียงรบกวนจากภายนอก อีกทั้งยังอัดแน่นไปด้วย ระบบ ESP ช่วยควบคุมสเถียรภาพการทรงตัว ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TCS และระบบ IDLING STOP ที่ลดมลพิษและลดการสิ้นเปลืองน้ำมันขณะรถหยุดนิ่งเหมาะกับการขับขี่ในเมือง เสริมด้วยระบบ Cruise Control ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ ให้ขับสบายตลอดทาง พร้อมมั่นใจในทุกเส้นทางด้วยระบบ Hill Hold Control ช่วยออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน พร้อมทั้งถุงลมนิรภัยถึง 6 ตำแหน่ง   

ภายในห้องโดยสารสีดำ ตกแต่งด้วยวัสดุสีเงินสไตล์สปอร์ต กว้างสบายรองรับการใช้งานได้หลากหลาย มาตรวัดตกแต่งลายเส้นสีแดง พร้อมพวงมาลัยมัลติฟังก์ชันทรง D-Shape เพิ่มพื้นที่วางขาและปรับระดับได้ 4 ทิศทาง เบาะนั่งทรงสปอร์ตโอบกระชับสรีระรองรับทุกไลฟ์สไตล์ในการเดินทาง ด้วยพื้นที่เก็บสัมภาระขนาด 265 ลิตร

ปรับพับเบาะหลังแบบ 60:40 พร้อมด้วย Keyless Entry เปิด-ปิดล็อกประตูได้โดยไม่ต้องกดกุญแจรีโมท สะดวก ทันสมัย ด้วย Keyless Push Start สตาร์ทหรือดับเครื่องยนต์ได้ในปุ่มเดียว และเสริมความปลอดภัยในการถอยจอดทุกพื้นที่ด้วยกล้องมองหลังสุดคมชัด 

ลงความเห็นหลังขับ

ข้อมูลข้างต้นคือความเป็นตัวตนล่าสุดของ NEW SUZUKI SWIFT เจเนอเรชั่นล่าสุด ที่เพิ่มเติมใส่ในส่วนของอุปกรณ์อำนวยความสะดวกและอุปกรณ์ในเรื่องของเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยสมัยใหม่ ซิ่งลูกค้าจะได้รับเติมเพิ่มเข้าไป แต่สิ่งที่อยู่คู่ความเป็นDNA ของ SUZUKI SWIFT ในคราบ NEW SUZUKI SWIFT ที่ยังคงมีอยู่ไม่เสื่อมคลาย

นั้นคือความสนุกในการขับขี่แม้จะมีเครื่องยนต์ 1.2 ลิตรไม่มีระบบอัดอากาศแต่หากวัดกันด้วยซีซี.ต่อซีซี. NEW SUZUKI SWIFT ไม่เป็นรองใครในกลุ่ม NA แต่กลับมีจุดเด่นตรงการทรงตัว ที่ทรงของบอดี้โมเดลนี้ยังคงวางตำแหน่งผู้ขับและผู้โดยสารตอนหน้าอยู่ในตำแหน่งเกือบกลางลำตัวรถทำให้มีการกระจายน้ำหนักที่ดีส่งผลโดยตรงบนถนนที่ความเร็วสูงโดยเฉพาะอย่างยิ่งในขณะเข้าโค้ง     ผู้ขับจะรู้สึกได้ถึงอาการเลี้ยวคมเข้าโค้งทั้งคัน เหตุผลนี้น่าจะเป็นเรื่องเด่นประเด็นหลักที่ทำให้ NEW SUZUKI SWIFT สามารถยืนระยะครองใจผู้ใช้รถยนต์สไตล์นี้ได้อย่างเหนียวแน่น การันตีได้จากยอดขายจนกลายเป็นรถธงประจำค่ายมาจนถึงทุกวันนี้

NEW SUZUKI SWIFT มีให้เลือกทั้งหมด 6 สี ได้แก่ สีน้ำเงิน Speedy Blue Metallic (ZYH), สีแดง Ablaze Red Pearl (ZTW), สีขาว Pure White Pearl (ZYG), สีเทา Star Silver Metallic (ZTS), สีเทา Mineral Gray Metallic (ZTU) และสีดำ Super Black Pearl (ZTT) มาใน 2 รุ่น ได้แก่ รุ่น GL ราคาเริ่มต้น 557,000 บาท และ รุ่น GLXราคาเริ่มต้น 629,000 บาท ซูซูกิพร้อมจะมอบสุดยอดความคุ้มค่าให้ผู้ที่สนใจได้เป็นเจ้าของ NEW SUZUKI SWIFT ได้ง่ายยิ่งขึ้นกับโปรโมชั่นพิเศษอัตราดอกเบี้ยพิเศษสุดเพียง 1.99% และสามารถผ่อนเริ่มต้นที่ 3,333 บาท 

รีวิวทดลองขับ NEW SUZUKI SWIFT GALLERY