รีวิวทดลองขับ Nissan KICKS e-POWER “ทำไมต้อง คิกส์”

มาสด้าฉลองครบรอบ 100 ปี ขอบคุณทุกการสนับสนุนของคนไทย
November 20, 2020
นิสสันเติมหล่อจัดโปรฯเทอร์ร่าและนิสสัน โน๊ต รุ่นปี 2020
November 23, 2020

รีวิวทดลองขับ Nissan KICKS e-POWER “ทำไมต้อง คิกส์”

รีวิวรถใหม่

โดย. เตมีย์ ลิ้มตระกูล

กรุงเทพฯ 22 พฤศจิกายน 2563

เป็นเรื่องยากลำบากอย่างมากท่ามกลางสภาวะโลกปัจจุบันทั้งการแข่งขันทางธุรกิจเองที่ต้องพัฒนาเทคโนโลยีพร้อมๆกันการสร้างความแข็งแกร่งให้ฐานลูกค้าของตนนี่ยังไม่ไม่รวมกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด -19 ที่โจมตีทั้งสุขภาพกายและสุขภาพร่างกายและจิตใจในการดำรงค์ชีพของมนุษย์ยุคนี้ แต่ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นชีวิตก็จะยังคงดำรงค์ต่อ ธุรกิจการค้าการขายยังไงก็ต้องไปต่อ ไม่มีคำว่าท้อ!!! สำหรับในวงอุตสาหกรรมยานยนต์ทุกค่ายทุกฝั่งยังเดินหน้าเปิดตัวแนะนำรถยนต์รุ่นใหม่อย่างต่อเนื่อง หวังกระตุ้นยอดขายให้กระเตื่องขึ้น ซึ่งเมื่อปีที่แล้วมียอดขายยนต์รวมกว่า 9 แสนคัน แต่สำหรับปีนี้ 10 เดือนผ่านไปยอดขายรถยนต์รวมยังไปได้แค่ครึ่งของยอดขายรถยนต์รวมเมื่อปีที่แล้ว 

ซึ่งมีการคาดการกันว่ายอดขายรถยนต์รวมในปีนี้ 2563 จะลดลงกว่า 40 เปอร์เซ็นต์ กลุ่มรถยนต์ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดเป็นกลุ่มรถยนต์นั่งหรือรถเก๋งที่ยอดขายลดลงกว่า40เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่กลุ่มรถกระบะได้รับผลกระทบรองลงมากว่า 20 เปอร์เซ็นต์ ตัวเลขดังกล่าวเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่ากลุ่มลูกค้ารถยนต์นั่งซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่ต้องการใช้รถเพื่อเป็นพาหนะสำหรับดำเนินชีวิตประจำวันเพื่อไปทำงาน ซึ่งกลุ่มคนกลุ่มนี้ได้รับผลกระทบโดยตรงจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส  โควิด-19 

ส่วนกลุ่มลูกค้ารถกระบะที่ได้รับผลกระทบน้อยลงมาสาเหตุน่าจะมาจากการต้องการใช้รถยนต์ประเภทนี้เป็นการค้าขายหรือรับจ้างรูปแบบอาชีพอิสระ ประเภทล้อหมุนต้องแล้วได้เงิน สำหรับในกลุ่มรถยนต์นั่งที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดยังแบ่งย่อยออกได้อีกหลายกลุ่ม โดยในกลุ่มนี้รถยนต์นั่ง บีคาร์   เซกเมนต์ (รวมกลุ่ม ECO Car) ดูจะโดนผลกระทบมากสุด แต่่ที่น่าแปลกใจในกลุ่มรถยนต์นั่งคือกลุ่มรถยนต์ที่มีรูปร่างเอนกประสงค์ทรง Sub-Compact Crossover กลับมียอดจำหน่ายไปได้ดี โดยในกลุ่มนี้มี Honda-HR-V,Mazda CX-30 Toyota C-HR และ Nissa n KICKS e-POWER ที่ผมจะมารีวิวทดลองขับให้อ่านกัน 

Nissan KICKS e-POWER เปิดตัวแนะนำอย่างเป็นทางการในบ้านเราเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2563 ที่ผ่านมา ไฮไลต์จุดขายหลักของ Nissan KICKS อยู่ตรงที่การมีเทคโนโลยีขับเคลื่อน e-POWER ซึ่งเป็นเทคโนโลยีขับเคลื่อนใหม่ที่ผู้ใช้รถยนต์ในญี่ปุ่นภาคภูมิใจและใช้กันอย่างแพร่หลายและที่สำคัญประเทศไทยเป็นประเทศแรกที่ Nissan ญี่ปุ่นยอมให้นำ Nissan KICKS e-POWER มาประกอบนอกประเทศ นั้นหมายถึงการได้รับการยอมรับในเรื่องของมาตรฐานของช่างฝีมือคนไทยในการประกอบ ตลอดจนช่องทางการขายที่น่าจะได้ปริมาณที่น่าพอใจ ไม่งั้นคงไม่ปล่อยออกมาง่ายๆแน่ 

สำหรับจุดเด่นประเด็นขายของ Nissan KICKS e-POWER นั้นอยู่ที่ การเป็นรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังมอเตอร์ไฟฟ้า โดยจะเรียก Nissan KICKS e-POWER เป็นรถยนต์ไฟฟ้าหรือ EV  (Electric Vehicle) ก็ไม่ผิด แต่รถยนต์ EV คันนี้ ไม่ต้องชาร์จไฟด้วยวิธีเสียบปลั๊กตลอดอายุการใช้งาน(ไม่มีปลั๊กชาร์จไฟมาให้) โดยหน้าที่การชาร์จไฟใส่ประจุแบตเตอรี่เพื่อส่งพลังให้มอเตอร์ไฟฟ้า EM57 ให้พละกำลังสูงสุด 95 กิโลวัตต์ (129 พีเอส) มีแรงบิดสูงสุด 260 นิวตันเมตร (Nm) เพื่อใช้ในการขับเคลื่อนส่งกำลังลงล้อคู่หน้าแบบเกียร์เดียว Single Speed Gear

ทำงานควบคู่กับเกียร์ลดรอบ Reduction gear ซึ่งเป็นแบบเดียวกันกับที่ใช้ในรถยนต์ EV ทั่วไป เป็นหน้าที่ของเครื่องยนต์เบนซิน รหัส HR 12DE ขนาด 1.2 ลิตร 12 วาล์ว 3 สูบ แถวเรียงแบบ DOHC (Double Overhead Camshaft) รองรับน้ำมันเชื้อเพลิง E20 ใช่ครับเป็นเครื่องยนต์บล๊อกเดียวกันกับที่วางอยู่ใน Nissan Almera ตัวเก่า แต่มีการปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีการเผาใหม่สันดาปภายในของเครื่องยนต์ใหม่ให้เหมาะสมกับการการทำหน้าที่ชาร์จไฟให้กับแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาด 1.57 กิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh) 4 โมดูล 

ซึ่งเมื่อดูจากตัวเลขขนาดความจุของแบตเตอรี่(แบตเตอรี่คือชิ้นส่วนที่มีราคาแพงที่สุดของรถยนต์EV)  ที่ใช้ใน Nissan KICKS e-POWER ที่มีเพียง 1.57 กิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh) มันต่างกับรถยนต์ EV ทั่วไปมาก โดยขนาดความจุของแบตเตอรี่ของรถยนต์ EV ส่วนใหญ่จะมีความจุมากกว่า 20 กิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh) ขึ้นไป ขอยกตัวอย่างขนาดความจุของแบตเตอรี่ในรถยนต์ EV ที่มีขายในบ้านเราจากน้อยไปหามากดังนี้ 

-Hyundai Ioniq Electric แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนโพลิเมอร์ ความจุ 28 กิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh) ระยะทางวิ่งได้สูงสุด 280 กิโลเมตร ราคา 1,749,000 บาท

-MINI Cooper SE แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนความจุ 32.6 กิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh) ระยะทางวิ่งได้สูงสุด 217 กิโลเมตร ราคา 2,290,000 บาท

-Nissan Leaf แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนความจุ 40 กิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh) ระยะทางวิ่งได้สูงสุด 311 กิโลเมตร ราคา 1,490,000 บาท

-MG ZS EV แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนความจุ 44.5 กิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh) ระยะทางวิ่งได้สูงสุด 337 กิโลเมตร ราคา 1,190,000 บาท

-Hyundai Kona Electric แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนโพลิเมอร์ ขนาด 64 กิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh) ระยะทางวิ่งได้สูงสุด 482 กิโลเมตร ราคา 1,849,000-2,259,000 บาท

-Jaguar I-Pace แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนความจุ 90 กิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh) ระยะทางวิ่งได้สูงสุด 470 กิโลเมตร ราคา 5,499,000-6,999,000 บาท

-Audi e-tron แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนความจุ 95 กิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh) ระยะทางวิ่งได้สูงสุด 417 กิโลเมตร ราคา 5,099,000 บาท

เมื่อเปรียบเทียบขนาดความจุของแบตเตอรี่ซึ่งปกติเป็นหัวใจหลักของรถยนต์ไฟฟ้าจากที่มีใช้ใน Nissan KICKS e-POWER ซึ่งมีเพียง 1.57 กิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh) กับรถยนต์ไฟฟ้า 100 เปอร์เซ็นต์ เราน่าจะได้คำตอบแล้วว่าทำไมหลายคนจึงตั้งข้อสงสัยว่าทำไม Nissan KICKS e-POWER จึงไม่ใช่รถยนต์ไฟฟ้า 100 เปอร์เซ็นต์ รถยนต์ไฟฟ้า จะมีสเป็คเด่นที่ผู้ใช้ต้องรู้คือ วิ่งได้ไกลแค่ไหนต่อการชาร์จหนึ่งครั้งมีหน่วยเป็นกิโลเมตร

ถ้าถามว่า Nissan KICKS e-POWER วิ่งได้ไกลแค่ไหนต่อการชาร์จ(ด้วยเครื่องยนต์)แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาด 1.57 กิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh)  ตอบ ได้แค่ 10 กว่ากิโลเมตรด้วย EV โหมด จากนั้นเครื่องยนต์จะติดเพื่อชาร์จไฟเข้าระบบอีกครั้ง และจะติดๆดับๆตลอดการใช้งาน(แบบเดียวกับรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด) นี่คือข้อเสียของแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาด 1.57 กิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh) ที่ใช้ใน Nissan KICKS e-POWER แต่มีข้อดีคือทำให้ Nissan KICKS e-POWER สามารถขายได้ในราคาเริ่มต้น 889,000 -1,049,000 บาท ซึ่งถูกกว่า Nissan Leaf ถึง 4 แสนบาท 

ที่ร่ายยาวมาทั้งหมดข้างต้นเป็นการปูทางเข้าเรื่องซึ่งมีเจตนาให้แฟนนิสสัน หรือท่านที่คิดจะเป็นแฟน Nissan KICKS e-POWER ได้ทำความรู้จัก ทำความเข้าใจในเทคโนโลยี e-POWER ตลอดจนตัวตนความเป็น KICKS เอาหละเราไปกันต่อกับเทคโนโลยี e-POWER ที่ถูกนำมาใช้ใน Nissan KICKS ครับไม่ใช่ก็ใกล้เคียงคือเครื่องยนต์ใต้ฝากระปรงหน้าเป็นเครื่องยนต์บล๊อกเดียวกับที่วางใน Nissan Almera ตัวเก่า(ไม่มีเทอร์โบ)แต่มีการปรับเปลี่ยน(อย่างที่กล่าวข้างต้น)เพื่อให้เหมาะสมกับการเป็นเครื่อง”ปั่นไฟ”เพื่อไฟเก็บไว้ในแบตเตอรี่ธียมไอออนขนาด 1.57 กิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh) 

เอาจริงๆสามารถให้คำจำกัดความ Nissan KICKS เทคโนโลยี e-POWER ว่าเป็นรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังมอเตอร์ไฟฟ้าที่จ่ายกำลังงานมาจากแบตเตอรี่ธียมไอออนขนาด 1.57 กิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh) โดยมีเครื่องยนต์ เบนซิน รหัส HR 12DE ขนาด 1.2 ลิตร 12 วาล์ว 3 สูบ แถวเรียงแบบ DOHC ทำหน้าที่ปั่นไฟไปชาร์จแบตเตอรี่ แทนการเสียบปลั๊กชาร์จไฟแบบที่รถยนต์ไฟฟ้าทำกันเครื่องยนต์จะติดเมื่อแบตเตอรี่ต้องการประจุไฟเพิ่ม คือก็จะติดๆดับๆตลอดการขับขี่ แต่มีข้อดีคือแรงบิดในช่วงเดินคันเร่งออกตัว” 

ส่วนในรายละเอียดของ Nissan KICKS เทคโนโลยี e-POWER นั้นมีรายละเอียดปลีกย่อยที่ต้องทำความรู้จักกันอีกมาก ความเป็น Nissan KICKS e-POWER ขอเริ่มตั้งแต่เจตนาที่ประเทศไทยตัดสินใจนำเข้ามาประกอบและจำหน่ายในประเทศด้วยความที่เห็นว่าตลาดรถยนต์รูปแบบ Sub-Compact Crossover กำลังได้รับความนิยมยืนยันได้จากยอดขายรถยนต์ในกลุ่มนี้ไม่ว่าจะเป็น Honda-HR-V Mazda CX-30 และ Toyota C-HR โดยหลังจากเปิดตัวอย่างเป็นทางการ นิสสันพยายามพลักดันอย่างเต็มกำลังที่จะให้ผู้ใช้รถยนต์กลุ่มนี้เห็นถึงข้อดีประเด็นเด่นของระบบ e-POWER ที่ติดตั้งใน Nissan KICKS ไม่ว่าจะเป็นการเชิญสื่อมวลชนมาร่วมทดลองขับทั้งแบบระยะสั้น ระยะยาว รวมถึงมีการจัดกิจกรรมให้ลูกค้าทดลองขับทั่วประเทศ 

จุดขายและราคาขาย 

ไล่ไปตั้งแต่การออกแบบมีความเป็นเอกลักษณ์น่าตื่นเต้นทั้งเส้นสายลายข้างลงตัวแบบที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของนิสสันยุคใหม่ที่กระจังหน้าแบบ V-Motion ไฟหน้า และไฟท้าย LED ทรงบูมเมอแรง หลังคาแบบลอยตัว (floating roof) พร้อม ที่บังแดด (wrap-around visor) จากกระจกหน้าไปถึงกระจกข้าง เสาหลังคาท้ายถูกซ่อนพรางสายตาด้วยสีดำที่ผสมผสานเข้ากับกระจกประตูท้าย ในขณะที่หลังคาแบบลอยตัวที่ถูกขยายออก ไฟหน้าแบบ LED พร้อมไฟเลี้ยวแบบบูมเมอแรง LED Signature Light ไฟส่องสว่างเวลากลางวัน (DRL) แบบ LED ไฟหน้า พร้อมระบบ Follow-me-home หลายสิ่งเหล่านี้ส่งผลให้ภายนอกมีความปราดเปรียวกว้างและยาวขึ้นจากหลักการออกแบบ“รูปทรงเรขาคณิตที่สื่อถึงอารมณ์ หรือ Emotional Geometry” ทั้งนี้ยังส่งผลไปที่เพิ่มพื้นที่ใช้สอยภายในที่กว้างมากขึ้น

ส่วนภายในนอกจากความลงตัวของตำแหน่งท่านั่งทั้งผู้ขับและผู้โดยสารด้านหน้าแล้วความโดดเด่นต้องยกให้ แผงคอนโซลหน้าภาพรวมของห้องโดยสารออกแบบและการปรับแต่งอย่างตั้งใจ  ด้วยโทนสี ทูโทน สีดำและสีส้ม (เฉพาะในรุ่น VL เท่านั้น) รวมถึงการออกแบบแผงหน้าปัดด้วยลายเส้นของแนวปีกเครื่องร่อนหรือ Gliding Wing ที่เรียบง่ายแต่ดูทันสมัย โดดเด่นด้วยจอสีแสดงผลบนหน้าปัดพร้อมระบบอินโฟเทนเมนต์ เชื่อมต่อ (Intelligent Integration) จัดการผ่านระบบข้อมูลและความบันเทิง Nissan Connect ระบบอินโฟเทนเมนท์ แสดงผลบนหน้าจอสีระบบสัมผัสแบบ AIVI ขนาด 8 นิ้ว เพิ่มความทันสมัยด้วยการเชื่อมต่อสาระและความบันเทิง ระบบนำทาง และความปลอดภัย ภายใต้แพลตฟอร์มเดียว โดยผ่านการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนด้วย Apple CarPlay (สำหรับระบบปฏิบัติการ iOS) นอกจากนี้Nissan Connect ยังแสดงให้เห็นถึงการบูรณาการของเทคโนโลยีแบบอัจฉริยะ ซึ่งเป็นคุณสมบัติหลักของนิสสัน อินเทลลิเจนท์ โมบิลิตี

นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ มี 6 สีให้เลือก 8 สี สีดำ แบล็ค สตาร์ (Black Star) สีขาว สตอร์ม ไวท์ (Storm White) สีแดง เรเดียนท์ เรด (Radiant Red) สีเทา กัน เมทาลิค (Gun Metallic)สีเงิน บริลเลียนท์ ซิลเวอร์ (Brilliant Silver) และสีส้ม โมนาร์ช (Monarch Orange) นอกจากนี้นิสสันภูมิใจนำเสนอสี   ทูโทนที่เป็นทางเลือกใหม่ให้ความรู้สึกหรูหราจากหลังคาแบบลอยตัวสีดำ(มีเฉพาะในรุ่น VL สำหรับ 4 สีภายนอก สีส้ม โมนาร์ช สีแดง เรเดียนท์ เรด สีเทา กัน เมทาลิค และสีขาว สตอร์ม ไวท์)โดยมีราคาค่าตัวเริ่มดังนี้

1.2 ลิตร รุ่น S   889,000 บาท

1.2 ลิตร รุ่น E   949,000 บาท

1.2 ลิตร รุ่น V   999,000 บาท

1.2 ลิตร รุ่น VL 1,049,000 บาท

เมื่อได้รับทราบและทำความรู้จักกับกลับ นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ กันเป็นอย่างดีแล้วขอนำเข้าเรื่องราวของการรายงานการทดลองขับกันอย่างเป็นเรื่องเป็นราวเสียที โดยก่อนหน้านี้หลังจากเปิดตัวทางนิสสันได้เชิญสื่อมวลชนรวมถึงเราเข้าร่วมการทดลองขับกันมาครั้งหนึ่งแล้วที่สนามปทุมฯสปีดเวย์ ซึ่งครั้งนั้นสาระสำคัญของการทดสอบเป็นการแนะนำให้รู้จักความเป็นตัวตนของ นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ ที่มี อี-พาวเวอร์ เป็นจุดเด่น(ซึ่งรายงานกันไปข้างต้น) สำหรับ การรายงานการทดลองขับ นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ นี้เป็นการทดลองขับแบบทางไกลให้ได้ทดสอบระบบ อี-พาวเวอร์ ที่ให้สมรรถนะแบบรถยนต์ไฟฟ้า ความสะดวกสบาย ตลอดการเดินทางไกลกว่า 450 กม. ไปกลับกรุงเทพฯ – กาญจนบุรี  จะสามารถตอบโจทย์ ผู้ที่จะเลือกใช้นอกจากวิถีชีวิตประจำวันในเมืองที่ นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ ตอบโจทย์ได้ฉะฉานแล้ว การใช้งานนอกเมืองเดินทางท่องเที่ยวต่างจังหวัด วัดกับรถยนต์ไฟฟ้า 100 % ของเจ้าอื่นหรือแม้แต่พี่น้องร่วมค่ายอย่าง Nissan Leaf แล้วเป็นไง? 

ประเด็นนี้ตอบได้เต็มปากเต็มคำได้เลยว่า นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ สะดวกสบายหายกังวลเพาะวิ่งด้วยพลังไฟฟ้าไม่ต้องวางแผนการเดินทางในเรื่องของการสถานที่ชาร์จเพราะมีเครื่องปั่นไฟในตัว(อันนี้เป็นจุดด้อยของรถยนต์ไฟฟ้าเนื่องจากจำนวนสถานีชาร์จยังมีน้อยมาก)แต่แย่กว่ารถยนต์ไฟฟ้าก็ตรงที่ต้องจ่ายค่าน้ำมันเพื่อเติมเครื่องปั่นไฟ จบเรื่องความเป็นตัวตนตลอดจนจุดเด่นจุดด่อย ของ นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ลงที่บันทัดนี้ ต่อไปจะรายงานให้ทราบว่าขับอย่างไรใช้ระบบแบบไหนที่จะทำให้เราสามารถใช้ นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ คันนี้ได้แบบที่ทีมผู้สร้างหวังไว้และใช้ได้อย่างคุ้มค่ามากที่สุด 

สิ่งจำเปนอันดับแรกคือต้องเลือกโหมดการขับขี่ (DRIVE MODES) ให้เหมาะสม

การเลือกโหมดการขับขี่นิสสัน คิกส์ จำเป็นมากเพราะมันจะส่งผลถึงสมรรถนะ ความนุ่นนวน และความสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงของเครื่องปั่นไฟ Drive Modes ที่มีใช้ใน นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์  มี 4 โหมด คือ 

ตำแหน่งเกียร์ P=NORMAL MODE ให้อัตราเร่งแบบรถยนต์ไฟฟ้า แต่ยังคงมีอาการการตอบสนองเหมือรถยนต์ทั่วไป

ตำแหน่งเกียร์ PS=S MODE เน้นสมรรถนะในด้านอัตราเร่งและเมื่อยกคันเร่งจะมีอาการการดึงคล้ายการเอนจิ้นเบรก(แต่เป็นการรีชาร์จแบตเตอรี่

ตำแหน่งเกียร์ P=ECO MODE เป็นโหมดที่ระบบ อี-พาวเวอร์ ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมลดการใช้พลังงานอย่างสิ้นเปลือง และการตอบสนองการออกตัวจะค่อนข้างนิ่มนวล แต่จะหนืดหน่วงเมื่อยกคันเร่ง (เพื่อเน้นการรีชาร์จไฟ)

ตำแหน่งเกียร์ P=EV MODE ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่

ตำแหน่งเกียร์ N-hold MODE โหมดเกียร์ว่างขณะดับเครื่องยนต์

อันดับต่อไปคือการใช้งาน ONE-PEDAL 

ONE-PEDAL คืออะไร? คือการเร่งและการชะลอความเร็วโดยใช้แป้นเดียวช่วยให้การขับขี่ง่ายขึ้น และช่วยลดความเมื่อยล้าขนะที่ขับภายในเมือง อธิบายให้เห็นเป็นรูปธรรมได้ว่า แป้นคันเร่งแบบที่เรียกว่า ONE-PEDAL คือแป้นคันเร่งที่สามารถเปลี่ยนเป็นเบรกได้ในอันเดียวกัน การทำงานคือเมื่อกดคันเร่งรถก็จะเคลื่อนที่ออกไปด้วยพลังไฟฟ้าจะเร็วหรือช้าอยู่ที่น้ำหนักการกดคันเร่ง แต่เมื่อใดที่ยกคันเร่งอาการของรถจะหนืดหน่วงคล้ายกับการเอนจิ้นเบรก 

แต่จะรุนแรงกว่าเรียกได้ว่าหน้าคำนับเลยทีเดียวและสามารถทำให้รถหยุดได้หากยกเท้าออกจากแป้นคันเร่ง อาการหนืดหน่วงที่ว่านี้นอกจากผลดีที่ใช้แป้นเดียวแล้วยังมีประโยชน์ต่อเนื่องคือเป็นการรีชาร์จไฟไปแบตเตอรี่ได้อีกทาง ส่วนอาการหนืดหน่วงที่ว่านี้ยังมีหลายเลเวลขึ้นอยู่กับการเลือกโหมดการขับขี่ที่กล่าวไว้ข้างต้นเดียวจะอธิบายให้ฟังช่วงทดลองขับถัดจากนี้ 

เมื่อทำความรู้จักมักคุ้นกันดีแล้ว การทดลองขับทดสอบสมรรถนะ นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ ครั้งนี้เป็นรูปแบบการขับใช้งานนอกเมือง ประมาณว่าขับรถออกเที่ยวต่างจังหวัดกับคนรู้ใจหรือกับครอบครัวเล็ก ซึ่งการขับ นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ ออกเดินทางแบบนี้เครื่องยนต์ที่ทำหน้าที่ปั่นไฟไม่มีอะไรบกพร่องทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์ตามหน้าที่ ส่วนข้อดีของ ระบบ อี-พาวเวอร์ ในสถานการ์ณแบบนี้ มีข้อดีในเรื่องของอัตราเร่งช่วงต้น และดีมากๆในเรื่องของอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง ภายในห้องโดยสารเรียกได้ว่าโปร่งโล่งอย่างไม่น่าเชื่อ 

ส่วนข้อด้อยเล็กน้อยจะเป็นช่วงปลายเมื่อตัวรถลอยตัวด้วยความเร็วเดินทางแล้วก็จะไปแบบสบายๆไม่มีแรงบิดของรอบเครื่องยนต์ให้กักตุน แต่ข้อด้อยจุดนี้สามารถแก้ไขได้ดวยโหมดการขับขี่ ซึ่งเมื่อถึงตรงนี้ถ้าคุณอ่านทำความเข้าใจและขับได้แล้วคุณชอบ นั่นหมายความว่าคุณตีโจทย์ นิสสัน คิกส์     อี-พาวเวอร์ ได้แล้ว และสามารถใช้ นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ ได้เต็มประสิทธิภาพ ครับต่อเนื่องจากที่ค้างไว้เรื่องอาการหนืดหน่วงต่อเนื่องจาก ONE-PEDAL 

การ หนืดหน่วง นี้จะแสดงมากสุดเมื่ออยู่ที่โหมดการขับขี่ ECO MODE เรียกได้ว่าไม่เหมาะกับการใช้ขับเดินทางนอกเมือง เพราะเมื่อใดที่ยกคันเร่งคนขับอาจไม่รู้สึกแต่กับคนนั่งจะถูกบังคับให้นั่งพยักหน้าไปตลอดการเดินทาง ดังนั้นโหมดนี้เหมาะกับการใช้งานในเมืองที่สุด แต่ ขอย้ำว่า แต่!!! อาการ หนืดหน่วง ECO MODE ส่งผลดีมากและทำงานชาร์จไฟได้เต็มที่และผู้ขับจะสนุกยิ่งกว่าขับรถสปอร์ตเมื่อขับลงเขาเส้นทางที่เป็นลักษณะสูงชัน เพราะอาการ หนืดหน่วง เลเวลสูงสุดจะทำหน้าที่คล้ายเอนจิ้นเบรกได้ดีชนิดที่ไม่ต้องแตะเบรกกันเลยทีเดียว 

จาก ECO MODE(ที่บังเอิญเลือกใช้) ผมลองปรับมาที่ NORMAL MODE ชื่อก็บอกว่า นอร์มอล คือโหมดรูปแบบการขับขี่มาตรฐานอาการ ของรถจะตอบสนองเหมือนรถยนต์ 1.2  ลิตร ทั่วไป คนที่ไม่ค่อยเข้าใจเทคโนโลยีและไม่ได้ทำการบ้านหรือไม่ได้อ่านบทความนี้ก่อนซื้อแนะนำให้โหมดนี้ครับคือขับอย่างเดียว แต่หากพอจะเข้าใจระบบหรือทำการบ้านมาบ้าง ก็ไปต่อกับผมที่โหมด S MODE

เมื่ออยู่ที่ S MODE สมาร์ท โหมด นะครับไม่ใช้ สปอร์ต โหมด อากับกริยาการตอบสนองของตัวรถไม่ว่าจะการออกตัวอัตราเร่ง มีความสมูทระดับเดียวันกับ NORMAL MODE แต่ใน S MODE นี้ ONE-PEDAL จะเริ่มเข้ามีมีบทบาททำงานหน่วงหนืดชัดเจนขึ้น ส่วน EV MODE เป็นโหมดการขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้า100% ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้น สถานการณ์ที่จะเลือกใช้น่าจะเป็นการดอดเข้าบ้านโดนไม่ให้คนในบ้านตื่นตรงกันข้ามหาก ต้องการจะใช้โหมดนี้แอบออกจากบ้าน คงลำบากเพราะ EV MODE จะทำงานเมื่อระบบขับเคลื่อนมีอุณหภูมิเหมาะสม (นั่นหมายถึงรถต้องวิ่งมาระยะหนึ่งแล้ว) สรุปย่องเข้าบ้านได้อย่างเดียว เข้าใจตรงกันนะ สำหรับผู้ที่สนใจ(หลังจากอ่านมาถึงตรงนี้)ลองไปทดลองขับดูครับซึ่งอาจจะใช้เวลาอยู่กับรถลองขับให้นานหน่อย 

กับ คอมแพ็ค เอสยูวี รุ่นล่าสุดของครอบครัวของ นิสสัน ใน ประเทศไทย ภายใต้แนวคิดของการขับเคลื่อนอัจฉริยะของนิสสัน หรือ Nissan Intelligent Mobility นิสสัน คิกส์ นำเสนอเทคโนโลยีล่าสุดของพลังขับเคลื่อนอัจฉริยะ หรือ Intelligent Power เสริมความมั่นใจของการขับขี่ด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูงจาก Intelligent Driving เพลินเพลิดกับการสื่อสารไร้รอยต่อผ่าน Intelligent Integration ว่าใช่มั๊ยถ้าชอบจริงแล้วใช้เป็นค่อยซื้อ โดยช่วงนี้ทางนิสสันมีโปรโมชั่นพิเศษตามนี้

All-New NISSAN KICKS e-POWER WITH PREMIERE EDITION*

ระยะเวลาแคมเปญ ตั้งแต่วันที่ 1 – 30 พฤศจิกายน 2563

  • ราคาช่วงเปิดตัว 1,099,000 บาท**
  • อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.69%*** (เงินดาวน์ 25%, ผ่อนนาน 48 เดือน)
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี***
  • ฟรี รับประกันระบบ e-POWER 5 ปี/100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน)****
  • ฟรี รับประกันแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน 10 ปี โดยไม่จำกัดระยะทาง****

*ชุดแต่ง PREMIERE EDITION  ประกอบด้วย 1.กระจังหน้า V-Motion สีดำเงา 2.สเกิร์ตหน้าสีดำเงา 3.สเกิร์ตหลังสีดำเงา 4.สเกิร์ตข้างสีดำเงา 5.สปอยเลอร์หลังสีดำเงา 6.ล้ออัลลอยสีดำเงาขนาด 17 นิ้ว ดีไซน์ใหม่ 7.สัญลักษณ์โลโก้ PREMIERE EDITION บริเวณเสากลางตัวรถ 8.คิ้วบันไดสแตนเลสโลโก้ PREMIERE EDITION 9.สัญลักษณ์โลโก้ PREMIERE EDITION บริเวณคอนโซลกลาง 10.แป้นวางเท้าทรงสปอร์ต

** คิดจากราคา NISSAN KICKS e-POWER รุ่น VL ราคาช่วงเปิดตัว 1,049,000 บาท + ค่าสีทูโทนภายนอก 15,000 บาท + ชุดแต่ง PREMIERE EDITION  35,000 บาท

*** ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่ผ่านการพิจารณาภายใต้เงื่อนไขและทำสัญญาเช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น

**** เป็นข้อเสนอพิเศษที่จัดทำโดยบริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด, การดำเนินการและเงื่อนไขการรับประกันจะเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

All-New NISSAN KICKS e-POWER รุ่น VL

ระยะเวลาแคมเปญ ตั้งแต่วันที่ 1 – 30 พฤศจิกายน 2563

  • ราคาช่วงเปิดตัว 1,049,000 บาท
  • อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.69%* (เงินดาวน์ 25%, ผ่อนนาน 48 เดือน)
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี*
  • ฟรี รับประกันระบบ e-POWER 5 ปี/100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน)**
  • ฟรี รับประกันแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน 10 ปี โดยไม่จำกัดระยะทาง**

* ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่ผ่านการพิจารณาภายใต้เงื่อนไขและทำสัญญาเช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น

** เป็นข้อเสนอพิเศษที่จัดทำโดยบริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด, การดำเนินการและเงื่อนไขการรับประกันจะเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

All-New NISSAN KICKS e-POWER รุ่น V

ระยะเวลาแคมเปญ ตั้งแต่วันที่ 1 – 30 พฤศจิกายน 2563

  • ราคาช่วงเปิดตัว 999,000 บาท
  • อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.69%* (เงินดาวน์ 25%, ผ่อนนาน 48 เดือน)
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี*
  • ฟรี รับประกันระบบ e-POWER 5 ปี/100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน)**
  • ฟรี รับประกันแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน 10 ปี โดยไม่จำกัดระยะทาง**

* ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่ผ่านการพิจารณาภายใต้เงื่อนไขและทำสัญญาเช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น

** เป็นข้อเสนอพิเศษที่จัดทำโดยบริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด, การดำเนินการและเงื่อนไขการรับประกันจะเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ลูกค้าที่สนใจสามารถจอง นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ ใหม่ โดยสามารถเยี่ยมชมที่ผู้จำหน่ายฯ ของ นิสสัน หรือติดต่อศูนย์บริการลูกค้า นิสสัน โทร 02 401 9600 หรือเยี่ยมชม เว็บไซต์ของ นิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย

รีวิวทดลองขับ Nissan KICKS e-POWER GALLERY

Taymee Limtrakool
Taymee Limtrakool
ผมคนทำหนังสือรถยนต์ ขณะนั้นรู้จักแต่น้ำหมึกที่ใช้เขียนหนังสือ น้ำมันที่ใช้เติมรถ แผ่นอลูมิเนียมที่ใช้ทำเพลท(แม่พิมพ์นิตยสาร)กระดาษ และโรงพิมพ์ รวมถึงบริษัทจัดจำหน่ายที่ทำหน้าที่ขายนิตยสาร จนวันหนึ่งถูกเทคโนโลยี Disruption ให้ต้องใช้กล้องที่ไม่มีฟิล์ม ผลิตภาพถ่ายได้ด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ วาง Lay-out ส่งเข้าแอพพลิเคชั่น ไม่มีกลิ่นน้ำหมึก ไม่มีกลิ่นกระดาษ ช่วงเวลานั้นเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากสำหรับคนทำหนังสือรถยนต์ยุค”น้ำหมึกปนน้ำมัน”การเดินทางของ INCARS MAGAZINE โดยบริษัท ไนนอิน จำกัดก่อตั้งในปี 2549 มาถึง incars e-magazine “นิตยสารรถยนต์ไทยไม่ใช้กระดาษ” สามารถอ่านและดาว์นโหลดฟรีผ่าน www.incarsmagazine.com รวมถึงเรื่องราวข่าวสารที่เล่าให้ฟังผ่าน INCARS CHANNEL ทางช่อง Youtube จากวันนั้นถึงวันนี้ผมผ่านการสร้างงานในวงการนี้มากว่า 20 ปีแล้วครับ