การเยือนจีนด้วยระบบโลจิสติกส์ด้านความมั่นคงที่ซับซ้อนที่สุดในโลกของ“โดนัล ทรัมป์”

การเยือนกรุงปักกิ่งประเทศจีน ของ “โดนัล ทรัมป์” ประธานาธิบดีสหรัฯ ตามคำเชิญของ “สี จิ้นผิง”ประธานาธิบดีของจีน นับเป็นการเยื่อนครั้งแรกในรอบ 9 ปี ความพิเศษในการมาเยือนจีนในครั้งนี้เพื่อหารือการค้าครั้งนี้มี 17 CEO ผู้บริหารระดับสูงจากหลากหลายอุตสาหกรรมในสหรัฐฯ ทั้งภาคการเงิน การ ภาคอุตสาหกรรมการผลิต ร่วมถึงภาคเทคโนโลยี มีรายชื่อที่ทั่วโลกคุ้นชื่อดังนี้

 

อีลอน มัสก์ (Tesla และ SpaceX) ,ทิม คุก (Apple) ,เคลลี ออร์ตเบิร์ก (Boeing) ,เฮนรี ลอว์เรนซ์ คัลป์ (GE Aerospace) ,ไบรอัน ไซก์ส (Cargill) ,จิม แอนเดอร์สัน (Coherent) ,จาคอบ เธย์เซน (IIIumina) ,ดีนา พาวเวลล์ แมคคอร์มิก (Meta) ,แลร์รี ฟิงก์ (BlackRock) ,สตีเฟน ชวาร์ซเมน (Blackstone) ,เดวิด โซโลมอน (Goldman Sachs) ,เจน เฟรเซอร์ (City) ,ไมเคิล มีบาค (Mastercard) ,ไรอัน แมคอินเนอร์นีย์ (Visa) ,เจนเซน หวง ( Nvidia) ,คริสเตียโน อามอน (Qualcomm) ,ซานเจย์ เมห์โรตรา (Micron) 

การเจรจาหารือได้ข้อยุติอย่างไรนั้นติดตามได้จากสำนักข่าวเศรษฐกิจการเมืองได้หลายสำนัก แต่สำหรับเราซึ่งเป็นเพจข่าวสารเรื่องรายยานยนต์ มีประเด็นหนึ่งซึ่งน่าสนใจเลยนำมาฝาก เรื่องเด่นประเด็นคือ การเยือนกรุงปักกิ่งประเทศจีน ของ “โดนัล ทรัมป์” ประธานาธิบดีสหรัฯ รวมถึงผู้นำประเทศมหาอำนาจ ตามคำเชิญของ “สี จิ้นผิง”ประธานาธิบดีของจีน ไม่ว่าจะเป็นประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัฐเซีย , ประธานาธิบดี เอมมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศษ ,นายกรัฐมนตรี นเรนทรา โมดี ของอินเดีย โดยปกติในการเยือนประเทศจีนของผู้นำหลายชาติ รัฐบาลจีนจะใช้รถยนต์แบรนด์“หงฉี”(Hongqi)ที่รัฐบายจีนจัดไว้รับรอง โดยมักใช้ในงานพิธีการระดับชาติอย่างสมเกียรติ รวมถึงรถประจำตำแหน่งของ “สี จิ้นผิง”ประธานาธิบดีของจีน เช่นกัน 

แต่ในครั้งนี้แตกต่างจากทุกครั้งเมื่อ “โดนัล ทรัมป์” ประธานาธิบดีสหรัฯ ปฏิเสธที่จะใช้รถยนต์“หงฉี”(Hongqi)ที่รัฐบายจีนจัดไว้รับรอง “โดนัล ทรัมป์” เลือกที่จะขนรถยนต์ประจำตำแหน่งประธานาธิบดี  ที่มีชื่อว่า “คาดิลแลค วัน”(Cadillac One)  หรือที่ทั่วโลกรู้จักในชื่อ “The Beast” คือรถลีมูซีนหุ้มเกราะระดับสูงสุดของประธานาธิบดีสหรัฐฯ พัฒนาโดย General Motors ภายใต้แบรนด์ Cadillac เพื่อใช้งานโดยหน่วยสืบราชการลับของสหรัฐอเมริกา(United States Secret Service)

รถคันนี้ไม่ใช่ Cadillac รุ่นขายทั่วไป แต่เป็น “Mobile Fortress” หรือป้อมปราการเคลื่อนที่ ที่ถูกสร้างขึ้นเฉพาะกิจเพื่อปกป้องผู้นำประเทศจากการลอบสังหาร การโจมตีด้วยอาวุธหนัก สารเคมี และภัยคุกคามระดับสงคราม

Specification “The Beast”

รายการ

รายละเอียด

ชื่อทางการ

Cadillac One

ชื่อเล่น

The Beast

ผู้ผลิต

Cadillac / General Motors

หน่วยงานดูแล

U.S. Secret Service

เริ่มใช้งานรุ่นล่าสุด

ปี 2018

โครงสร้างพื้นฐาน

Truck Chassis แบบ Heavy Duty

น้ำหนัก

ประมาณ 7–9 ตัน

ความยาว

ราว 5.5–6.5 เมตร

เครื่องยนต์

คาดว่าเป็น Diesel V8 ขนาดใหญ่

ความเร็วสูงสุด

ประมาณ 95–100 กม./ชม.

อัตราสิ้นเปลือง

ราว 3–4 กม./ลิตร

ราคาโดยประมาณ

มากกว่า 1.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐข

จำนวนผลิต

(ไม่เปิดเผย)

*ข้อมูลบางส่วนถูกปิดเป็นความลับด้านความมั่นคงของสหรัฐฯ

 

เจาะลึก “The Beast” ป้อมปราการเคลื่อนที่ระดับ“รถถังหรู”

เกราะหนาระดับสงคราม ประตูหนาราว 8 นิ้ว น้ำหนักประตูใกล้เคียงประตูเครื่องบิน Boeing 757 โครงสร้างใช้เหล็กกล้า ไทเทเนียม เซรามิก และอลูมิเนียมพิเศษ กระจกกันกระสุนระดับ Military Grade หนาประมาณ 5 ชั้น ทนกระสุนเจาะเกราะ เปิดได้เฉพาะหน้าต่างคนขับเล็กน้อย ป้องกันการโจมตีเคมี / ชีวภาพ ห้องโดยสารถูกซีลแบบ Air-tight พร้อมระบบกรองอากาศ ถังออกซิเจนสำรอง ระบบดับเพลิงในตัว ระบบป้องกันพิเศษ กล้อง Night Vision ระบบยิงแก๊สน้ำตา ระบบสื่อสารเข้ารหัส โทรศัพท์ดาวเทียมระบบสั่งการนิวเคลียร์ เลือดสำรองของประธานาธิบดี ยาง Run-flat ระดับทหาร ยางเสริม Kevlar วิ่ง ต่อได้แม้ถูกยิงหรือยางแตก ล้อเสริมเหล็กพิเศษ ภายในห้องโดยสาร แม้ภายนอกจะเหมือนรถถัง แต่ภายในยังคงความเป็น Cadillac ระดับผู้นำประเทศ เบาะหนังหรู โต๊ะทำงาน ระบบสื่อสารทำเนียบขาว ห้องโดยสารแยกจากคนขับ ระบบเข้ารหัสระดับทหาร

ข้อเท็จจริงและสิ่งที่ที่น่าสนใจ ไม่เพียงตัวรถ “The Beast”

การลงพื้นที่ปฎิบัติภารกิจของ“The Beast”ในสหรัฐอเมริกา ในฐานะรถยนต์ประจำตำแหน่งประธานาธิบดี ภารกิจนี้ไม่รถไม่ได้มีแค่คันเดียว ขบวนประธานาธิบดีมักมี “The Beast” หลายคันวิ่งพร้อมกัน เพื่อป้องกันการระบุตัวจริงของประธานาธิบดี ส่วนภารกิจในต่างแดนยิ่งสนุก เรียกว่าราวกับฉากหนังสงครามย่อมๆ 

“The Beast” จะถูกขนส่งด้วยเครื่องบิน Boeing C-17 Globemaster III

เวลาประธานาธิบดีต้องเดินทางไปปฎิบัติภารกิจต่างประเทศ “The Beast” จะถูกขนส่งด้วยเครื่องบินลำเลียงทหาร Boeing C-17 Globemaster III ส่วนตัวประธานาธิบดีสหรัฐฯจะเดินทางตามไปด้วย Air Force One ที่มี“ระบบความมั่นคงเคลื่อนที่ทั้งชุด” ซึ่ง Cadillac One “The Beast” เป็นเพียงหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญเท่านั้น รถลีมูซีนสีดำหลายคันถูกบรรทุกเข้าไปในเครื่องบินลำเลียงทหาร Boeing C-17 Globemaster III ร่างยักษ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในเครื่องบินขนส่งทางทหารที่ทรงพลังที่สุดของโลก

ให้ลองจินตนา เวลาประธานาธิบดีเดินทางไปปฎิบัติภารกิจต่างประเทศด้วย “The Beast” จะเห็นภาพแบบนี้ ก่อนประธานาธิบดีเดินทางหลายวัน จะทีมล่วงหน้าของ U.S. Secret Service ,U.S. Air Force ,White House Communications Agency จะเดินทางไปก่อน เพื่อ สำรวจสนามบิน ปิดพื้นที่รักษาความปลอดภัย ตรวจเส้นทางขบวนรถเตรียมจุดลงจอด ตั้งศูนย์สื่อสารลับ ในคาร์โก้ของ Boeing C-17 Globemaster III “The Beast” จะไม่ได้เดินทางแค่คันเดียว โดยปกติจะมี Chevrolet Suburban ของ Secret Service รถต่อต้านการโจมตี รถสื่อสาร รถแพทย์ รถของหน่วย Counter Assault Team ทั้งหมดถูกโหลดขึ้น C-17 พร้อมกันเป็น “Presidential Motorcade Package”  

Boeing C-17 Globemaster III ขนถ่าย “The Beast” อย่างไร

ฉากหนังสงครามนี้เริ่มที่ด้านท้ายเครื่อง Boeing C-17 Globemaster III เปิด Ramp ลง ท้ายเครื่องเปิดอ้ากว้าง ไฟสีส้มในห้องบรรทุก เจ้าหน้าที่ภาคพื้นวิ่งประสานงาน รถลีมูซีนหนักเกือบ 9 ตันค่อยๆ ขับขึ้นเครื่อง ภายในเครื่อง Boeing C-17 Globemaster III มีห้องบรรทุกยาวมหาศาล พื้นเสริมเหล็กรับน้ำหนักรถถัง มีจุดล็อกล้อและโซ่ยึดพิเศษ รถทุกคันถูก “chain down” กับพื้นเครื่อง “The Beast” จะถูกล็อกหลายจุด เพราะน้ำหนักมหาศาลอาจเคลื่อนตัวระหว่างบินได้

ขนาดของ Boeing C-17 Globemaster III ใหญ่แค่ไหน

รายการ

ข้อมูล

ความยาวห้องบรรทุก

26.8 เมตร

ความกว้าง

5.5 เมตร

ความสูง

3.8 เมตร

น้ำหนักบรรทุกสูงสุด

77 ตัน

รองรับ

รถถัง Abrams / เฮลิคอปเตอร์ / Motorcade

ทำไมต้องใช้ Boeing C-17 Globemaster III ไม่ใช่เครื่องบินพลเรือน

เพราะ Boeing C-17 Globemaster III บรรทุกน้ำหนักได้มาก มีทางลาดท้าย โหลดรถได้ตรงๆ ลงสนามบินทหารสั้นๆ ได้ บินข้ามทวีปพร้อมอุปกรณ์สงครามได้ จริงๆ แล้ว C-17 ถูกออกแบบมาเพื่อขน รถถัง M1 Abrams รถหุ้มเกราะ ฮ. Black Hawk ดังนั้น “The Beast” จึงถือว่าเป็นงานสบายสำหรับมัน  ทั้งหมดทำงานร่วมกันเป็น “Presidential Mobility System” ของสหรัฐอเมริกา และนี่คือหนึ่งในระบบโลจิสติกส์ด้านความมั่นคงที่ซับซ้อนที่สุดในโลกไม่ว่าจะเป็น

Air Force One = ทำเนียบขาวบนฟ้า

The Beast = บังเกอร์หุ้มเกราะบนถนน

Boeing C-17 Globemaster III = รถบรรทุกยักษ์ลอยฟ้าของกองทัพ ที่ขนทุกอย่างไปพร้อมกัน

ทั้งหมดทำงานร่วมกันเป็น “Presidential Mobility System” ของสหรัฐอเมริกา และนี่คือหนึ่งในระบบโลจิสติกส์ด้านความมั่นคงที่ซับซ้อนที่สุดในโลก