Mitsubishi เปิดตัว PAJERO ใหม่อย่างเป็นทางการ การกลับมาของตำนานในฐานะ Flagship รุ่นใหม่”ของ Mitsubishi

Mitsubishi Motors Corporation เปิดตัวครั้งแรกในโลกของ PAJERO รถยนต์ Cross-Country SUV รุ่นใหม่ ซึ่งได้รับการวางตำแหน่งให้เป็น รถยนต์เรือธงแห่งยุคใหม่ และเป็นรถที่สะท้อนตัวตนของ Mitsubishi ในอนาคต PAJERO ใหม่ยังคงสืบทอดแนวคิดที่อยู่คู่กับชื่อ PAJERO มาตั้งแต่รุ่นแรกในปี 1982 นั่นคือการผสาน สมรรถนะในการเอาชนะเส้นทางทุรกันดาร ความน่าเชื่อถือ และความสะดวกสบายแบบรถยนต์นั่ง เข้าไว้ด้วยกัน ก่อนยกระดับแนวคิดดังกล่าวให้เหมาะสมกับบทบาทใหม่ของ Pajero ในฐานะรถ Flagship ของแบรนด์ Mitsubishi มีแผนเริ่มทำตลาดใน ประเทศไทย ซึ่งเป็นฐานการผลิต ในปีงบประมาณ 2026 ตามด้วยญี่ปุ่นและออสเตรเลีย ก่อนขยายตลาดตั้งแต่ปีงบประมาณถัดไปไปยังภูมิภาคอาเซียน ละตินอเมริกา ตะวันออกกลาง และตลาดอื่น ๆ รวมประมาณ 100 ประเทศทั่วโลก

จากตำนานปี 1982 สู่ Flagship รุ่นใหม่
PAJERO ถือกำเนิดขึ้นครั้งแรกในปี 1982 ในฐานะรถ Cross-Country 4WD ที่ต้องการสร้างสมดุลระหว่าง ความสามารถในการลุย ความน่าเชื่อถือ และความสะดวกสบาย รถรุ่นนี้ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะกลุ่มผู้ใช้ที่ชื่นชอบกิจกรรมกลางแจ้ง และกลายเป็นหนึ่งในรถที่มีบทบาทสำคัญในยุค RV Boom ของญี่ปุ่นช่วงทศวรรษ 1990 ตั้งแต่รุ่นแรกจนถึงรุ่นที่ 4 Mitsubishi ผลิต Pajero ไปแล้ว มากกว่า 3.29 ล้านคัน และจำหน่ายในกว่า 170 ประเทศและภูมิภาคทั่วโลก PAJERO จึงไม่ได้เป็นเพียงชื่อรุ่นหนึ่งของ Mitsubishi แต่เป็นหนึ่งในโมเดลที่สร้างภาพจำให้กับแบรนด์มาอย่างยาวนานการกลับมาครั้งนี้ Mitsubishi จึงไม่ได้เพียงนำชื่อ PAJERO กลับมา แต่ต้องการยกระดับให้เป็นศูนย์กลางของทิศทางแบรนด์ในยุคใหม่
3 แนวคิดใหม่ของ PAJERO
Confidence × Comfort × Prestige Mitsubishi ระบุว่า PAJERO ใหม่ยังคงสืบทอดแนวคิดผลิตภัณฑ์จาก PAJERO รุ่นก่อน แต่เพิ่มองคประกอบใหม่เข้ามา นั่นคือ
Confidence : ความสามารถในการเดินทางบนเส้นทางทุรกันดารและความน่าเชื่อถือ
Comfort : ความสะดวกสบายและการควบคุมรถที่ง่ายต่อการใช้งานและสิ่งที่เพิ่มเข้ามาใน PAJERO รุ่นใหม่นี้คือ
Prestige : ความหรูหรา คุณภาพ และความสง่างามในระดับที่เหมาะสมกับรถยนต์เรือธงทั้งสามองค์ประกอบกลายเป็นแนวคิดหลักในการพัฒนา PAJERO ใหม่

ดีไซน์ใหม่ แต่ยังเห็นเงาของ PAJERO รุ่นแรก
แนวคิดการออกแบบของ PAJERO ใหม่ใช้ชื่อว่า“Grand Charisma – 泰然自若” หรือแนวคิดที่สื่อถึง ความสงบนิ่ง หนักแน่น และมั่นใจในตัวเอง Mitsubishi ยังคงใช้สัดส่วนตัวถังแบบ Square และเน้นเส้นแนวนอน ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของ PAJERO รุ่นแรก แต่เพิ่มความแข็งแรงของตัวถังและมิติของบังโคลนให้ดูทรงพลังมากขึ้น ด้านหน้าได้รับแรงบันดาลใจจาก เคนโด (Kendo) เพื่อสื่อถึงความแข็งแกร่งจากภายใน กระจังหน้ามีให้เลือก 2 รูปแบบ ทั้งแบบซี่แนวนอนที่สะท้อนความประณีตของงานผลิตแบบญี่ปุ่น และแบบ Honeycomb ที่เน้นความแข็งแรงและความงามจากฟังก์ชัน ไฟหน้าใช้รูปทรง ตัว T ที่สร้างเอกลักษณ์ให้กับด้านหน้า ขณะที่เสา C-Pillar ได้แรงบันดาลใจมาจาก Roll Bar ของ PAJERO รุ่นแรก ด้านท้ายใช้รายละเอียดรูปทรง Hexagon เพื่อระลึกถึงภาพของยางอะไหล่ที่ติดตั้งด้านท้ายใน PAJERO รุ่นก่อน ๆ ทั้งหมดนี้คือการนำองค์ประกอบจากอดีตกลับมาตีความใหม่ โดยไม่ทำให้ PAJERO กลายเป็นเพียงรถ Retro

ห้องโดยสาร : เมื่อ 3 มิเตอร์แบบ PAJERO เข้าสู่ยุคดิจิทัล
ภายในยังคงใช้แผงหน้าปัดแนวนอน ซึ่งเป็นแนวคิดที่สืบทอดมาจาก PAJERO รุ่นแรก แต่เปลี่ยนรูปแบบให้ทันสมัยขึ้น จุดเด่นคือ Monolith Display ที่ประกอบด้วยหน้าจอขนาดใหญ่ 2 จอ ขนาดสูงสุด 14.3 นิ้ว ขณะที่บางรุ่นจะใช้หน้าจอขนาด 12.3 นิ้วหนึ่งในรายละเอียดที่น่าสนใจคือ Mitsubishi นำเอกลักษณ์ 3-Meter ของ PAJERO ในอดีตกลับมา แต่เปลี่ยนให้กลายเป็น Multi-Meter แบบดิจิทัล
หน้าจอสามารถแสดงข้อมูล เช่น
- ระดับความสูง
- ทิศทาง
- อุณหภูมิ
- มุมเอียงของตัวรถด้านหน้า–หลัง
- มุมเอียงซ้าย–ขวา
- ปริมาณการทำงานของระบบ AYC
ทำให้สิ่งที่เคยเป็นมาตรวัดแบบอนาล็อกของ PAJERO ในอดีต กลับมาอยู่ในรูปแบบดิจิทัลสำหรับยุคใหม่บริเวณแผงหน้าปัดและแผงประตูยังใช้วัสดุ Soft Material พร้อมงานเย็บที่ได้รับแรงบันดาลใจจากงานหัตถกรรมญี่ปุ่น Kimekomi เพื่อเพิ่มความรู้สึกประณีตและพรีเมียม

3 แถว 7 ที่นั่ง แต่ยังคงความคล่องตัว
Pajero ใหม่รองรับผู้โดยสาร 7 คน 3 แถว และ Mitsubishi ให้ความสำคัญกับความสะดวกสบายของผู้โดยสารทุกตำแหน่ง รวมถึงเบาะแถวที่ 3เบาะแถวที่ 2 สามารถเลื่อนได้ 150 มม. และมีระบบพับเพื่อเพิ่มความสะดวกในการเข้าสู่แถวที่ 3 ส่วนเบาะแถวที่ 3 ถูกออกแบบให้รองรับผู้ใหญ่ได้อย่างเหมาะสม โดยเพิ่มพื้นที่เหนือศีรษะและออกแบบพื้นที่วางเท้าให้สามารถสอดเข้าไปใต้เบาะแถวที่ 2 ได้นอกจากนี้ยังมีระบบระบายอากาศเบาะนั่ง และระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ 3-Zone Independent Temperature Controlตั้งแต่ด้านหน้าไปจนถึงผู้โดยสารแถวที่ 3
PAJERO ที่เงียบกว่าเดิม
Mitsubishi ให้ความสำคัญกับเรื่องเสียงรบกวนเป็นพิเศษกระจกบังลมหน้าและกระจกประตูทั้งด้านหน้าและด้านหลังใช้ Acoustic Glass พร้อมมาตรการลดเสียงรบกวนในส่วนต่าง ๆ ของตัวถัง เป้าหมายคือการลดทั้งเสียงลมและเสียงเครื่องยนต์ เพื่อให้ผู้โดยสารสามารถพูดคุยกันได้อย่างเป็นธรรมชาติ แม้ในระหว่างการเดินทางด้วยความเร็วสูงนี่สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า PAJERO ใหม่ไม่ได้ถูกพัฒนาให้เป็นเพียงรถสำหรับลุย แต่ต้องสามารถทำหน้าที่เป็น รถเดินทางระยะไกลที่มีความสะดวกสบายในระดับ Flagship ด้วย

หัวใจของ PAJERO ยังคงเป็น 4WD
แม้โลก SUV จะเปลี่ยนไปอย่างมาก แต่ Mitsubishi ยังคงรักษาสิ่งที่เป็นแก่นแท้ของ PAJERO เอาไว้นั่นคือ ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ PAJERO ใหม่ติดตั้งระบบ Super Select 4WD-II หรือ SS4-II ซึ่งสามารถเลือกโหมดการขับเคลื่อนได้ 4 รูปแบบ
- 2H — ขับเคลื่อนล้อหลัง
- 4H — 4WD แบบ Full-Time
- 4HLc — 4WD พร้อมล็อก Center Differential
- 4LLc — Low Gear พร้อมล็อก Center Differential
และทำงานร่วมกับระบบ Super All-Wheel Control หรือ S-AWC ระบบ S-AWC จะประสานการควบคุมการขับเคลื่อนและการเบรกของทั้ง 4 ล้อ รวมถึงระบบAYC — Active Yaw Control ควบคุมแรงบิดระหว่างล้อซ้ายและขวาด้วยการทำงานของเบรกด้านหน้าASTC — Active Stability & Traction Controlควบคุมการลื่นไถลและกระจายแรงขับเพื่อเพิ่มเสถียรภาพรวมถึงระบบ ABSทั้งหมดทำงานร่วมกันเพื่อปรับแรงขับและแรงเบรกให้เหมาะสมกับการควบคุมของผู้ขับและสภาพพื้นผิว

7 โหมด สำหรับ 7 สภาพการขับขี่
PAJERO ใหม่มี Drive Mode ให้เลือกทั้งหมด 7 รูปแบบ NORMAL / ECO / GRAVEL / SNOW / MUD / SAND / ROCK ตั้งแต่การขับขี่บนถนนทั่วไป ไปจนถึงทางลูกรัง หิมะ โคลน ทราย และเส้นทางหิน Mitsubishi ต้องการให้ผู้ขับสามารถใช้ศักยภาพของระบบ 4WD ได้ง่ายขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน Off-Road

เครื่องยนต์ดีเซล 2.4 ลิตร + เกียร์ 8AT
PAJERO ใหม่ใช้เครื่องยนต์ดีเซลสะอาด 2.4 ลิตร ที่พัฒนาขึ้นสำหรับรถรุ่นนี้โดยเฉพาะ พร้อมเทอร์โบแบบ Single VG Turbo ให้แรงบิดสูงสุด 480 นิวตัน-เมตร โดยบางสเปกจะอยู่ที่ 470 นิวตัน-เมตร
ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ที่พัฒนาขึ้นใหม่ พร้อม Sport Mode Mitsubishi ระบุว่า ระบบส่งกำลังได้รับการออกแบบให้มีแรงบิดและการตอบสนองที่ดีตั้งแต่ออกตัวจนถึงความเร็วสูง พร้อมการเปลี่ยนเกียร์ที่ราบรื่นและที่น่าสนใจคือ Mitsubishi ยังคงเลือก เครื่องยนต์ดีเซล เป็นหัวใจของ PAJERO ใหม่ ในขณะที่ตลาด SUV ทั่วโลกกำลังเดินหน้าเข้าสู่ยุค Electrification อย่างรวดเร็ว
Ladder Frame (ใช้โครงสร้างแบบ Body-on-Frame โดยมี Ladder Frame เป็นโครงแชสซีหลัก) ยังคงอยู่
สิ่งหนึ่งที่ยืนยันตัวตนของ Pajero ใหม่ได้ชัดเจนคือการเลือกใช้ Ladder Frame Mitsubishi เพิ่มการใช้เหล็กกำลังสูงเพื่อลดน้ำหนัก ขณะเดียวกันเพิ่มพื้นที่หน้าตัดของโครงสร้างเพื่อเพิ่มความแข็งแรงทั้งในด้านการบิดตัวและการดัดตัว เป้าหมายคือการสร้างสมดุลระหว่าง ความแข็งแรง + ความทนทาน + เสถียรภาพในการขับขี่ + ความสบาย ระบบช่วงล่างด้านหน้าเป็น Double Wishbone Independent Suspension ส่วนด้านหลังเป็น 5-Link Rigid Suspension ที่พัฒนาขึ้นใหม่ Mitsubishi ยังระบุแนวคิดที่น่าสนใจในการพัฒนา Pajero รุ่นนี้ว่า ไม่ได้มองเพียงว่า “รถต้องลุยได้” แต่ต้อง “ลุยได้อย่างสบาย” จึงกำหนดเรื่อง Off-Road Comfort หรือความสบายบนเส้นทางทุรกันดาร เป็นหนึ่งในตัวชี้วัดสำคัญในการพัฒนา
ขนาดตัวถัง PAJERO ใหม่

* ตัวเลขสำหรับรุ่นที่ติดตั้งล้อขนาด 20 นิ้ว
นอกจากนี้ยังมีการกระจายน้ำหนักหน้า–หลังในอัตรา 52:48 เมื่อรวมกับ Ladder Frame และช่วงล่างที่มีระยะยุบตัวมาก จึงเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับความสามารถในการขับขี่บนเส้นทางออฟโรด
ความปลอดภัย : PAJERO ก้าวเข้าสู่ยุค ADAS
PAJERO ใหม่ติดตั้งระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่หลายรายการ เช่น
FCM — Forward Collision Mitigation ระบบช่วยลดความรุนแรงของการชน พร้อมตรวจจับคนเดินเท้า นักปั่นจักรยาน และรถจักรยานยนต์ รวมถึงระบบช่วยเหลือบริเวณทางแยก
PFCW — Predictive Forward Collision Warning
EAPM — Emergency Accident Prevention by Misapplication
และระบบใหม่ที่ Mitsubishi นำมาใช้เป็นครั้งแรกคือ
ELA — Emergency Lane Assistance ระบบใช้กล้องด้านหน้าและเรดาร์ตรวจจับช่องทางเดินรถและรถที่อยู่โดยรอบ หากตรวจพบความเสี่ยงที่รถกำลังจะออกนอกช่องทาง ระบบสามารถแจ้งเตือนและช่วยควบคุมพวงมาลัยได้ นอกจากนี้ยังมี FCTA — Forward Cross Traffic Alert ซึ่งตรวจจับรถที่กำลังเข้ามาจากด้านซ้ายหรือขวาบริเวณทางแยก เพื่อลดความเสี่ยงของการชนบริเวณจุดอับสายตา

MI-PILOT ช่วยขับบนทางหลวง : PAJERO ใหม่ยังติดตั้ง MI-PILOT ซึ่งเป็นระบบช่วยขับบนทางหลวง
ทำงานร่วมกันระหว่าง ACC — Adaptive Cruise Control และ LKA — Lane Keep Assist เพื่อช่วยรักษาระยะห่างจากรถคันหน้าและช่วยควบคุมรถให้อยู่ใกล้กึ่งกลางช่องทางเป้าหมายหลักคือการลดความเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่ระหว่างการเดินทางระยะไกล อย่างไรก็ตาม ระบบนี้ยังคงเป็น ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ไม่ใช่ระบบขับขี่อัตโนมัติเต็มรูปแบบ
3D Multi Around Monitor สำหรับคนที่ชอบลุย : อีกหนึ่งเทคโนโลยีที่น่าสนใจสำหรับ PAJERO คือ 3D Multi Around Monitor ระบบใช้ภาพจากกล้อง 4 ตัวมาประกอบกับโมเดล 3D ของตัวรถ เพื่อแสดงสภาพแวดล้อมรอบคันแบบเรียลไทม์ประมาณ 30 ภาพต่อวินาทีนอกจากช่วยในการจอดรถหรือผ่านพื้นที่แคบแล้ว ระบบยังมีประโยชน์อย่างมากเมื่อขับ Off-Road โดยเฉพาะฟังก์ชัน “Front Under-Floor View” ซึ่งช่วยให้ผู้ขับมองเห็นพื้นที่ด้านหน้าและใต้ท้องรถที่ปกติไม่สามารถมองเห็นจากตำแหน่งคนขับได้ เมื่อเลือกโหมด 4HLc หรือ 4LLc ระบบจะเปิดใช้งานโดยอัตโนมัติ และผู้ขับสามารถเรียกดูได้ด้วยตัวเองเมื่อจำเป็น สำหรับรถที่ต้องเดินทางผ่านทางชันหรือก้อนหิน ฟังก์ชันนี้อาจมีความสำคัญมากกว่าการเป็นเพียง “กล้องช่วยจอด”
MITSUBISHI CONNECT เชื่อมรถเข้ากับชีวิตประจำวัน : PAJERO ใหม่ยังมาพร้อมระบบ MITSUBISHI CONNECT ผู้ใช้สามารถตรวจสอบสถานะรถและควบคุมฟังก์ชันบางอย่างผ่านสมาร์ตโฟน เช่น การสั่งงานระบบปรับอากาศ รวมถึงบริการ SOS ที่สามารถเชื่อมต่อกับศูนย์ปฏิบัติการเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน
Yamaha เข้ามาช่วยสร้างประสบการณ์ใหม่ :
Mitsubishi ยังร่วมพัฒนาระบบเสียงกับ Yamaha ในชื่อ “Dynamic Sound Yamaha Ultimate”
ระบบประกอบด้วยลำโพง 12 ตัว และ Dual Amplifier พร้อมระบบปรับเสียงตามความเร็วของรถ เพื่อชดเชยผลกระทบจากเสียงรบกวนบนถนน โดยสามารถปรับระดับเสียงและคุณภาพเสียงให้เหมาะสมกับสถานการณ์การขับขี่ นี่คืออีกหนึ่งรายละเอียดที่สะท้อนการเปลี่ยนบทบาทของ PAJERO จากรถลุยในอดีต สู่รถ Flagship ที่ต้องตอบโจทย์ทั้ง การผจญภัยและการเดินทางในชีวิตประจำวัน

PAJERO ไม่ได้กลับมาเพียงเพื่อย้อนอดีต :
Keisuke Kishiura กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของ Mitsubishi Motors กล่าวว่า วิสัยทัศน์ระยะกลางถึงระยะยาวของบริษัทในช่วงทศวรรษ 2030 คือการยกระดับ “ความเป็น Mitsubishi” ผ่านผลิตภัณฑ์และแบรนด์ที่มีเอกลักษณ์ เพื่อเพิ่มความพึงพอใจของลูกค้าและคุณค่าขององค์กร และ PAJERO ใหม่คือจุดเริ่มต้นของแนวทางดังกล่าว Mitsubishi วางให้ PAJERO เป็นรถที่นำหน้าโมเดลอื่น ๆ ที่จะตามมา รวมถึง PAJERO SERIES ในอนาคต และรถ Mitsubishi รุ่นอื่น ๆ จึงอาจกล่าวได้ว่า การกลับมาของ PAJERO ครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการนำชื่อที่เคยยิ่งใหญ่กลับคืนสู่ตลาด แต่เป็นการนำ “ตัวตนของ Mitsubishi” กลับมาเป็นศูนย์กลางอีกครั้ง จากรถที่เคยสร้างชื่อด้วยการพิสูจน์ตัวเองบนเส้นทางที่โหดที่สุด PAJERO รุ่นใหม่กำลังพยายามพิสูจน์อีกครั้งว่า รถที่ไปได้ทุกที่ ไม่จำเป็นต้องแลกกับความสบาย และรถที่หรูขึ้น ก็ไม่จำเป็นต้องทิ้งจิตวิญญาณของรถลุยและที่สำคัญที่สุดคือ Mitsubishi เลือกให้ PAJERO เป็นรถคันแรกที่จะพาแบรนด์เข้าสู่บทใหม่ของตัวเอง
ข้อมูลจำเพาะด้านเทคนิค New Mitsubishi PAJERO
เครื่องยนต์: ดีเซล 4 สูบ 2.4 ลิตร Single VG Turbo
แรงบิดสูงสุด: 480 Nm (บางสเปก 470 Nm)
เกียร์: อัตโนมัติ 8 สปีด + Sport Mode
ระบบขับเคลื่อน: Super Select 4WD-II
ระบบควบคุม: S-AWC
Drive Modes: 7 โหมด
โครงสร้าง: Ladder Frame
ที่นั่ง: 3 แถว 7 ที่นั่ง
ความยาว: 4,920 มม.
ความกว้าง: 1,925 มม.
ความสูง: 1,910 มม.
ฐานล้อ: 2,870 มม.
Ground Clearance: 230 มม.
Approach Angle: 30.4°
Departure Angle: 25.8°
ขนาดล้อ: สูงสุด 20 นิ้ว
ระบบเสียง: Dynamic Sound Yamaha Ultimate, 12 ลำโพง
หน้าจอ: สูงสุด 14.3 นิ้ว × 2
ถุงลมนิรภัย: 8 ตำแหน่ง รวม SRS Center Airbag
ผลิต/ทำตลาด: ไทย → ญี่ปุ่น → ออสเตรเลีย → ตลาดโลกประมาณ 100 ประเทศ หมายเหตุสำคัญ: ตัวเลขบางรายการ เช่น ความสูง Ground Clearance และมุม Off-Road เป็นข้อมูลของรุ่นที่ติดตั้งล้อ 20 นิ้วตามเอกสารของ Mitsubishi










