ตลาดรถยนต์ในกลุ่ม SUV ขนาดกลาง Mid-size/Compact SUV หรือมีอีกชื่อเล่นว่า C Secment ในบ้านเราทั้งที่เพิ่งเปิดตัวร่วมถึงเปิดตัวไปก่อนหน้า แต่ยังคงได้รับความนิยมในช่วงเวลา 2-3 ปีที่ผ่านมา

บางรุ่นยังคงได้รับความไว้วางใจนิยมใช้ มีด้วยกันหลากรุ่นตัวเลือก ทั้งเครื่องยนต์ไฮบริดและไฟฟ้า โดยรุ่นยอดนิยมที่โดดเด่นเป็นท๊อป 6 ตัวเลือกแรกๆตามลำดับได้ดังนี้ Honda CR-V e:HEV, Toyota Corolla Cross HEV, Mazda CX-5, GWM HAVAL H6 PHEV, BYD Sealion 6 PHEV,Subaru Forester ในกลุ่มนี้มี Subaru Forester และMazda CX-5 ที่ยังเป็นเครื่องยนต์ ICE Subaru Forester ใช้เบนซิน 2.5L Mazda CX-5 มีทั้งเบนซิน 2.0L และดีเซล 2.2L

ส่วนที่คัดเข้ามาแค่ 6 รุ่นไม่มีกติกาสากลอะไรใช้แค่ใจคัดเลือก ใจที่ยังคงยึดติดกับคำว่าสินค้าคุณภาพสมราคาของผู้ค้าผู้ผลิตที่ตั้งรกรากอยู่กับเรามาหลายสิบปี ราคาลอยตัวในตลาดที่สู้กันแบบการค้าเสรีที่เป็นธรรมในกติกาเดียวกันไม่มีเงินอุดหนุนเรื่องสิทธิพิเศษด้านโครงสร้างภาษีที่ภาครัฐอัดฉีด ทุกรุ่นทุกคันที่คัดมานี้มีข้อดีข้อเสียแตกต่างข้อดีบริษัทผู้ผลิตรับไปไว้พัฒนาต่อ ข้อเสียยอมรับปรับปรุงแก้ไข รับผิดชอบซ่อมแซมดูแลรับผิดชอบกันไป รถยนต์ 2 ใน 6 ที่คัดมานี้มี 2 คัน เป็น Mid-size/Compact SUV จากประเทศจีน นั่นคือ GWM HAVAL H6 PHEV และ BYD Sealion 6 PHEV แน่นอนมันต้องมีดีมีเหตุมีผลสิถึงหลุดเข้ามาบรรทัดถัดไปจะเล่าให้ฟัง

ในลิสต์นี้ 4 ใน 6 รุ่น Honda CR-V, Toyota Corolla Cross, Mazda CX-5, Subaru Forester ผมเคยสัมผัส เคยทดสอบ เคยทดลองขับ (แล้วแต่จะเรียก) มาระยะหนึ่งแล้ว ส่วน 2 คัน ที่มาจากผู้ผลิตจีน GWM HAVAL H6 PHEV เคยแค่สัมผัสลองขับนิดๆ หน่อยๆ ตอนเปิดตัวใหม่ๆ แต่ BYD Sealion 6 PHEV นั้นยังไม่เคยได้ทดลองขับ หรือทดสอบเลย เคยสัมผัสลูบๆคลำๆ ตอนมาแนะนำตัวอย่างไม่เป็นทางการตอนไปเยี่ยมชมโรงงานประกอบ BYD ที่ระยองเมื่อ ต้นเดือน สิงหาคมปี 2567 ตอนนั้นยังไม่มีคำว่า PHEV ต่อท้าย ใช้ชื่อว่า BYD Sealion 6 ไฮไลท์เป็นการแนะนำแพลตฟอร์มที่ใช้ โกลบอล แพลตฟอร์มชื่อว่า DM-i (Dual Mode Intelligent)

โดย 4 รุ่น Honda CR-V, Toyota Corolla Cross, Mazda CX-5, Subaru Forester ที่เคยขับขอไม่กล่าวเล่าซ้ำในบทความนี้ ใดใด ก็แล้วแต่รบกวนคุณผู้อ่านย้อนกับไป Search ใน www.incarsmagazine.com พิมพ์ชื่อรุ่นในช่องค้นหา สำหรับพื้นนี้แห่งนี้ขอพูดถึง Mid-size/Compact SUV จากค่าย GWM ชื่อ HAVAL H6 PHEV มากหน่อยด้วยเพราะมีโอกาสได้ใช้งานจริงคลุกคลีกันอยู่หลายวัน สัมพันธ์ขั้นแรกที่ได้ใกล้ชิดเฉยๆนะกับรูปทรงการออกแบบ เส้นสายชัด เหลี่ยมสันคม ทรงทื่อๆ แบบมีนัยสำคัญที่ปรับปรุงมาแล้วรอบหนึ่ง
การปรับโฉมปรุงดีไซน์ใหม่นัยว่าให้ดูทันสมัยใส่ใจในทุกองศาตั้งแต่กระจังหน้า กันชนหน้า สี Smoke Chrome ปรับมาใช้ไฟหน้า LED โคมไฟรมดำ ไฟ Signature Light แบบ Waterfall คิ้วประตู คิ้วฝาท้าย หน้าต่าง ด้านข้างรวมถึงราวหลังคาสีดำเปียโนแบล็ก ไฟท้ายแบบ LED Light Strip ล้ออัลลอย 19 นิ้ว รมดำ เด่นกระแทกตาคาลิเปอร์เบรกสีแดง (เฉพาะ PHEV รุ่น ULTRA) และที่สำคัญมีการปรับเปลี่ยนโลโก้ใหม่จากคำว่า “HAVAL” เป็น “GWM” ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แบรนด์ภายใต้ “ONE GWM” ให้เข้าใจตรงกัน หลังคากระจก Panoramic Sunroof เปิด – ปิดฝาท้าย Hand-free Tailgate เซ็นเซอร์กะระยะด้านหน้าและด้านหลังอย่างละ 6 ตำแหน่ง พร้อม Sub Woofer ให้อีกหนึ่งดอก โหมดการขับขี่มีให้เลือก 6 รูปแบบ ประหยัด ECO ,มาตรฐาน NORMAL ,สปอร์ต SPORT ,พื้นลื่น SNOW ,ไฮบริด (น้ำมัน + ไฟฟ้า) ,ไฟฟ้าล้วน มุมมองรอบคันมองผ่านกล้อง 540 องศา ใช่ 540 องศา (รวมมุมมองใต้ท้องรถ) แน่นอนว่าระบบความปลอดภัยพื้นฐานให้มาครบไม่ว่าจะเป็น ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน (LDW) ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน (LKA) ระบบช่วยรักษาระยะให้อยู่กลางเลน (LCK) และอื่น ๆ อีกทั้งยังมีระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลนในภาวะฉุกเฉิน (ELK) ระบบช่วยเตือนเมื่อต้องการเปลี่ยนเลน (LCA) ระบบช่วยเตือนจุดอับสายตา (BSD) ระบบช่วยเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง (RCTA) ระบบช่วยเบรกเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง (RCTB)

บริเวณพื้นที่ห้องโดยสารเข้าใจได้ว่ารถยนต์ขนาด”มิดไซส์(Mid-size) คืออยู่ระหว่างมาตรฐาน (Standard) กับขนาดใหญ่ (Large) ต้องใจกว้าง ทั้งหมด ใช้สีดำโทนเดียวไม่ตัดไม่ขลิบ แผงคอนโซลหลักด้านหน้าปรับดีไซน์ใหม่คุมโทนเดียวกันยันแผงคอนโซลกลาง พวงมาลัยมาใหม่ดีไซน์เท่ขึ้น นอกเหนือจากดีไซน์ยังได้พวงมาลัยอวบขึ้น ใกล้กัน (ทางขวามือ) เป็นคันเกียร์คอ (พวงมาลัย) คันเกียร์นี้ หลังจากกดลงครั้งแรกเพื่อเข้าเกียร์ “D” แล้วการกดลงครั้งต่อไปจะเป็นการสั่งเปิดการทำงานระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ มองผ่านวงพวงมาลัยลงไปเป็นหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ ขนาด 10.25 นิ้ว สามารถแสดงผลแผนที่ระบบนำทางและสามารถสั่งการด้วยเสียง (Voice Command) จอกลางอินโฟเทนเมนต์แสดงผลขนาด 14.6 นิ้ว รวมทุกสิ่งชนิดที่เรียกได้ว่าเป็น Control center (ยกเว้นระบบ ระบบปรับอากาศบางฟังก์ชั่นที่แยกออกมาเป็น Control bar ใต้หน้าจอ) ควบคุมการสั่งการด้วยระบบปฏิบัติการ Coffee OS 3.0 + QUALCOMM Snapdragon 8155 หน้าจอลื่นไหล ปรับแต่งได้มากตัวใหม่ และที่สำคัญรองรับการอัปเดตแบบ OTA ส่งเสียงสานต่อการเชื่อมโยงด้วยลำโพง 9 ตำแหน่ง มีแท่นชาร์จ Wireless Charger ขนาด 50W ให้ใช้งาน หรือจะชาร์จและเชื่อมต่อผ่าน USB-A 1 และ USB-C 1 มีให้ใช้อย่างละช่องด้านหน้า ส่วนด้านหลังหน้าที่นั่งโดยสาร เป็น USB-C ให้ 2 ช่อง

พลังขับเคลื่อน เบนซิน 1.5 Turbo & PHEV ช่วงล่างอิสระ
เครื่องยนต์เบนซิน DOHC 4 สูบ 16 วาล์ว 1.5 ลิตรพ่วง Turbo 1,499 ซีซี กระบอกสูบ x ช่วงชัก : 75 x 84.9 มิลลิเมตร ฉีดจ่ายเชื้อเพลิงแบบ Direct Injection พ่วงระบบอัดอากาศ Turbocharged กำลังสูงสุด 150 แรงม้า (PS) ที่ 5,500 – 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 230 นิวตันเมตร ที่ 1,500 – 4,000 รอบ/นาที ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า พละกำลังรวมสูงสุดทั้งระบบ 326 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 530 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์ DHT (Dedicated Hybrid Transmission) พ่วงด้วยแบตเตอรี่ Lithium-ion LFP ความจุ 27.54 กิโลวัตต์ต่อชั่วโมง รองรับการชาร์จด้วยไฟฟ้ากระแสสลับ AC สูงสุด 6 kW จาก 0 – 100% ภายใน 6 ชั่วโมง หัวชาร์จ CCS Type 2 combo รองรับการชาร์จแบบ DC ได้สูงสุด 41 กิโลวัตต์ จาก 0 – 80% ภายใน 35 นาที พร้อมระบบจ่ายไฟสู่ภายนอก V2L สูงสุด 3.3 กิโลวัตต์ มีระยะทางการขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% ได้ถึง 150 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (มาตรฐาน NEDC) ขับๆไปสามารถเลือกรีเจนท์ (Regenerative Braking เทคโนโลยีการเปลี่ยนพลังงานจลจากการเบรก หรือชะลอรถ ให้เป็นพลังงานไฟฟ้า เพื่อนำกลับมาใช้ใหม่) กู้คืนพลังงานได้ 3 ระดับความหน่วง ต่ำ-กลาง-สูง

สเปกซิฟิเคชั่นของ HAVAL H6 PHEV ข้างต้นเมื่อเทียบกับคู่แข่งในตลาดขมวดปมลงมาแค่ในกลุ่มพลังงานไฮบริด จะเหลือคู่เปรียบที่มีข้อดีข้อด้อยใกล้เคียงกันคือ Honda CR-V e-HEV, Toyota Corolla Cross HEV จุดเด่นหลักของ HAVAL H6 PHEV เมื่อเทียบกับสองคันนี้คือ ความเป็นไฮบริดชนิดเสียบปลั๊ก PHEV ที่สามารถวิ่ง EV เพียวได้สูงสุด 150 กิโลเมตร อันนี้เด่นโดด

สมรรถนะ HAVAL H6 PHEV เป็นรอง ไฮบริดจากญี่ปุ่นทั้ง Toyota และ Honda แค่ชื่อชั้น
ภาพรวมดีไซน์ตัวรถว่ากันตั้งแต่การออกแบบ ใครจะมองว่าเชยเมื่อเทียบกับรถยนต์ ไฮบริด หรือ EV จากจีนด้วยกันที่เน้นไปทางโค้งมน หรือมองว่าใช่สำหรับคนที่ยังชอบเส้นสายเหลี่ยมคมมีทรงเป็นเอกลักษณ์ อย่าง Toyota Corolla Cross HEV และ Honda CR-V e-HEV อันนี้ว่ากันไม่ได้เป็นเรื่องของรสนิยม จุดที่ HAVAL H6 PHEV เหนือกว่า Toyota Corolla Cross HEV ที่มี 122 แรงม้า และ Honda CR-V e-HEV 184 แรงม้า คือพละกำลัง + Performance 326 แรงม้า / 530 Nm รวมถึงเป็นระบบ PHEV + เกียร์ DHT จากการได้ทดลอบขับ ฟีลลิ่ง และอากับกริยาอาการตอบสนอง HAVAL H6 PHEV อัตราเร่งไปดีตึงเท้าแบบสุขุมไม่ก้าวร้าวแบบ EV เพียว อาการนี้ใกล้เคียงกันมากกับ Honda CR-V e-HEV แต่การตอบสนองของพวงมาลัยคมวงเลี้ยวตามสั่ง Honda ยังนำอยู่ ส่วน Toyota Corolla Cross HEV จะนิ่งและนิ่มนวลกว่า ใครที่เป็นแฟน SUV Honda ในกลุ่ม e-HEV อยากให้มาลองขับ HAVAL H6 PHEV คันนี้ซึ่งหากไม่ใช่แฟน Honda หรือกลุ่มศรัทธา Toyota มีโอกาสไขว้เขวเปลี่ยนใจมา HAVAL ได้ง่ายๆเพราะราคาที่ถูกกว่าเป็นตัวกระตุ้น

อีกสิ่งหนึ่งที่ HAVAL H6 PHEV ทำได้ดีคือการจัดระเบียบรอยต่อลำดับความสำคัญจำเป็นของการส่งกำลังจากเครื่องยนต์ไปเกียร์-เครื่องยนต์+มอเตอร์ไปเกียร์-มอเตอร์ไปเกียร์ ส่งกำลังตัดต่อ แยกพาร์ทได้อย่างแนบเนียนแทบเรียกได้ว่าไร้รอยต่อจนผู้ขับไม่สามารถรับรู้ได้ถ้าไม่ตั้งใจใช้สมาธิจับอาการเป็นพิเศษ ส่วนอัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิง ของเครื่องยนต์เบนซิน DOHC 4 สูบ 16 วาล์ว 1.5 ลิตรพ่วงTurbo น้ำมันเต็มถัง เสียบปลั๊กชาร์จเต็มแบตเตอรี่ขนาด 27.54kWh(วิ่งได้ 150 กิโลเมตร) สัก 3-4 ครั้งรับรองวิ่งใช้งานได้กว่า 1 พันกิโลเมตรสบายๆ

ใดใดคือราคาค่าตัวทั้ง 2 รุ่นของ HAVAL H6 PHEV คือ PRO 959,000 บาท ULTRA ราคา 1,059,000 บาท(ราคาจาก www.gwm.co.th) ส่วนความแตกต่างของทั้ง 2 รุ่น นอกจากราคาต่างกัน 1 แสนบาทแล้ว ก็จะมีฟีเจอร์ที่รุ่น ULTRA มีแต่ PRO ขาดหายไปตามนี้
-หน้าจอ HUD แสดงผลบนกระจก
-หลังคากระจก Panoramic Sunroof
-ฝาท้ายไฟฟ้าแบบ Hands-free
-เซ็นเซอร์กะระยะหน้า 6 / หลัง 6 จุด
-ลำโพง 9 ตำแหน่ง (มากกว่า PRO)
-กระจกมองหลังปรับลดแสงอัตโนมัติ
-ล้ออัลลอยลายใหม่ และคาลิเปอร์เบรกสีแดง
-ลำโพงพรีเมียม 9 ตำแหน่ง พร้อมซับวูฟเฟอร์
-ระบบบันทึกตำแหน่ง (Memory Seat) ที่นั่งเบาะคนขับ

เมื่อเทียบกันเองระหว่าง ULTRA กับ PRO ราคาต่างกัน 100,000 ความต่างจะมีแค่เพียงฟีเจอร์เล็กๆน้อย ซึ่งเงิน 100,000 นั้นใหญ่ไม่เท่ากันตัว PRO ไม่มี หลังคากระจก Panoramic Sunroof อาจไม่จำเป็นสำหรับบางเรา แต่กับบางคนมองว่าเลือก ULTRA เพราะราคาต่างกันมันจะถูกหารด้วยยอดการผ่านชำระรายเดือนซึ่งอาจแตกต่างกันแค่หลังพัน ถ้านำ HAVAL H6 PHEV ทั้ง 2 รุ่นไปไปเทียบ กับคู่แข่งที่เป็น SUV ขนาดกลาง Mid-size/Compact SUV จากญี่ปุ่นอย่าง Toyota Corolla Cross HEV (ราคาล้านต้นๆ) และ Honda CR-V e:HEV (ราคา 1.5 – 1.7 ล้านบาท) เราสามารถสรุปความคุ้มค่าตามมิติต่างๆ ได้ตามนี้
หัวข้อเปรียบเทียบ | Haval H6 PHEV | Toyota Corolla Cross HEV | Honda CR-V e:HEV |
ประเภทระบบ | ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) เสียบปลั๊กชาร์จไฟได้ | ไฮบริดธรรมดา (HEV) ไม่ต้องชาร์จไฟ | ไฮบริดธรรมดา (HEV) ไม่ต้องชาร์จไฟ |
พละกำลังสูงสุด | 326 แรงม้า (แรงที่สุดในกลุ่ม) | 122 แรงม้า (เน้นประหยัด) | 207 แรงม้า (ขับสนุก มั่นใจ) |
ขนาดตัวถัง / มิติ | ตัวถังใหญ่ระดับ C-SUV | ตัวถังเล็กที่สุด (B-SUV / C-Lower) | ตัวถังใหญ่ระดับ C-SUV |
ความประหยัด | สูงสุดถ้าชาร์จไฟ (วิ่งไฟฟ้าล้วน 150 กม.) +น้ำมันเต็มถังวิ่งได้กว่า 1,000 กิโลเมตร | ประหยัดน้ำมันสม่ำเสมอ (20-23 กม./ลิตร) | ประหยัดปานกลาง-สูง (17-19 กม./ลิตร) |
ระบบความปลอดภัย / ฟีเจอร์ | ให้มาครบที่สุด เช่น ระบบช่วยจอดอัจฉริยะ 3 รูปแบบ | ให้มาตามมาตรฐาน Toyota Safety Sense | ให้มาครบตามมาตรฐาน Honda SENSING |
ราคาและความคุ้มค่าตัวเงิน | คุ้มค่าที่สุดต่อราคา ได้รถใหญ่สเปกจัดเต็ม | คุ้มค่าในแง่บำรุงรักษาและราคาขายต่อ | ราคาสูงที่สุด แต่ได้ความมั่นใจยาวนาน |

ฟิลลิ่งการขับขี่ HAVAL H6 PHEV อยู่ด้วยกัน 7 วันฟันธง Mid-size/Compact SUV จากญี่ปุ่นกินไม่ลง
เครื่องยนต์ 1.5T ให้กำลังรวม 326 แรงม้า (240 kW) และ แรงบิด 530 Nm ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าและระบบ DHT (Dedicated Hybrid Transmission) แบบ dedicated hybrid ทำให้การตอบสนองเร็วและต่อเนื่อง

ฟิลลิ่ง: แรงรู้สึกได้ในทุกย่านความเร็ว โดยเฉพาะช่วงต้นและกลางเร่งแซงทันใจ อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. เฉลี่ย 7 วินาที เสียงเครื่องทำงานเงียบดีในโหมดไฮบริด/ EV เพราะมอเตอร์ช่วยหลัก
วิ่ง EV ล้วน ได้ประมาณ 100-150 กม. ตาม NEDC/การใช้งานจริง ชาร์จ AC 6.6 kW ชาร์จเต็ม 6 ชม.) + ไฮบริด + Sport ขับสนุกและประหยัดการส่งกำลังตัดต่อไปยังล้อขับเคลื่อนเนียนรู้สึกได้ เงียบและนุ่มมาก แต่เมื่อเครื่องยนต์ติดช่วยจะมีเสียง turbo ให้ได้สนุกขึ้นอีกนิดหน่อย 
การชาร์จไฟที่บ้านเป็นทางเลือกแนะนำเพราะช่วยประหยัดน้ำมันได้ดีจริงทั้งใช้งานในเมือง ส่วนขับขี่ทางไกลออกต่างจังหวัดนั้น โหมด ไฮบริด ช่วยให้ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงในถังได้อย่างคุ้มค่า
โดยรวม GWM HAVAL H6 PHEV เป็นตัวเลือกน่าสนใจ สำหรับคนอยากได้ SUV แรง ประหยัด ฟีเจอร์แน่น ราคาเข้าถึงได้ แต่อย่าเพิ่งเชื่อเสียทั้งหมด ถ้าสนใจแนะนำไป ทดลองขับจเองเพื่อสัมผัส ฟิลลิ่งและระบบช่วยขับ เพราะแต่ละคนชอบสไตล์ต่างกัน










