อินช์เคป เปิดตัว แลนด์โรเวอร์ ดีเฟนเดอร์ ใหม่ เริ่ม 5.4 ล้าน
July 2, 2020
ตลาด Crossover เดือด ซูซูกิ เปิด ALL NEW SUZUKI XL7 เริ่ม 7,79 แสน
July 2, 2020

รีวิวทดลองขับ BMW 218i Gran Coupe, X5 xDrive45e, 330e M Sport

รีวิวรถยนต์ใหม่

เตมีย์ ลิ้มตระกูล

กรุงเทพฯ 25 มิถุนายน 2563

มีความกระตือรือร้นไม่น้อยที่ได้รับหมายเชิญจากบีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย นำผมในฐานะสื่อมวลชนไปเปิดประสบการณ์การขับขี่รถยนต์ BMW รุ่นล่าสุดหลากสไตล์ ทั้งบีเอ็มดับเบิลยู 218i Gran Coupe M Sport  บีเอ็มดับเบิลยู 330e M Sport  และบีเอ็มดับเบิลยู X5 xDrive45e M Sport ซึ่งนอกเหนือที่จะได้สัมผัสสมรรถนะปราดเปรียวจากรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดถึงสองรุ่น แล้วยังไปทดสอบ ความคล่องตัวสไตล์ซีดาน รวมทั้งท้าทายประสิทธิภาพของระบบขับเคลื่อนและระบบช่วงล่างตามแบบฉบับ Sports Activity Vehicle (SAV) บนพื้นผิวต่าง ๆ ณ สนามเอ็นดูโร พาร์ค จังหวัดชลบุรี แต่ที่นอกเหนือไปกว่านั้นคือการได้หลุดออกจากออฟฟิศเพื่อไปทดสองขับรถทดสอบแบบจริงจัง ครั้งแรกในรอบหลายเดือน

บีเอ็มดับเบิลยู 218i Gran Coupe M Sport

กิจกรรม เริ่มตั้งแต่เช้าที่ฐานบัญชาการของบีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ณ ตึกออลซีซั่นถนนวิทยุ ผมสตาร์จ 1 ใน 3 บีเอ็มดับเบิลยู ที่จะได้ขับวันนี้คือ บีเอ็มดับเบิลยู 218i Gran Coupe M Sport ออกจากตึกออลซีซั่นฯแบบตัวใครตัวมัน ฟรีรันกันไปร้อยกว่ากิโลเมตร กับน้องเล็กเครื่องยนต์เบนซิน 3 สูบ ขนาด 1.5 ลิตร และเทคโนโลยี BMW TwinPower Turbo ทำงานควบคู่เกียร์อัตโนมัติ 7 จังหวะ Steptronic แบบคลัทช์คู่ ด้านเครื่องยนต์ให้กำลังสูงสุด 140 แรงม้า / 103 กิโลวัตต์ มอบแรงบิดสูงสุด 220 นิวตันเมตร ที่ 1,480-4,200 รอบต่อนาที ส่งพลังให้เร่งความเร็วจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงภายใน 8.7 วินาที และความเร็วสูงสุดที่ 215 กิโลเมตรต่อชั่วโมง 

ในช่วงเวลาที่คอนโทรลพวงมาลัยก้านลาย M Sport มันมีอารมณ์สนุกยิ่งนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขณะที่รอบเครื่องยนต์กวาดไปวิ่งสวิงมาบนโหมดสปอร์ต และด้วยความจี๊ดจ๊าดอีกทั้งยังเป็นน้องเล็กของค่าย จึงไม่แปลกใจเลยที่จะเห็นเพื่อนร่วมทางแวะเวียนมาทักทายไปด้วยตลอดทาง ไม่ว่าจะ 1.200-1000 เทอร์โบ หรือบางช่วงบางจังหวะปะฉะกับ 1800 ก็มี หลังจากหนำใจเกมส์จบต่างคนก็ต่างแยกย้าย “ยอมรับครับว่าความเร็วมันอยู่ที่ใจ แต่ความปลอดภัยมันอยู่ที่รถครับ” สมรรถนะเครื่องยนต์ส่งผลกับอัตราเร่ง คือสิ่งจะเป็นบนท้องถนน ใช่ครับมีเอาไว้เพื่อความปลอดภัยไม่ใช้เอาไว้ขู่ใคร?

บีเอ็มดับเบิลยู นอกจากจะผลิตรถยนต์ที่ขับมันขับสนุกแล้วทีมผู้สร้างยังต้องการให้ คนที่เลือกซื้อรถยนต์ BMW เกือบ100% เป็นคนที่ชื่นชอบการขับรถและหลงไหลในการที่จะได้ใช้รถยนต์อย่างเต็มสมรรถนะ ได้พละกำลังเครื่องยนต์อย่างเต็มประสิทธิภาพที่ทีมวิศวกรกรออกแบบสร้างรถยนต์ BMW คันนั้นขึ้นมา ด้วยเหตุนี้ทาง BMW จึงมีนโยบายให้ลูกค้าของพวกเขาได้รับการเทรนนิ่งที่ดีเพื่อจะทำให้ลูกค้า BMW ได้เข้าถึงเทคนิคตลอดจนเทคโนโลยีต่างๆของรถยนต์BMWได้เต็มที่ ซึ่งนอกจากจะทำให้ลูกค้ามีความชำนาญมากขึ้นแล้วยังส่งผลถึงเรื่องความปลอดภัยมากขึ้นเวลาที่ต้องตกอยู่ในสถานการณ์ขับขันบนท้องถนนอีกด้วย สิ่งเหล่านี้คือเจตนาของ BMW ที่จัดโปรแกรม BMW Driving Experience นี้ขึ้น ซึ่งโปรแกรมนี้ BMW จัดให้ลูกค้าของพวกเขาทั่วโลก”

ผมใช้เวลาจากเกมส์ที่เล่ามาข้างต้นจนได้เรียกใช้สมรรถนะและความสดวกปลอดภัยที่มีใน บีเอ็มดับเบิลยู 218i Gran Coupe M Sport จนเกือบครบไม่ว่าจะเป็นภายในห้องโดยสารผสมผสานความหรูหราด้วยวัสดุเนียนนุ่มหุ้มประณีตและพื้นที่ใช้สอยที่ออกแบบมาเพื่อตอบสนองทั้งไลฟ์สไตล์ครอบครัวและการเดินทางระยะยาว ส่วนภายในห้องโดยสารฝั่งคนขับ ตรวจจับส่งมอบข้อมูลสำคัญในการขับขี่ให้ผู้ขับโดยไม่ต้องละสายตาจากถนนด้วยหน้าจอ และแผงหน้าปัด Instrument Cluster ขนาด 5.1 นิ้ว รวมไปถึงจอสัมผัส Control Display ขนาด 8.8 นิ้ว ที่ตั้งอยู่กลางคอนโซลทำมุมเข้าหาคนขับเล็กน้อยตามแบบฉบับของบีเอ็มดับเบิลยู นอกจากนี้ บีเอ็มดับเบิลยู 218i Gran Coupe M Sport พร้อมกับระบบ Parking Assistant ช่วยถอยหลังเข้าช่องจอด 90 องศาหรือจอดแบบขนานอัตโนมัติ พร้อมกล้องมองหลัง 

รวมถึงการออกแบบที่เน้นผู้ขับยังถูกเสริมด้วยแถบสีที่พาดผ่านตรงเข้าสู่ที่นั่งคนขับและรายละเอียด graining effects แบบต่างๆ รวมไปถึงพื้นผิวที่หลากหลายของแผงหน้าปัดและบริเวณหลังพวงมาลัย โดยแถบสีบริเวณแผงหน้าปัดและกรอบประตูมาในลาย ‘Illuminated Boston’ ด้านพวงมาลัย M Sport และเบาะที่นั่งตอนหน้าดีไซน์สปอร์ตหุ้มหนังแท้ Dakota พร้อมรูระบายอากาศส่งให้ บีเอ็มดับเบิลยู 218i Gran Coupe M Sport ดูสปอร์ตโฉบเฉี่ยวขึ้นอีกขั้น บีเอ็มดับเบิลยู 330e M Sport คันนี้ประกอบภายในประเทศ ทำให้สามารถตั้งราคา ราคาจำหน่ายได้ที่ 2,799,000 บาท (พร้อมโปรแกรมบำรุงรักษา BSI Standard) รายงานจบผมมาถึง สนามเอ็นดูโร พาร์ค จังหวัดชลบุรี ในช่วงสายของวัน

บีเอ็มดับเบิลยู X5 xDrive45e M Sport

ณ สนามเอ็นดูโร พาร์ค จังหวัดชลบุรี แห่งนี้ ผมจะได้สัมผัสและทดลองขับบีเอ็มดับเบิลยู X5 xDrive45e M Sport ที่คนของบีเอ็มดับเบิลยู บอกว่า X5 xDrive45e M Sport คันนี้มีดีแยกแปลกออกมาจาก SUV ที่มีจำหน่ายในตลาด ดังนั้นจึงเชิญผมมาที่ สนามเอ็นดูโร พาร์ค แห่งนี้เพื่อทดสอบความคล่องแคล่วลงตัวสไตล์ซีดาน รวมทั้งท้าทายประสิทธิภาพของระบบขับเคลื่อนและระบบช่วงล่างตามแบบฉบับ Sports Activity Vehicle (SAV) บนสภาพพื้นผิวเส้นทางต่าง ๆ ผ่านระบบช่วงล่างถุงลมถุงลมที่สามารถปรับระดับอัตโนมัติทั้งในแบบออฟโรดและออนโรด และระบบขับเคลื่อน4 ล้อ xDrive ที่สามารถเลือกโหมดรูปแบบการขับขี่ได้หลากหลาย

บีเอ็มดับเบิลยู บอกว่า X5 xDrive45e M Sport รุ่นนี้นับเป็นเจเนอเรชั่นที่ 4 ของบีเอ็มดับเบิลยู X5 ในรูปแบบปลั๊กอินไฮบริดผสานขุมพลังการขับเคลื่อนระบบไฟฟ้าเข้ากับความคล่องตัวในแบบฉบับรถยนต์ Sports Activity Vehicle (SAV) ซึ่งบีเอ็มดับเบิลยู X5 xDrive45e M Sport ใหม่ มีอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่ 43.5 กิโลเมตรต่อลิตร ตาม ECO Sticker โดยเมื่อขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว จะสามารถทำความเร็วสูงสุดที่ 135 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จากเดิมสูงสุดที่ 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และวิ่งด้วยไฟฟ้าได้ไกลสูงสุด 67-87 กิโลเมตรตามมาตรฐานการทดสอบ WLTP ของยุโรป

บีเอ็มดับเบิลยู X5 xDrive45e M Sport ใหม่ ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังเครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบเรียง 3.0 ลิตร TwinPower Turbo ที่มอบพลังถึง 210 กิโลวัตต์ / 286 แรงม้า ควบคู่ไปกับความปราดเปรียวที่ได้จากเทคโนโลยีบีเอ็มดับเบิลยูEfficientDynamics และเจเนอเรชั่นที่ 4 ของเทคโนโลยี บีเอ็มดับเบิลยู eDrive สุดล้ำ มอเตอร์ไฟฟ้าส่งกำลังสูงสุดที่ 83 กิโลวัตต์ / 113 แรงม้า ตัวแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนจุพลังงานไฟฟ้าได้กว่า 24 กิโลวัตต์ชั่วโมง โดยระบบไฟฟ้าทั้งหมดได้รับการพัฒนามาเพื่อให้มีการจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ซึ่งส่งผลให้ระบบปลั๊กอินไฮบริดของบีเอ็มดับเบิลยู X5 xDrive45e M Sport ประหยัดพลังงานและเชื้อเพลิงสูงสุด

เมื่อมอเตอร์ไฟฟ้าและเครื่องยนต์ทำงานร่วมกัน จะมอบพละกำลังสูงสุดที่ 290 กิโลวัตต์ / 394 แรงม้า พร้อมแรงบิด 600 นิวตันเมตร ส่งกำลังโดยตรงไปที่เกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด Steptronic เจเนอเรชั่นล่าสุดและระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ xDrive ที่มอบสมรรถนะบนถนนในสไตล์สปอร์ต พร้อมกับสมรรถนะแบบออฟโรดที่เหนือชั้น ให้อัตราเร่งจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรภายใน 5.6 วินาที ทำความเร็วได้ดีกว่ารุ่นก่อนหน้ากว่า 1.2 วินาที ด้วยความเร็วสูงสุดที่ 235 กิโลเมตรต่อชั่วโมง 

บีเอ็มดับเบิลยู X5 xDrive45e M Sport มาพร้อมช่วงล่างแบบถุงลมที่สามารถปรับระดับอัตโนมัติและระบบควบคุมความนุ่มนวลโช้กอัพแบบแปรผัน นอกเหนือไปจากระบบการเชื่อมต่อครบวงจร ยังติดตั้งบริการดิจิทัลรูปแบบใหม่ที่สอดรับกับรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ยังได้รับการพัฒนามาเพื่อให้เข้ากับรถยนต์ในสไตล์ SAV เพื่อยกระดับความสะดวกสบายและความปลอดภัยที่เหนือชั้นให้แก่ผู้ขับขี่ นอกจากนี้ระบบ Parking Assistant Plus ที่มาพร้อมกับระบบช่วยถอยรถในทิศทางเดิมแบบอัตโนมัติ ช่วยให้ตัวรถสามารถจดจำทิศทางที่ขับตรงไปข้างหน้าในระยะ 50 เมตรสุดท้าย ด้วยความเร็วไม่เกิน 36 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ และสามารถถอยออกในทิศทางเดิมแบบอัตโนมัติ 

นอกจากนี้ บีเอ็มดับเบิลยู X5 xDrive45e M Sport  ยังมีฟังก์ชั่น Parking Assistant Plus ทีมีกล้องมองรอบทิศทาง Surround View Camera รวมทั้งวิวด้านบน วิวพาโนรามิค และรีโมท 3D วิวที่ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเชื่อมต่อเพื่อดูภาพของรถที่จอดทางโทรศัพท์สมาร์ทโฟนได้ ผ่านระบบ BMW Connected Drive ในส่วนของระบบความบันเทิงและการสื่อสาร บีเอ็มดับเบิลยู X5 xDrive45e M Sport ใหม่ มาพร้อมระบบเครื่องเสียงรอบทิศทาง Harman Kardon ที่ระบบชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย ที่วางแก้วบริเวณคอนโซลกลาง พร้อมฟังก์ชันควบคุมอุณหภูมิ และระบบสั่งงาน iDrive ด้วยการเคลื่อนไหวมือ (BMW Gesture Control) บีเอ็มดับเบิลยู X5 xDrive45e M Sport ใหม่ มีให้เลือกใน 4 สีด้วยกัน ได้แก่สีดำ Black Sapphire สีขาว Mineral White สีน้ำเงิน Phytonic Blue และสีเทา Arctic Grey Brilliant Effect และชุดตกแต่ง M Sport 

ผมสนุกอยู่กับ บีเอ็มดับเบิลยู X5 xDrive45e M Sport ในไร่มันกันว่า 1 ชั่วโมง บนสภาพเส้นทางหลากหลายได้ลองใช้ฟังก์ชั่นตลอดจนโหมดการทำงานของระบบต่างๆแบบสนุกแต่ก็แอบสงสารรถอยู่ไม่น้อย แต่สุดท้ายก็รับรู้ได้ว่าแม้ในยามปกติคงไม่มีเจ้าของรถคนไหนเอาไปลงลุยแบบนี้ แต่ก็ให้ได้รู้ไว้ว่า บีเอ็มดับเบิลยู X5 xDrive45e M Sport มีระบบไว้ลุยได้แม้ไม่ได้ใช้ก็อุ่นใจ เมื่อส่ง บีเอ็มดับเบิลยู X5 xDrive45e M Sport กลับเข้าสถานีเรียบร้อย เมื่อเซย์กู๊ดบาย ทั้งรถบีเอ็มดับเบิลยู X5 xDrive45e M Sport ใหม่ ที่มีราคาจำหน่าย: 4,999,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และโปรแกรมบำรุงรักษา BSI Standard) อินสตั๊กเตอร์ และทีมงาน บีเอ็มดับเบิลยู  ผมจะออกจาก สนามเอ็นดูโร พาร์ค จังหวัดชลบุรี ด้วย บีเอ็มดับเบิลยู 330e M Sport ที่นี้ล่ะจะดูสิว่าจะมีใครมาตอแยอีกหรือไม่?

บีเอ็มดับเบิลยู 330e M Sport

ผมและ บีเอ็มดับเบิลยู 330e M Sport (ประกอบภายในประเทศ) ราคา ค่าตัว 2,799,000 บาท (พร้อมโปรแกรมบำรุงรักษา BSI Standard) ออกจาก สนามเอ็นดูโร พาร์ค กลับรถเข้าถนนมอเตอร์เวย์ ทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 เมื่อการจราจรเริ่มคล่องตัว ผมเริ่มสำรวจตรวจสอบ รื้อค้นตัวตนเจ้าบีเอ็มดับเบิลยู 330e M Sport ที่สืบทอดรูปโฉมปราดเปรียวของบีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 3 ด้วยเส้นสายที่คมชัด ด้านหน้าเด่นโดดด้วยกระจังหน้าทรงไตคู่ขนาดใหญ่ในกรอบที่เชื่อมกับไฟหน้าคู่ LED ทรงเรียวยาว ส่งเสริมรูปลักษณ์ความสง่าแบบรถสปอร์ตให้โดดเด่นด้วยดีไซน์แบบ Hofmeister Kink อันเป็นเอกลักษณ์ด้วยกรอบหน้าต่างที่ได้รับการออกแบบให้เป็นหนึ่งเดียวกับเสา C-pillar พร้อมด้วยไฟท้ายดีไซน์ใหม่เรียวยิ่งขึ้นในรูปทรง L แนวนอนสีหม่นแบบสามมิติ และท่อไอเสียแบบคู่ให้ท้ายรถดูกว้างและสปอร์ตกว่าเดิม

ทั้งยังยกระดับการขับเคลื่อนอันน่าประทับใจของบีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 3 ซีดาน ให้ก้าวหน้าไปอีกขั้นด้วย XtraBoost ฟังก์ชั่นใหม่ที่จะเผยสมรรถนะสูงสุดที่ทรงพลังจากเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 2.0 ลิตร มาพร้อมกับเทคโนโลยี TwinPower Turbo และมอเตอร์ไฟฟ้า กำลังสูงสุด 215 กิโลวัตต์ / 292 แรงม้า และสามารถเพิ่มกำลังส่งในการเร่งความเร็วได้มากยิ่งขึ้นในโหมด SPORT เพียงเหยียบคันเร่งเพื่อกระตุ้นการทำงานของ XtraBoost และปลดปล่อยพละกำลังเสริมมากถึง 30 กิโลวัตต์ / 40 แรงม้า ภายในเวลาเพียง 10 วินาที ทำให้บีเอ็มดับเบิลยู 330e M Sport ใหม่ มีอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 5.9 วินาที ต่อเนื่องไปจนถึงความเร็วสูงสุด 230 กม./ชม.

ในโหมดการขับขี่แบบ HYBRID ของบีเอ็มดับเบิลยู 330e M Sport ใหม่ สามารถเร่งความเร็วสูงสุดได้ถึง 110 กม./ชม. ซึ่งมากกว่ารุ่นก่อนหน้า 30 กม./ชม. โดยใช้เพียงพลังงานไฟฟ้าก่อนสลับไปเป็นการใช้พลังงานเครื่องยนต์ ขณะเดียวกันในโหมด ELECTRIC ซึ่งเป็นโหมดการขับขี่แบบไร้มลพิษ สามารถเร่งความเร็วสูงสุดได้ถึง 140 กม./ชม. มากกว่ารุ่นเดิมที่ทำได้ 120 กม./ชม. บีเอ็มดับเบิลยู 330e M Sport ยังได้ปรับปรุงอัตราการขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้าปลอดมลพิษให้มากกว่ารุ่นก่อน 50 เปอร์เซ็นต์ ในระยะทาง ขับขี่สูงสุดที่  55-68 กิโลเมตร ในขณะเดียวกันยังลดการใช้อัตราการสิ้นเปลืองและการปล่อยมลพิษในโหมดขับขี่อื่น ๆ ได้มากกว่า 15 เปอร์เซ็นต์ ระบบสร้างเสียงจำลองเพื่อให้ผู้ใช้ทางเท้าได้ยินจะถูกเปิดใช้ในขณะขับขี่ด้วยระบบพลังงานไฟฟ้าเพื่อส่งเสียงเตือนผู้ใช้ทางเท้าผ่านระบบลำโพงติดตั้งภายนอก

บีเอ็มดับเบิลยู 330e M Sport มาพร้อมระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ล้ำสมัย เช่น ระบบ Parking Assistant Plus ที่มาพร้อมกับระบบช่วยถอยรถในทิศทางเดิมแบบอัตโนมัติ ช่วยให้ตัวรถสามารถจดจำทิศทางที่ขับตรงไปข้างหน้าในระยะ 50 เมตรสุดท้าย ด้วยความเร็วไม่เกิน 36 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ และสามารถถอยออกในทิศทางเดิมแบบอัตโนมัติ ทั้งนี้ Parking Assistant Plus มาพร้อมกับกล้องมองรอบทิศทาง Surround View Camera รวมทั้งวิวด้านบน วิวพาโนรามิค และรีโมท 3D วิวที่ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเชื่อมต่อเพื่อดูภาพของรถที่จอดทางโทรศัพท์สมาร์ทโฟนได้ ผ่านระบบ BMW ConnectedDrive

ในส่วนของการออกแบบสไตล์ M Sport ของบีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 3 เสริมความโดดเด่นคล่องแคล่วบนท้องถนนด้วยชุดแต่ง M Aerodynamics ทั้งในส่วนด้านหน้า ด้านข้างและด้านหลังของรถยนต์ กระจังหน้าทรงไตคู่อันเป็นเอกลักษณ์ของบีเอ็มดับเบิลยูได้ถูกออกแบบเป็นพิเศษบริเวณซี่กระจังหน้าไตคู่สีดำเงาและขอบช่องดักอากาศแบบสี Chrome เพิ่มความโฉบเฉี่ยวยิ่งขึ้นด้วยช่วงล่าง Adaptive M มาพร้อมระบบพวงมาลัยไฟฟ้าแปรผันตามการหมุนและความเร็วแบบ Servotronic และคาลิเปอร์เบรกแบบ M Sport เพิ่มความเพลิดเพลินในการขับขี่ด้วยความสะดวกสะบายและความหรูหราในห้องโดยสารที่ประกอบด้วยพวงมาลัยหนังแท้ M กาบบันไดและชุดแป้นวางเท้า เพดานหลังคาภายในสี Anthracite และอีกมากมาย 

ผมจบกิจกรรม BMW Driving Experience 2020 กับ BMW 218i Gran Coupe, X5 xDrive45e, 330e M Sport สามสายเลือด ด้วยการส่งมอบกุญแจ บีเอ็มดับเบิลยู 330e M Sport ให้กับเจ้าหน้าที่รับรถที่ตึก ตึกออลซีซั่นถนนวิทยุ จากนั้นกลับเข้าสู่โหมดนอลมอล กับรถคันเดิมเดินทางกลับมาเขียนรีวิวให้คุณผู้อ่านๆกันนี้แหละครับ หากคุณเป็นคนหนึ่งที่เป็นแฟน บีเอ็มดับเบิลยู ลองจับคู่ดูครับว่าเหมาะกับรุ่นไหนคันใด สำหรับผมรุ่นไหนก็ได้ครับ 555 เพราะงานนี้เป็น Driving Experience ครับเลยขอไม่ติติงอะไร ตรงกันข้ามต้องขอขอบคุณ บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ที่ให้เกียรติเชิญเข้าสัมผัสประสบการณ์ดีๆในทริปนี้ 

BMW Driving Experience 2020 GALERY

Taymee Limtrakool
Taymee Limtrakool
ผมคนทำหนังสือรถยนต์ ขณะนั้นรู้จักแต่น้ำหมึกที่ใช้เขียนหนังสือ น้ำมันที่ใช้เติมรถ แผ่นอลูมิเนียมที่ใช้ทำเพลท(แม่พิมพ์นิตยสาร)กระดาษ และโรงพิมพ์ รวมถึงบริษัทจัดจำหน่ายที่ทำหน้าที่ขายนิตยสาร จนวันหนึ่งถูกเทคโนโลยี Disruption ให้ต้องใช้กล้องที่ไม่มีฟิล์ม ผลิตภาพถ่ายได้ด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ วาง Lay-out ส่งเข้าแอพพลิเคชั่น ไม่มีกลิ่นน้ำหมึก ไม่มีกลิ่นกระดาษ ช่วงเวลานั้นเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากสำหรับคนทำหนังสือรถยนต์ยุค”น้ำหมึกปนน้ำมัน”การเดินทางของ INCARS MAGAZINE โดยบริษัท ไนนอิน จำกัดก่อตั้งในปี 2549 มาถึง incars e-magazine “นิตยสารรถยนต์ไทยไม่ใช้กระดาษ” สามารถอ่านและดาว์นโหลดฟรีผ่าน www.incarsmagazine.com รวมถึงเรื่องราวข่าวสารที่เล่าให้ฟังผ่าน INCARS CHANNEL ทางช่อง Youtube จากวันนั้นถึงวันนี้ผมผ่านการสร้างงานในวงการนี้มากว่า 20 ปีแล้วครับ