รีวิว ทดลองขับ ORA Good Cat รถยนต์ไฟฟ้า เปิดราคาเฉียดล้านทาสแมวว่าไง?

มาสด้าเปิดตัว CX-8 ปรับใหม่เพิ่มรุ่นเบนซิน 6 ที่นั่ง
October 19, 2021
บริดจสโตน“เก่งทุกทาง ต้องยาง Dueler A/T 001”รู้ยัง?
October 22, 2021

รีวิว ทดลองขับ ORA Good Cat รถยนต์ไฟฟ้า เปิดราคาเฉียดล้านทาสแมวว่าไง?

รีวิวรถยนต์ใหม่

โดย. เตมีย์ ลิ้มตระกูล

กรุงเทพฯ 20 ตุลาคม 2564  

-เกรท วอลล์ มอเตอร์ นำคณะสื่อมวลชนสัมผัสประสบการณ์การขับขี่มิติใหม่กับ“ORA Good Cat Future Ready Driving Experience”ร่วมทดลองขับและทดสอบสมรรถนะ ORA Good Cat รถยนต์ไฟฟ้า 100% ก่อนเปิดตัวในประเทศไทย พร้อมประกาศราคาอย่างเป็นทางการทั้ง 3 รุ่น มีดังนี้ ORA Good Cat รุ่น 400 TECH ที่ 989,000 บาท รุ่น 400 PRO ราคา 1,059,000 บาท และรุ่น 500 ULTRA ที่ 1,199,000 บาท ย้ำนโยบาย “ONE PRICE” ราคาเดียวกันในทุกช่องทางการขาย พร้อมส่งมอบรถล็อตแรกในเดือนพฤศจิกายนนี้ 

ย่อหน้าข้างบนคือโปรยหัวจดหมายที่ทาง เกรท วอลล์ มอเตอร์ เชิญสื่อสายยานยนต์ และสื่อไลฟ์สไตล์ ไปร่วมทดลองขับทดสอบสมรรถนะ รถยนต์ แบรนด์ที่ 2 ของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ (จาก 5 แบรนด์ ในสังกัด) มีชื่อแบรนด์ว่า ORA ชื่อรุ่น Good Cat โดย 5 แบรนด์ ที่วงเล็บไว้ก่อนหน้า แยกแบรนด์กันชัดเจนจากชื่อและลักษณะรูปแบบของรถยนต์ อย่าง HAVAL(ฮาวาล) จะเน้นไปทางรถยนต์เอนกประสงค์ หรือที่เรียกง่ายๆว่า รถ SUV ซึ่งเปิดจำหน่าย H6 ในบ้านเราเป็นรุ่นแรก ส่วน ORA (โอรา) ชัดเจนเลยว่าจะเป็นเซคชั่นรถยนต์ไฟฟ้า มาด้วยชื่อรุ่นน่ารักว่า Good Cat อีก แบรนด์ มีชื่อว่า WAY (เวย์) รูปแบบรถยนต์จะเป็น SUV ที่พีเมี่ยมกว่า HAVAL  และ แบรนด์ TANK (แทงค์) รูปแบบรถยนต์จะเป็น SUV เช่นกันแต่ออกไปทางย้อนยุค ปิดท้ายด้วย POER (โพเออร์) รูปแบบรถยนต์จะเป็นรถกระบะ ซึ่งรถกระบะ จากเกรท วอลล์ มอเตอร์ ชื่อโพเออร์ นั้นน่าสนใจและน่าสนุกหากมาทำตลาดในบ้านเราเพราะ โพเออร์ มีกระบะรุ่นที่ใช้พลังงานไฟฟ้าเพียว แต่ยังเป็นเรื่องของอนาตค เอาเป็นว่าย้อนกลับมาที่ แมวแสนดีที่ชื่อว่า ORA Good Cat คันนี้กันต่อ 

กิจกรรมทดลองขับทดสอบสมรรถนะของรถยนต์ไฟฟ้า 100%ครั้งนี้มีชื่องานอย่างเป็นทางการว่า “ORA Good Cat Future Ready Driving Experience” เพื่อทดสอบสมรรถนะและสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ ORA Good Cat รถยนต์ไฟฟ้า 100% นับเป็นการความมุ่งมั่นอย่างเป็นรูปธรรมในการ แนะนำยานยนต์ไฟฟ้าในกับคนไทยพร้อมนำประเทศไทยก้าวสู่ยุคการขับขี่แห่งอนาคต ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยใช้พื้นที่ที่ อิมแพ็ค เลคไซด์ เมืองทองธานี ให้เป็นสถานีทดสอบเทคโนโลยีการขับขี่ ก่อนเปิดโอกาสให้เราในฐานะ สื่อมวลชนขับขี่รถยนต์บนถนนจริงบนเส้นทางกรุงเทพฯ – พระนครศรีอยุธยา ก่อนจะกลับมาปิดท้ายด้วยกิจกรรม ORA Good Cat Challenge ที่สนุกสนานและท้าทายในปราบแมวที่แสนฉลาดแต่ซุกซนในทุกมิติ 

การมาของ ORA Good Cat ที่เป็นรถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ (Battery Electric Vehicle : BEV) นั้น เกรท วอลล์ มอเตอร์ สั่งผลิตพวงมาลัยขวา นำเข้ามาทั้งคันจากประเทศจีน เพื่อทำตลาดในประเทศไทย ด้วยเป้าหมายที่จะให้เป็น ‘Game Changer’ ในการเข้ามาผลิกโฉมวงการยานยนต์ของเมืองไทยให้คึกคัก โดย ORA Good Cat ได้รับการออกแบบและสร้างสรรค์โดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายประเทศไม่ว่าจะเป็น เยอรมนี ออสเตรีย สหรัฐเอมริกา ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ แน่นอนว่าสิ่งที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์นั้นอยู่ที่ความเป็นแฟชั่นนิสต้า พร้อมดึงดูดทุกสายตาด้วยรูปลักษณ์โค้งมนสไตล์ Retro Futuristic บนแพลตฟอร์ม GWM E LEMON แพลตฟอร์มโมดูล่าที่มีความยืดหยุ่น น้ำหนักเบา สนองตอบสมรรถนะและความปลอดภัยขั้น ผสานกันได้อย่างลงตัวกับเทคโนโลยีการขับชี่ทั้งสมรรถนะและฟังก์ชั่นการใช้งาน 

ORA Good Cat มีด้วยกัน 3 รุ่น แต่ ที่นำมาให้เรา ได้ทดลองงานนี้ มี 2 รุ่น ได้แก่ (ขาดรุ่น ORA Good Cat 400 TECH รุ่นเร่มต้น)

1. ORA Good Cat 400 PRO แบตเตอรี่ชนิดลิเธียมไอออนฟอสเฟต (LFP) ความจุ 47.788 kWh และระยะทางวิ่งสูงสุด 400 กิโลเมตร

2. ORA Good Cat 500 ULTRA แบตเตอรี่ชนิดลิเธียม Ternary (NMC) ความจุ 63.139 kWh ระยะทางวิ่งสูงสุด 500 กิโลเมตร 

ส่วนราคาเปิดตัวทั้ง3 รุ่น มีดังนี้ ORA Good Cat รุ่น 400 TECH ที่ 989,000 บาท รุ่น 400 PRO ราคา 1,059,000 บาท และรุ่น 500 ULTRA ที่ 1,199,000 บาท ย้ำนโยบาย “ONE PRICE” ราคาเดียวกันในทุกช่องทางการขาย พร้อมส่งมอบรถล็อตแรกในเดือนพฤศจิกายนนี้

ORA Good Cat ทั้ง 3 รุ่น ระบบขับเคลื่อนที่รับช่วงต่อจากมอเตอร์ไฟฟ้า ORA Good Cat ด้วยนวัตกรรมการขับขี่แบบอัตโนมัติในระดับ L2+ ทำให้สามารถโลดแล่นได้อย่างราบรื่นด้วยการขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ Permanent Magnet Synchronous Motor  ที่มาพร้อมสมรรถนะอันโดดเด่น ให้กำลังสูงสุด 143 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 210 นิวตัน-เมตร และทำความเร็วสูงสุด ได้ถึง 152 กม./ชั่วโมง สามารถขับขี่ได้อย่างนุ่มนวลทั้งบนเส้นทางในเมือง หรือบนถนนขรุขระหรือเส้นทาง Off Road 

รุ่นและสีรถยนต์

ORA Good Cat เตรียมเปิดตัวพร้อมราคา อย่างเป็นทางการและเริ่มวางจำหน่ายในประเทศไทยในวันที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2564 เป็นต้นไป โดยมีด้วยกันทั้งหมด 3 รุ่น ได้แก่ 

  • ORA Good Cat 400 TECH 

สีรถภายนอก : 2 สี ได้แก่ สีดำ (Sun Black) และ สีขาว (Hamilton White) 

สีรถภายใน :1 สี ได้แก่ สีดำ (เบาะผ้า)

  • ORA Good Cat 400 PRO

สีรถภายนอก : 5 สี ได้แก่ ตัวรถสีแดงพร้อมหลังคาสีดำ (Mars Red with Black Roof) 

ตัวรถสีขาวพร้อมหลังคาสีดำ (Hamilton White with Black Roof)  สีฟ้า (Coral Blue) 

สีดำ (Sun Black) และ สีขาว (Hamilton White) 

สีรถภายใน :1 สี ได้แก่ สีดำ (เบาะหนัง) 

  • ORA Good Cat 500 ULTRA

สีรถภายนอก : 7 สี ได้แก่ ตัวรถสีเขียวพร้อมหลังคาสีขาว (Verdant Green with Hamilton White Roof) 

ตัวรถสีเบจพร้อมหลังคาสีน้ำตาล (Hazel Wood Beige with Wisdom Brown Roof)

ตัวรถสีแดงพร้อมหลังคาสีดำ (Mars Red with Black Roof) ตัวรถสีขาวพร้อมหลังคาสีดำ (Hamilton White with Black Roof) สีฟ้า (Coral Blue) สีดำ (Sun Black) และสีขาว (Hamilton White) 

สีรถภายใน : 3 สี ได้แก่ สีดำ (เบาะหนัง) สำหรับทุกตัวเลือกสีรถภายนอก ยกเว้นเลือกตัวรถสีเขียวพร้อมหลังคา
สีขาว (Verdant Green & Hamilton White) จะได้ภายในสีเขียว/เทา (เบาะหนัง) และตัวรถสีเบจพร้อมหลังคาสีน้ำตาล (Hazel Wood Beige & Wisdom Brown) จะได้ภายในสีเบจ/น้ำตาล (เบาะหนัง) 

กิจกรรการทดลองขับเริ่มต้นหลังจากได้รับฟังการบรรยายผลิตภัณฑ์แล้ว เราได้ทดสอบสมรรถนะและเทคโนโลยีอัจฉริยะของ ORA Good Cat ณ สนามทดสอบรถระบบปิด (Test Track) โดยแบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือ

ส่วนของการเรียนรู้การใช้งานรถและทดสอบการใช้ฟังก์ชั่นและระบบต่างๆ ของ ORA Good Cat รุ่น 400 PRO และ 500 ULTRA ไม่ว่าจะเป็น ห้องโดยสารอัจฉริยะ Intelligent Cockpit เพลิดเพลินไปกับสุนทรียะ และความสะดวกสบายสูงสุดภายในห้องโดยสารของ ORA Good Cat อาทิ หน้าจอ Interactive Double Screen หน้าจอพาดยาวบริเวณคอนโซลของตัวรถมีขนาด 17.25 นิ้ว ที่มีความละเอียดสูง แบ่งออกเป็น หน้าจอแสดงผลการขับขี่แบบดิจิตอล (Full TFT) ขนาด 7 นิ้ว และหน้าจอระบบมัลติมิเดียพร้อมระบบสัมผัส ขนาด 10.25 นิ้ว

-เกียร์ระบบ Electronic Shifter เพื่อลดขนาดพื้นที่คอนโซลกลางให้มีความทันสมัย หรูหรา 

-เบาะนั่งไฟฟ้าแบบปรับได้ 6 ทิศทาง พร้อมการจดจำตำแหน่งที่นั่ง (sitting position record) และฟังก์ชั่น Welcome Seat ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเข้า – ออกจากรถได้อย่างสะดวกสบายยิ่งขึ้น

-ระบบเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน ให้การเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชัน ฟังเพลง วิดีโอ เป็นเรื่องง่าย

-ระบบชาร์จไร้สาย 

-ระบบการแจ้งเตือนและเข้าถึงข้อมูลแบตเตอรี่รถไฟฟ้า เช่น ระบบตรวจสอบสถานะปริมาณแบตเตอรี่ ระบบตรวจสอบสถานะการชาร์จแบตเตอรี่ ระบบตรวจสอบระยะทางวิ่งคงเหลือ ระบบช่วยเตือนเมื่อแบตเตอรี่มีปริมาณต่ำ หรือระบบช่วยเตือนเมื่อแบตเตอรี่มีความร้อนสูง และการค้นหา POI 

-ระบบแจ้งเตือนและเข้าถึงข้อมูลด้านความปลอดภัย เช่น การแสดงตำแหน่งรถยนต์ การกำหนดรัศมีการใช้งานรถ และการแสดงผลการตั้งค่าต่างๆ ของรถยนต์ เป็นต้น

-ระบบการสั่งการและควบคุมได้จากระยะไกล (Telematics System) ที่จะช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมการทำงานบางฟังก์ชั่นของรถยนต์ได้ แม้ผู้ขับขี่จะอยู่ในระยะที่ไกลจากตัวรถ เช่น การควบคุมระบบปรับอากาศ การล็อคและปลดล็อคประตู การค้นหารถยนต์ และสามารถสั่งการปิดหน้าต่าง เป็นต้น 

-โหมดการขับขี่ 5 รูปแบบ โดยจะได้เรียนรู้การปรับโหมดการขับขี่พร้อมทดลองขับในแต่ละโหมด ได้แก่ โหมดมาตรฐาน โหมด Sport  โหมด ECO โหมด ECO+ และ โหมด อัตโนมัติ.                          

-ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (Adaptive Cruise Control : ACC) ทดลองขับและทดสอบระบบ ACC ของ ORA Good Cat ที่มาพร้อมกล้องติดรถยนต์ ADAS ที่ประสานกับชิปควบคุมการขับเคลื่อนอัตโนมัติ EYEQ4 ของโมบายอาย ช่วยควบคุมในช่วงความเร็วเต็มพิกัดที่กำหนดไว้ รวมถึงการหยุดและรีสตาร์ทกลับไปยังความเร็วที่ตั้งไว้ก่อนหน้า โดยรถยนต์จะลดความเร็วลงและหยุดตามคันหน้า และเมื่อรถยนต์คันหน้าเคลื่อนตัวหลังจากเบรกภายใน 3 วินาที รถยนต์จะเคลื่อนตัวตามคันข้างหน้าอัตโนมัติ พร้อมเว้นระยะห่างที่เหมาะสม

ฐานการทดสอบระบบช่วยจอดอัตโนมัติสำหรับการขับขี่แบบอัตโนมัติในระดับ L2+ และเสถียรภาพการขับขี่ ได้แก่ 

-ระบบช่วยจอดรถอัตโนมัติ 3 รูปแบบ (Integration Auto Parking : IAP) สำหรับ ORA Good Cat รุ่น 400 PRO และ 500 ULTRAโดยจะเป็นการใช้เซนเซอร์และกล้องในการตรวจสอบเพื่อตรวจจับวัตถุและเครื่องหมายบริเวณช่องจอดหรือจุดจอดรถและช่วยทำงานเต็มรูปแบบเพื่อเข้าจอด ทั้งแนวตั้ง แนวนอน หรือแนวเฉียง โดยเมื่อระบุช่องว่างที่จะนำรถเข้าจอดแล้ว รถจะทำการจอดด้วยตัวเองด้วยการควบคุมพวงมาลัย เบรก และคันเร่ง

-การทดสอบการขับแบบสลาลม (Slalom) สำหรับ ORA Good Cat รุ่น 400 PRO โดยจะเป็นการทดสอบการทรงตัวของตัวรถ การควบคุมพวงมาลัยและความแม่นยำของพวงมาลัย

จากนั้น เราออกเดินทางจาก ORA Good Cat Fun Park อิมแพ็ค เลคไซด์ เมืองทองธานี เพื่อเดินทางไปยังจังหวัพระนครศรีอยุธยา รถบนถนนจริง เพื่อทดลองระบบขับเคลื่อนรูปแบบต่างๆไม่ว่าจะเป็น 

-การขับขี่แบบอัตโนมัติในระดับ L2+ โดยระบบของรถยนต์จะทำการวัดและประมวณผลข้อมูลการขับขี่ ช่วยให้ผู้ขับขี่ได้รับข้อมูลที่ถูกต้องในเวลาที่เหมาะสม และให้การช่วยเหลืออย่างเหมาะสมในสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือสถานการณ์ต่างๆ 

-ระบบช่วยเลี่ยงการเข้าใกล้รถใหญ่จากด้านข้าง (WDS) ซึ่งระบบจะตรวจสอบรถบรรทุกขนาดใหญ่หรือรถที่มีขนาดยาว โดยในระหว่างการแซง ระบบจะรักษาช่องว่างระหว่างรถตามระยะที่เหมาะสม เพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะ และจะประคองรถให้กลับสู่เลนเดิมอัตโนมัติ

นอกจากนี้ เรายังได้ทดสอบระบบอื่นๆ ระหว่างการขับขี่ ORA Good Cat บนท้องถนนจริงได้เพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็น ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน (LKA) ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน (LDW) ระบบช่วยรักษาระยะให้อยู่กลางเลน (LCK) พร้อมทั้งเพลิดเพลินไปกับการเชื่อมต่อกับฟังก์ชั่นอัจฉริยะและความบันเทิงต่างๆ ได้อย่างไร้ขีดจำกัดตลอดเส้นทางการเดินทาง  

เมื่อเดินทางไปถึงจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และพักรับประทานอาหารกลางวันที่ร้าน The Summer House Ayutthaya สื่อมวลชนจะได้ลิ้มลองอาหารเลิศรส พร้อมดื่มด่ำกับบรรยากาศอันรื่นรมย์ และพักผ่อนตามอัธยาศัย ก่อนที่จะขับรถยนต์ไฟฟ้า ORA Good Cat เพื่อเดินทางกลับกรุงเทพฯ ได้อย่างอิสระ พร้อมโอกาสในการทดสอบสมรรถนะ ระบบ และฟังก์ชั่นการใช้งานอัจฉริยะต่างๆ เพิ่มเติม บนเส้นทางไป – กลับ ในการขับขี่บนท้องถนนจริงรวมกว่า 135.7 กิโลเมตร

กลับถึงกรุงเทพฯ มายัง ORA Good Cat Fun Park ณ  อิมแพ็ค เลคไซด์ เมืองทองธานี แล้ว คณะสื่อมวลชนจะได้ร่วมสนุกกับ ‘ORA Good Cat Challenge’ กิจกรรมส่งท้ายก่อนการเดินทางกลับบ้าน ซึ่งสื่อมวลชนจะได้ขับขี่รถยนต์ ORA Good Cat เพื่อร่วมผ่านด้านทดสอบและความท้าทายทั้งหมด 2 ด่าน ได้แก่ 

1. Cat catch the Mouse ด่าน ‘แมวจับหนู’ ที่เปี่ยมไปด้วยความสนุกสนาน

-ขับ ORA Good Cat ผ่านจุดต่างๆ เพื่อขับต่อไปในเส้นทางที่ถูกต้อง จนกว่าจะไปถึงจุดหมายได้สำเร็จ ซึ่งเมื่อผ่านเส้นทางที่ถูกต้อง ระบบเซ็นเชอร์จะขึ้นไฟสีเขียว โดยสื่อมวลชนที่สามารถทำเวลาได้ดีที่สุดเมื่อไปถึงจุดหมาย จะเป็นผู้ชนะในด่านนี้ 

2. Cat Track and Naughty Cat Yard ด่าน ‘แมวซน’ กับความท้าทายในการทดสอบเสถียรภาพและการทรงตัวของ ORA Good Cat บนไม้กระดานรูปทรงชีสสุดน่ารัก 

-เราต้องขับรถยนต์ ORA Good Cat ขึ้นไปบนกระดานรูปทรงชีสและจอดให้รถหยุดในจุดที่กำหนดเพื่อตรวจสอบทดสอบเสถียรภาพและการทรงตัวของรถยนต์ก่อนที่จะขับกลับลงไปจากไม้กระดาน 

-จากนั้นต้องขับผ่านสิ่งกีดขวางและอุปสรรคต่างๆ ให้ผ่านไปได้อย่างสมบูรณ์แบบ โดยสื่อมวลชนที่สามารถทำเวลาได้ดีที่สุด จะเป็นผู้ชนะในด่านนี้ 

-ในด่านนี้จะได้ประยุกต์ใช้ทักษะ การเรียนรู้ และทดลองนำระบบและฟังก์ชั่นการใช้งานอัจฉริยะของ ORA Good Cat ทั้งหมดที่ได้ทดสอบในวันนี้มาพิชิตเส้นทางทั้งหมดในด่านนี้ ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนเลน การปรับอัตราเร่ง การเลี้ยว และการเบรกรูปแบบต่างๆ เป็นต้น 

สรุปหลังขับ

ORA Good Cat ที่เราได้ทดลองขับทดสอบสมรรถนะ เป็นรุ่น ORA Good Cat 400 PRO มาพร้อมกับรูปลักษณ์ภายนอกออกล้ำสมัยแต่ยังคงความคลาสสิกภายใต้คอนเซ็ปต์ Retro Futuristic พร้อมสะท้อนตัวตนอันเป็นเอกลักษณ์เมื่ออยู่บนท้องถนน (แม้ว่าจะมีกลิ่นอายของรถยนต์ Porsche อยู่ค่อนข้างมากประเด็นนี้ไม่ต้องแปลกใจ เพราะ หัวหน้าทีมออกแบบ ORA Good Cat หรือ ORA Designer คนนี้มีชื่อ Emon Delta นั้น อดีตเป็นหนึ่งในทีมออกแบบรถยนต์ Porsche 911) 

-ไฟหน้า LED เต็มรูปแบบในรูปทรง Cat Eye พร้อม Daytime Running Light และไฟส่องสว่างหลังดับเครื่องยนต์ Follow Me Home

-ไฟท้าย LED Tail light Strip  ไฟหลังพาดยาวซ้ายจรดขวา พร้อมไฟเบรกดวงที่สามและไฟตัดหมอกหลังแบบ LED

-กระจังหน้ากระจังหน้าในดีไซน์คลาสสิกพร้อมระบบ Active Air Intake

-ล้ออัลลอย ขนาด 18 นิ้ว สำหรับรุ่น PRO และ ULTRA ขนาด 17 นิ้ว สำหรับรุ่น TECH

-มิติตัวรถ 1,825 x 4,235 x 1,596 มม. (กว้าง x ยาว x สูง) ระยะฐานล้อ 2,650 มม. 

-ระบบกันสะเทือนหน้า แบบอิสระแมคเฟอร์สันสตรัทและหลังแบบทอร์ชันบีม พร้อมเหล็กกันโคลงการออกแบบภายใน (Interior Design) ในส่วนนี้ต้องยอมรับว่า ทำได้ดีมากในด้านการคัดเลือกวัสดุทำออกมาดูหรูหราราคาแพงด้วยโทนสีหลากหลายให้เลือก

-ORA Good Cat โดดเด่นด้วยการออกแบบอย่างประณีตภายใต้แนวคิด “Intelligent Cockpit with Exquisite Craftsmanship”

-หน้าจอ Interactive Double Screen หน้าจอพาดยาวบริเวณคอนโซลของตัวรถมีขนาด 17.25 นิ้ว ที่มีความละเอียดสูง แบ่งออกเป็น หน้าจอแสดงผลการขับขี่แบบดิจิตอล (Full TFT) ขนาด 7 นิ้ว และหน้าจอระบบมัลติมิเดียพร้อมระบบสัมผัส ขนาด 10.25 นิ้ว

-ลำโพงรอบทิศทาง จำนวน 6 ตัว

-ระบบสั่งการด้วยเสียงอัจฉริยะ สามารถควบคุมการใช้งานฟังก์ชันได้ตลอดเวลาด้วยเสียง สามารถทำให้ได้รับบริการอย่างที่ต้องการ สามารถควบคุมเครื่องปรับอากาศ ซันรูฟ ระบบนำทาง และมัลติมีเดีย ได้ในประโยคเดียว โดยหลีกเลี่ยงความเสี่ยงในการขับขี่ทำให้เกิดความปลอดภัย แบบไร้กังวล

-การเชื่อมต่อโครงข่ายระยะไกล ช่วยให้สามารถควบคุมการเปิด-ปิดการชาร์จ เครื่องปรับอากาศ ปิดหน้าต่าง ได้จากระยะไกล และสามารถดูสถานะของรถรถได้ผ่านระบบ GWM Application

-วัสดุภายในห้องโดยสารให้สัมผัสที่สบาย โดยใช้วัสดุที่มีคุณภาพในการตกแต่งภายในด้วยดีไซน์ที่สวยงาม ให้สัมผัสที่นุ่มนวลกับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ช่วยให้ความรู้สึกสบาย มีความยืดหยุ่นสูงและสัมผัสที่นุ่มนวล

-มิติใหม่แห่งสุนทรียภาพในการขับขี่

-เบาะที่นั่งที่ถูกออกแบบมาอย่างถูกต้องตามหลักสรีรศาสตร์ และตกแต่งอย่างประณีตใส่ใจในทุกรายละเอียด

-เบาะที่นั่งปรับไฟฟ้าพร้อมฟังก์ชั่น Welcome Seat ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเข้า-ออกจากรถได้อย่างง่ายดาย

-ระบบเบาะนวดไฟฟ้า เพื่อผ่อนคลายความเมื่อยล้าของผู้ขับขี่

-หลังคาพาโนรามิคซันรูฟอัจฉริยะ เพิ่มพื้นที่แสงสว่าง และเปิดมุมมองรับชมวิวทิวทัศน์ได้มากยิ่งขึ้น

-ฟังก์ชั่นอินเทอร์เน็ตเพื่อความบันเทิงในรถยนต์ อาทิ การเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชัน ฟังเพลง วิดีโอ 

ฟังก์ชั่นอัจฉริยะ (Intelligent Functions)

ORA Good Cat มาพร้อมกับระบบช่วยเหลือการขับขี่อัจฉริยะ เช่น ระบบความบันเทิงในรถยนต์ ระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ ระบบช่วยเหลือการขับขี่อัจฉริยะ และเทคโนโลยีสำหรับการขับขี่อันล้ำสมัยอีกมากมาย อาทิ 

-การอัปเกรดเฟิร์มแวร์ผ่านระบบออนไลน์อัจฉริยะ (FOTA) 

-ระบบดังกล่าวมาพร้อมกับความสามารถในการอัปเกรดเฟิร์มแวร์สำหรับการควบคุมระบบขับเคลื่อน ระบบส่งกำลัง ระบบการขับขี่อัจฉริยะต่างๆ รวมถึงระบบ Infotainment และระบบควบคุมอื่นๆ ภายในรถยนต์ได้อย่างง่ายดายผ่านระบบออนไลน์อัจฉริยะ (FOTA)

-การตอบโต้ด้วยเสียงอัจฉริยะผ่านระบบปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI (Artificial Intelligence)

-มีความสามารถในการจดจำเสียงได้เป็นอย่างดี จึงสามารถช่วยลดการใช้งานจากการกดปุ่ม เพิ่มความสะดวกสบายให้แก่ผู้ขับขี่และลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ โดยผู้ขับขี่สามารถสั่งการและโต้ตอบด้วยเสียงเพื่อใช้งานฟังก์ชันต่างๆ รวมไปถึงการเข้าถึงระบบเอ็นเตอร์เทนเมนท์ภายในรถ 

-การสั่งการและควบคุมรถจากระยะไกล 

-เป็นระบบที่จะช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมการทำงานบางฟังก์ชันของรถยนต์ได้ แม้ผู้ขับขี่จะอยู่ในระยะที่ไกลจากตัวรถ รวมไปถึงการสร้างระบบความปลอดภัยให้กับรถยนต์ 

-ฟังก์ชันการเข้าถึงข้อมูลแบตเตอรี่รถไฟฟ้า เช่น ระบบตรวจสอบสถานะปริมาณแบตเตอรี่ ระบบตรวจสอบสถานะการชาร์จแบตเตอรี่ ระบบตรวจสอบระยะทางวิ่งคงเหลือ ระบบช่วยเตือนเมื่อแบตเตอรี่มีปริมาณต่ำ
ระบบช่วยเตือนเมื่อแบตเตอรี่มีความร้อนสูง และการค้นหา POI 

-ฟังก์ชันการใช้งานที่สามารถสั่งการและควบคุมได้จากระยะไกล เช่น การควบคุมระบบปรับอากาศ
การล็อคและปลดล็อคประตู การค้นหารถยนต์ และสามารถสั่งการปิดหน้าต่าง 

-ฟังก์ชันด้านความปลอดภัย ที่สามารถสั่งการและควบคุมได้จากระยะไกล เช่น การแสดงตำแหน่งรถยนต์
การกำหนดรัศมีการใช้งานรถ และการแสดงผลการตั้งค่าต่างๆ ของรถ

-ระบบความบันเทิงแบบมัลติมีเดีย 

-รองรับ Apple CarPlay และ Siri

-รองรับ Android Auto และ Google Assistant

-ระบบนำทาง

-รองรับแอปพลิเคชั่นเพลง เช่น JOOX 

GWM LEMON E PLATFORM 

-แพลตฟอร์มโมดูล่าร์อัจฉริยะที่สามารถปรับเปลี่ยนและรองรับเครื่องยนต์ได้หลากหลายรูปแบบ รวมไปถึงพัฒนาด้านความปลอดภัย ซึ่ง GWM LEMON E PLATFORM ถูกปรับเพื่อสำหรับใช้งานกับรถไฟฟ้า (BEV) โดยเฉพาะ

-แพลตฟอร์มมีน้ำหนักเบา ช่วยให้การขับขี่ดีขึ้นทั้งในแง่ประสิทธิภาพการเร่ง การเบรก และการควบคุมพวงมาลัย

-แพลตฟอร์มมีสมรรถนะสูง โดยผ่านการขับทดสอบบนถนนลูกรังกว่า 7,000 กิโลเมตร และมีการทดสอบในสภาวะแวดล้อมแบบสุดขั้วอีก 30,000 กิโลเมตร ช่วยสร้างความมั่นใจในความปลอดภัย และประสบการณ์ขับขี่อันยอดเยี่ยมในทุกสภาพถนน

สมรรถนะของรถยนต์ ORA Good Cat

-อัตราเร่ง 0-50 กม./ชม. ภายใน  3.8 วินาที

-สัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศ 0.273 

-ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ Permanent Magnet Synchronous Motor ให้กำลังสูงสุด 105 kW หรือ 143 PS แรงบิดสูงสุด 210 นิวตัน-เมตร ความเร็วสูงสุด 152 กิโลเมตร/ชั่วโมง

-ระบบช่วงล่างด้านหน้าแบบอิสระแมคเฟอร์สันสตรัท (MacPherson Strut) พร้อมเหล็กกันโคลง

-ระบบช่วงล่างด้านหลังแบบทอร์ชันบีม (Torsion Beam) พร้อมเหล็กกันโคลง

-ระบบขับขี่ทั้งหมด 5 แบบ ได้แก่ 1) มาตรฐาน 2) Sport 3) ECO 4) ECO+ และ 5) อัตโนมัติ ซึ่งผู้ขับขี่สามารถปรับได้เองตามปริมาณแบตเตอรี่ที่คงเหลือ

-ความสามารถการกู้คืนพลังงาน (Energy Recovery) ได้สามระดับ ได้แก่ น้อย, มาตรฐาน และมาก เพื่อการประหยัดพลังงาน

-ระบบตรวจสอบพฤติกรรมการขับขี่ เพื่อให้คะแนนพร้อมให้คำแนะนำในการขับขี่

แบตเตอรี่ของรถยนต์ ORA Good Cat

แบตเตอรี่ของ ORA Good Cat มาพร้อมอุปกรณ์ป้องกันความปลอดภัยทางไฟฟ้าของรถยนต์กว่า 416 รายการ ระบบระบายความร้อนด้วยของเหลวประสิทธิภาพสูง ระบบตรวจจับ 360 องศา ป้องกันการชนกันของแบตเตอรี่ และระบบเตือนแบตเตอรี่อัจฉริยะ

-แบตเตอรี่ชนิดลิเธียมไอออนฟอสเฟต (LFP) ความจุ 47.788 kWh มีระยะทางวิ่งสูงสุด 400 กิโลเมตร ในรุ่น 400 TECH และ 400 PRO

-แบตเตอรี่ชนิดลิเธียม Ternary (NMC) ความจุ 63.139 kWh ระยะทางวิ่งสูงสุด 500 กิโลเมตร ในรุ่น 500 ULTRA

-รองรับการชาร์จแบบเร็วด้วยไฟกระแสตรง (DC) สูงสุด 60 kW และการชาร์จไฟบ้านแบบ AC 6.6 kW

ระยะเวลาในการชาร์จ

-ชาร์จแบบเร็วด้วยไฟฟ้ากระแสตรง DC (0% – 80%) 45 นาที สำหรับรุ่น 400 และ 60 นาที สำหรับรุ่น 500 

-ชาร์จแบบเร็วด้วยไฟฟ้ากระแสตรง DC (30% – 80%) 32 นาที สำหรับรุ่น 400 และ 40 นาที สำหรับรุ่น 500 

-ชาร์จด้วยไฟบ้านแบบ AC 8 ชั่วโมง สำหรับรุ่น 400 และ 10 ชั่วโมง สำหรับรุ่น 500 

-แบตเตอรี่สามารถใช้งานขับขี่ได้ในสภาพแวดล้อมอุณหภูมิ -30°C – 55°C 

-แบตเตอรี่สามารถชาร์จไฟได้ในสภาพแวดล้อมอุณหภูมิ -20°C – 55°C

-แบตเตอรี่สามารถทำงานได้อย่างเป็นปกติในช่วงความกดอากาศ -150 ถึง 5,000 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง และภายใต้สภาวะความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศ 2 – 98%

-แบตเตอรี่มีความสามารถในการป้องกันมาตรฐาน IPX9K และ IP67 ซึ่งสามารถป้องกันน้ำ การกัดกร่อน การชน อัคคีภัย และการกระแทกได้ โดยเมื่อเกิดการกระแทกระบบไฟฟ้าจะตัดการทำงานภายใน 0.1 วินาที เพื่อความปลอดภัยของผู้ขับขี่และผู้โดยสาร

-เซลล์แบตเตอรี่ถูกห่อหุ้มด้วยกล่องที่มีความแข็งแรงในระดับ 3 มิติ พร้อมมีการควบคุมอุณหภูมิและระบบระบายความร้อน

ระบบการช่วยเหลือผู้ขับขี่และระบบความปลอดภัย (Driver Assistance and Safety Systems) 

สำหรับการขับขี่แบบอัตโนมัติในระดับ L2+

ระบบการช่วยเหลือผู้ขับขี่และระบบความปลอดภัยเชิงป้องกัน (Active Safety) 

-ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (ACC) มาพร้อมกล้องติดรถยนต์ ADAS ที่ประสานกับชิปควบคุมการขับเคลื่อนอัตโนมัติ EYEQ4 ของโมบายอาย ช่วยควบคุมในช่วงความเร็วเต็มพิกัดที่กำหนดไว้ รวมถึงการหยุดและรีสตาร์ทกลับไปยังความเร็วที่ตั้งไว้ก่อนหน้า โดยรถจะลดความเร็วลงและหยุดตามคันหน้า และเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนตัวหลังจากเบรคภายใน 3 วินาที รถของเราจะเคลื่อนตัวตามคันข้างหน้าอัตโนมัติ โดยจะมีระยะห่างการติดตาม 

-ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติอัจฉริยะ (ICA) ทำงานตามความเร็วที่ผู้ขับขี่ตั้งเอาไว้ แต่จะตรวจจับรถคันหน้าเพื่อรักษาระยะห่างที่ปลอดภัย

-ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติที่ความเร็วต่ำ (TJA) เป็นระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติเมื่อใช้ความเร็วต่ำ โดยสามารถควบคุมรถให้ติดตามรถด้านหน้าหรือขับต่อไปด้วยความเร็วคงที่เพื่อลดภาระของผู้ขับขี่

-ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติบนทางตรงและทางแยก (AEBI) ถือเป็นหนึ่งในระบบที่ดีทีสุดในระดับ L2+ ที่มาพร้อมระบบการตรวจจับคนเดินถนน และทางแยก โดยสามารถคำนวณระยะทางระหว่างรถและคนเดินถนนได้แบบเรียลไทม์ มีสัญญาณเตือนด้วยเสียงและการเบรกอัตโนมัติช่วยหลีกเลี่ยงการชนหรือลดแรงกระแทก 

-การเบรกฉุกเฉินความเร็วต่ำ เมื่อเรดาร์ทำงาน จะตรวจสิ่งกีดขวางทั้งที่หยุดนิ่งหรือคนเดินถนนที่เคลื่อนที่ในแนวถอยจอดและหากพบว่ามีความเสี่ยงที่จะชน ระบบจะช่วยเบรคให้อัตโนมัติ โดยความเร็วขณะถอยจะไม่ต้องเกิน 8 กม./ชม.

-ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน (LKA) ช่วยควบคุมพวงมาลัยให้รถอยู่ในเลน โดยจะระบุเส้นแบ่งเลนถนนผ่านกล้องที่กระจกหน้ารถ เมื่อคนขับเบี่ยงเลนโดยไม่รู้ตัว ระบบจะช่วยระบบจะช่วยควบคุมพวงมาลัยให้รถอยู่ในเลน เมื่อระบบตรวจสอบพบว่าผู้ขับขี่มีลักษณะการขับขี่ที่ไม่ปลอดภัย ระบบจะแจ้งเตือนด้วยเสียง

-ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน (LDW) แจ้งเตือนเมื่อรถกำลังออกนอกเลน เมื่อรถเบี่ยงออกจากเลนโดยไม่รู้ตัว ระบบจะส่งเสียงเตือนเพื่อให้ผู้ขับขี่มีเวลาตอบสนองมากขึ้น เมื่อผู้ขับขี่มีอาการจาม อ่อนล้า ฯลฯ ซึ่งอาจทำให้รถเบี่ยงออกนอกเลน ระบบจะแจ้งเตือนโดยทันที

-ระบบช่วยรักษาระยะให้อยู่กลางเลน (LCK) ช่วยควบคุมรถให้อยู่กึ่งกลางเลน

-ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลนในภาวะฉุกเฉิน (ELK) โดยหากมีการตรวจสอบพบรถอีกคันกำลังแล่นมา หรือมีรถแซงขึ้นมาจากอีกเลนหนึ่ง ระบบจะทำการแทรกแซงการทำงานมากขึ้นเพื่อหลีกเลี่ยงหรือลดการชน

-ระบบช่วยเลี่ยงการเข้าใกล้รถใหญ่จากด้านข้าง (WDS) โดยระบบจะตรวจสอบรถบรรทุกขนาดใหญ่หรือรถที่มีขนาดยาว โดยในระหว่างการแซง ระบบจะรักษาช่องว่างระหว่างรถตามระยะที่เหมาะสม เพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะ และจะประคองรถให้กลับสู่เลนเดิมอัตโนมัติ

-การเข้าโค้งอัจฉริยะ (Intelligent Turn) เมื่อระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (ACC) ทำงาน กล้องจะทำการตรวจสอบความโค้งของถนน และความเร็วจะถูกปรับอัตโนมัติหากจำเป็นต้องลดความเร็วในขณะเข้าโค้งเพื่อความปลอดภัย และเมื่อผ่านโค้งไปแล้ว รถจะกลับเข้าสู่ความเร็วเดิมที่ตั้งไว้

-ระบบช่วยออกตัวบนทางชัน (HSA) โดยเมื่อออกจากจุดที่หยุดนิ่งบนเนินสูงชัน เบรกจะยังคงค้างอยู่ราว
2 วินาที จนกระทั่งคันเร่งทำงานเพื่อป้องกันการถอยหลัง

-ระบบตรวจความดันลมยาง (TPMS) โดยรถจะทำการวัดแรงดันลมยางอย่างต่อเนื่องและเตือนผู้ขับขี่หากมีแรงดันลมยางล้อใดลดลง

-กล้องแสดงภาพรอบทิศทาง 360 องศา ประกอบไปด้วยกล้องที่มองได้รอบ 4 ตัว มีความละเอียดคมชัด
4 Megapixel โดยระบบจะรวมเอามุมมองภาพทั้ง 4 กล้องมาสร้างภาพที่มีมุมมอง 360 องศา เพื่อแสดงให้เห็นมุมมองของรถในแบบ “เฮลิคอปเตอร์” และเปิดการทำงานอัตโนมัติเมื่อเข้าสู่โหมดการถอยหลัง โดยสามารถดูได้เมื่อขับรถที่ความเร็ว 15 หรือ 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมงและตอนสตาร์ทรถ

-ระบบช่วยจอดรถอัตโนมัติ 3 รูปแบบ (IAP) ใช้เซนเซอร์และกล้องในการตรวจสอบเพื่อตรวจจับวัตถุและเครื่องหมายบริเวณช่องจอดหรือจุดจอดรถและช่วยทำงานเต็มรูปแบบเพื่อเข้าจอด ทั้งแนวตั้ง แนวนอน หรือ
แนวเฉียง โดยเมื่อระบุช่องว่างที่จะนำรถเข้าจอดแล้ว รถจะทำการจอดด้วยตัวเองด้วยการควบคุมพวงมาลัย เบรก และคันเร่ง

-ระบบช่วยเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง (RCTA) เซนเซอร์ช่วยตรวจสอบจุดอับสายตาด้านหลังของตัวรถทั้งด้านซ้ายและด้านขวาของช่องทางเดินรถในขณะถอยหลัง เมื่อกำลังถอยหลังออกจากช่องจอดเข้าสู่ช่องจราจร เซนเซอร์หลังของรถจะทำการเช็กด้านซ้ายและขวาของช่องจราจรและ ส่งสัญญาณเตือนด้วยเสียงและภาพ หากผู้ขับขี่ยังเพิกเฉย ไม่หยุดรถ ระบบเบรกอัตโนมัติในกรณีฉุกเฉินจะเริ่มทำงานด้วยการลดความเร็วและหยุดรถเพื่อหลีกเลี่ยงการชน

-ระบบช่วยเตือนความเมื่อยล้าขณะขับขี่ (DFM) ช่วยประเมินและวิเคราะห์ลักษณะในการขับขี่ เช่นมุมบังคับเลี้ยว การเบรก การควบคุมไฟส่องสว่าง และใบบัดน้ำฝน ระยะเวลาในการขับ หากพบว่ามีลักษณะการขับขี่ที่เหนื่อยล้า หรือหลังจากขับรถด้วยความเร็วเกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และขับรถมากกว่า 4 ชั่วโมง ระบบจะเตือนด้วยภาพและเสียงนาน 20 วินาที ทุกๆ 10 นาที โดยสามารถทำการตั้งค่าใหม่ได้ก็ต่อเมื่อทำการหยุดรถเท่านั้นรถจะทำการแจ้งเตือนและแนะนำให้หยุดพัก

ระบบความปลอดภัยเชิงแก้ไข (Passive Safety)

-โครงสร้างตัวถัง ทำจากเหล็กกล้า IronBone™ เหล็กขึ้นรูปร้อนที่มีความแข็งแรงสูงเป็นพิเศษที่สามารถต้านทานแรงดึงได้สูงถึง 1,520 Mpa รวมไปถึงเหล็กกล้าความแข็งแรงสูง 65% และเหล็กเทอร์โมฟอร์ม 8 ชิ้น
ซึ่งสามารถดูดซับและลดแรงกระแทกเพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของผู้โดยสารเป็นหลัก

-ถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง เพื่อปกป้องผู้โดยสาร เมื่อเกิดอุบัติเหตุ ในกรณีที่ถุงลมนิรภัยทำงาน สัญญาณเตือนอันตรายจะทำงาน ประตูจะถูกปลดล็อก และรถจะโทรติดต่อศูนย์ช่วยเหลือฉุกเฉิน และสามารถส่งตำแหน่งเพื่อขอความช่วยเหลือได้

-ได้รับมาตรฐานความปลอดภัย และ China Insurance Research Institute (C-IASI) ในระดับ Good

-ระบบโทรหาเบอร์ฉุกเฉิน

ทั้งหมดคือสิ่งที่ผู้สนใจ ORA Good Cat ต้องรู้ ยาวหน่อยแต่หวังว่าจะอ่านกันจบ เพราะรถยนต์ไฟฟ้าเป็นเรื่องใหม่สำหรับผู้ใช้รถยนต์บ้านเรา สิ่งหนึ่งที่นอกเหนือจากเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยและตัวช้วยเรื่องสิ่งอำนวยความสะดวกแล้ว ปัญหาของรถยนต์ไฟฟ้าที่ผู้เลือกใช้ต้องคำนึงถึงคือระยะทางที่สามารถวิ่งได้ต่อการชาร์จ และสถานีการชาร์จนอกบ้านอันนี้สำคัญ ปัญหาระยะทางที่วิ่งได้ต่อหนึ่งการชาร์จ ORA Good Cat ทั้ง 3 รุ่น นั้นให้มามากพอกับการขับเคลื่อนชีวิตคนเมืองสบายๆในหนึ่งวัน ส่วนสถานีชาร์จ ทุกภาคส่วนในประเทศกำลังให้ความสำคัญและแก้ไขกันอย่างต่อเนื่อง สำหรับความเห็นส่วนตัวจากผู้เขียน หลังจากได้ทดลองขับ ORA Good Cat (รุ่นรองท๊อป ORA Good Cat 400 PRO) ก่อนเข้าไปนั่งทำหน้าที่ผู้ขับ บอกตรงๆว่าการออกแบบสร้างรถยนต์คันนี้ขึ้นมา ทีมสร้างรวมถึงทีมออกแบบ น่าจะต้องการให้ตัวรถถูกใจคนเมือง โดยใส่ความน่ารักสดใสลงไปตั้งแต่การตั้งชื่อรุ่นว่า Good Cat จะบอกว่าชอบคงไม่ เพราะส่วนตัวไม่ชอบรถที่ออกแบบแล้วไปมีความคล้ายกับรถยนต์ที่มีในตลาด แต่ถ้าถามว่าสวยมั๊ย บอกได้ว่าสวย แต่ไม่ชอบ(ที่ไปคล้าย Porsche) 

ตัดประเด็นภายนอกออกไป(ที่ได้คะแนนจากผู้เขียนไม่มาก) คะแนนเกือบเต็มผู้เขียนยกให้การออกแบบภายในที่กว้างขวาง(ส่งผลมาจากรูปทรงโดมสไตล์ Hatcback จากภายนอก) โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับความประณีตในการตัดเย็บและการเลือกใช้วัสดุและการใช้สี แบบนี้ตรงกลุ่มเป้าหมายลูกค้า Good Cat  

ด้านอุปกรณ์อำนวยความสะดวกรวมถึงเทคโนโลยีตัวช่วยด้านความปลอดภัย Good Cat มีความภูมิใจขนใส่มาให้แบบเต็มพิกัด เรียกว่ารุ่นพี่ HAVAL H6 มีอะไร Good Cat มีครบ(ยกเว้นระบบช่วยถอยอัตโนมัติออกจากซอยตัน) แต่ขอตินิดตรงที่หน้าจอสัมผัสและฟังก์ชั่นการสั่งงานใช้ยากไปนิดเพราะรวมทุกสิ่งไว้ในจอกลาง แต่หากได้เป็นเจ้าของใช้งานบ่อยๆคงชินและชำนาญ ส่วนเรื่องสมรรถนะการขับขี่ อันนี้ให้เต็ม ผู้เขียนชอบอัตราทดการทดรอบของมอเตอร์ขับเคลื่อนที่ทดมาแบบไปเนียนๆ ไม่พุ่งปรี๊ดเหมือนรถยนต์ไฟฟ้าราคาหลายล้านที่เคยลองขับมา อันนี้เห็นว่าเหมาะมากกับการใช้รถยนต์ไฟฟ้าสำหรับคนเมือง และมือใหม่หัดขับ หรือแม้แต่จะเป็นรถยนต์คันแรกของใครหลายคน ขับง่ายไปดี 

การทรงตัว โดยเมื่อรวมเข้ากับการยึดเกาะถนน อันนี้เป็นผลพลอยได้จากตำแหน่งการวางแบตเตอรี่แบบแทบเต็มพื่นที่ด้านล่างบน LEMON E Platform ทำให้ได้การกระจายน้ำหนักที่ดีส่งผลโดยตรงต่องการทรงตัว โดยการยึดเกาะถนนทำได้ดีเทียบเท่ารถยนต์น้ำมันขนาดกลางชั้นดีเลยทีเดียว และแน่นอนว่าดีกว่ารถ อีโคาร์ บางรุ่น

แล้วฟันธงว่าอย่างไร. ยังฟันธงไม่ลงเพราะยังไม่ทราบราคา ??? อ้อ ORA Good Cat ทั้ง 3 รุ่น ไม่มีปุ่มสตาร์ท มีแค่กุญแจและปุ่มตัดไฟ อ้าวแล้วขับยังไง ? ก็แค่ ถือกุญแจ เปิดประตู ระบบจะ Wellcom Seat ปรับเลือนตำแหน่งเบาะถอยหลังต้อนรับทาสแมวเข้าที่นั่งที่ตั้งเมมโมรี่ไว้ หน้าปัดจะขึ้นคำว่า “READY” จากนั้นเหยียบเบรกหมุนตำแหน่งเกียร์ไปที่ “D” ก็พร้อม GO 

ทั้งนี้ทั้งนั้นสิ่งที่ผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าต้องทำให้เป็นนิสัยคือการวางแผนการใช้งานในแต่ละวัน และต้องวางแผนอย่างจริงจังหากต้องการใช้รถยนต์ไฟฟ้าสำหรับการเดินทางท่องเที่ยวต่างจังหวัด เอาเป็นว่าหากอ่านกันมาถึงบันทัดนี้เชื่อว่าแฟน incarsmagazine.com น่าจะเรียกได้ว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านรถยนต์ไฟฟ้าในระดับหนึ่ง หรือคิดซะว่าเป็นการทำการบ้านก่อนจ่ายเงินซื้อโดยช่วงก่อนเปิดราคา ORA Good Cat มี ขอเสนอพิเศษ ที่ GWM เรียกว่า ULTRA DEAL

ซึ่งหมดไปพร้อมกับการเปิดราคา( 29 ตุลาคม) แต่ GWM ได้ปรับข้อเสนอพิเศษแคมเปญใหม่ในชื่อว่า ORA Good Cat PREMIERE DEAL เสนอดอกเบี้ยพิเศษ 1.79% นาน 48 เดือน ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง 1 ปีเต็ม ฟรี GWM โฮมชาร์จเจอร์พร้อมติดตั้ง แพ็กเกจบำรุงรักษา GWM PRO Service Inclusive (GPSI) 5 ครั้ง ภายใน 5 ปี หรือ 75,000 กิโลเมตร บริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง และสิทธิพิเศษอื่นๆ รวมมูลค่ากว่า 125,000 บาท

ส่วนผู้ที่ลงทะเบียนจองสิทธิ์ในแคมเปญ ORA Good Cat ULTRA DEAL หรือสั่งซื้อแพ็กเกจ ORA Value Plus สำเร็จแล้ว จะต้องทำสัญญาจองซื้อรถ ORA Good Cat และชำระเงินมัดจำ จำนวน 10,000 บาท ภายในวันที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564 เวลา 23.59 น. รวมถึงออกรถและส่งมอบรถภายในวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2564 โดยสามารถตรวจสอบรายละเอียดและเงื่อนไขของแคมเปญ ORA Good Cat ULTRA DEAL ได้ที่เว็บไซต์ WWW.GWM.CO.TH/ORA-TERMS-CONDITION 

รีวิว GWM ORA GOOD CAT GALLERY

Taymee Limtrakool
Taymee Limtrakool
ผมคนทำหนังสือรถยนต์ ขณะนั้นรู้จักแต่น้ำหมึกที่ใช้เขียนหนังสือ น้ำมันที่ใช้เติมรถ แผ่นอลูมิเนียมที่ใช้ทำเพลท(แม่พิมพ์นิตยสาร)กระดาษ และโรงพิมพ์ รวมถึงบริษัทจัดจำหน่ายที่ทำหน้าที่ขายนิตยสาร จนวันหนึ่งถูกเทคโนโลยี Disruption ให้ต้องใช้กล้องที่ไม่มีฟิล์ม ผลิตภาพถ่ายได้ด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ วาง Lay-out ส่งเข้าแอพพลิเคชั่น ไม่มีกลิ่นน้ำหมึก ไม่มีกลิ่นกระดาษ ช่วงเวลานั้นเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากสำหรับคนทำหนังสือรถยนต์ยุค”น้ำหมึกปนน้ำมัน”การเดินทางของ INCARS MAGAZINE โดยบริษัท ไนนอิน จำกัดก่อตั้งในปี 2549 มาถึง incars e-magazine “นิตยสารรถยนต์ไทยไม่ใช้กระดาษ” สามารถอ่านและดาว์นโหลดฟรีผ่าน www.incarsmagazine.com รวมถึงเรื่องราวข่าวสารที่เล่าให้ฟังผ่าน INCARS CHANNEL ทางช่อง Youtube จากวันนั้นถึงวันนี้ผมผ่านการสร้างงานในวงการนี้มากว่า 20 ปีแล้วครับ