มาแล้ว ! Honda e:N2 SUV ไฟฟ้า 100% รุ่นใหม่ เปิดจองสิทธิ์ 5 – 22 มี.ค. 2569 ด้วยราคาประมาณการ 1.4XX ล้านบาท ดีไซน์สปอร์ต Fastback พร้อมฟีเจอร์พรีเมียม เปิดราคาจริง 23 มี.ค. 2569 และสัมผัสคันจริงในงาน Motor Show 2026 และโชว์รูมฮอนด้า

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด แนะนำและเผยสเปกอย่างเป็นทางการของ ‘Honda e:N2’ รถเอสยูวีไฟฟ้า 100% ด้วยราคาประมาณการ 1,4XX,XXX บาท* ยนตรกรรมรุ่นล่าสุดที่เข้ามาเติมเต็มไลน์อัปยานยนต์ไฟฟ้า (xEV) ของฮอนด้าให้หลากหลาย ครอบคลุมความต้องการของลูกค้ามากยิ่งขึ้น พร้อมตอกย้ำความมุ่งมั่นของฮอนด้าในการก้าวสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบเปิดรับจองสิทธิ์เพื่อเป็นเจ้าของก่อนใคร! ตั้งแต่วันที่ 5 มี.ค. 2569 – 22 มี.ค. 2569 พร้อมรับข้อเสนอสุดพิเศษ*
-ดอกเบี้ย 1.54%* สำหรับเจ้าของรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าและครอบครัว (Honda Loyalty) หรือดอกเบี้ย 1.69%* สำหรับลูกค้าทั่วไป
-ฟรีประกันภัย 1 ปี (ประกันภัยชั้น 1)
-ฟรี Honda Ultimate Care ขยายเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ 24 ชั่วโมง อีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร รวมเป็น 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
-รับประกันแบตเตอรี่ EV และระบบขับเคลื่อน EV ทั้งระบบ เป็นระยะเวลา 8 ปี หรือ 160,000 กม. (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
-ฟรีโฮมชาร์จเจอร์พร้อมบริการติดตั้งและสายชาร์จแบบพกพา

พิเศษ! เฉพาะลูกค้าที่รับรถ Honda e:N2 100 คันแรก รับเพิ่ม! สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า Motocompacto มูลค่า 65,000 บาท* (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%) โดยลูกค้าจะต้องทำการจองสิทธิ์ล่วงหน้าระหว่างวันที่ 5 มีนาคม 2569 – 22 มีนาคม 2569 พร้อมทำการจองอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 23 มีนาคม 2569 – 6 เมษายน 2569 และรับรถภายในวันที่ 30 เมษายน 2569 (โดยขอสงวนสิทธิ์การจองสิทธิ์ จองอย่างเป็นทางการและรับรถกับผู้จำหน่ายเดียวกัน) Honda e:N2 มาพร้อมสีภายนอกที่มีให้เลือกทั้งหมด 3 สี ได้แก่ สีเทาเออร์เบิน (มุก) สีดำคริสตัล (มุก) และ สีใหม่! สีขาวไดมอนด์ดัสต์ (มุก) พร้อมภายในห้องโดยสารสีทูโทน (เทา/ดำ) ตกแต่งด้วยแถบสีส้ม จองสิทธิ์เพื่อเป็นเจ้าของ Honda e:N2 ก่อนใครได้แล้ววันนี้! ด้วยราคาประมาณการ 1.4XX ล้านบาท และเตรียมพบกับการประกาศราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ Honda e:N2 ได้ในวันที่ 23 มีนาคม 2569 ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 (The 47th Bangkok International Motor Show) รวมถึงสัมผัสได้ที่บูทฮอนด้า (A22) ระหว่างวันที่ 25 มีนาคม 2569 – 5 เมษายน 2569 ภายในงานฯ และที่โชว์รูมฮอนด้า

Honda e:N2 รถเอสยูวีไฟฟ้า 100% ที่พร้อม ACTIVATE ก้าวใหม่ในชีวิตคุณ (FUTURE ACTIVATED)
Honda e:N2 รถยนต์ไฟฟ้า 100% ในไลน์อัป e:N Series นับเป็นรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นที่ 2 จากฮอนด้าที่ทำตลาดในประเทศไทย เป็นอีกก้าวสำคัญในการเติมเต็มไลน์อัป xEV ของฮอนด้าให้แข็งแรงขึ้น ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการก้าวสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบ โดยได้รับการพัฒนาบนแพลตฟอร์มขับเคลื่อนด้วยล้อหน้า e:N Architecture F เพื่อมอบอีกขั้นแห่งประสบการณ์การขับขี่ที่สนุก เร้าใจ ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันอย่างลงตัว พร้อม Activate ก้าวใหม่ในชีวิตคุณ (Future Activated)

โดย Honda e:N2 ได้รับการพัฒนาขึ้นอีกขั้น เพื่อสะท้อน DNA ความโดดเด่นในแบบฉบับรถยนต์ไฟฟ้าของฮอนด้า สู่ไฮไลต์การพัฒนาในด้านต่าง ๆ ได้แก่
-ดีไซน์ภายนอก โดดเด่นด้วยดีไซน์สปอร์ตเอสยูวีท้ายลาดแบบ Fastback ที่ผสานความสง่างามของรถซีดานเข้ากับตัวถังรถ SUV ไว้อย่างลงตัว ถ่ายทอดความเรียบง่ายแต่มีมิติในทุกมุมมอง เสริมด้วยการใช้เส้นสายเฉียบคมที่สอดรับกับแนวคิดการออกแบบ ‘Knives Out’ โดยตัวรถมาพร้อมกระจังหน้าดีไซน์ Grille-less ตามเอกลักษณ์ของรถยนต์ไฟฟ้า เสริมด้วยสัญลักษณ์ H-Mark พร้อมไฟเรืองแสง โดยช่องชาร์จแบตเตอรี่ถูกจัดวางไว้ด้านข้างอย่างลงตัว ครั้งแรกของรถยนต์ฮอนด้าในไทย! มือจับประตูด้านนอกแบบซ่อน กระจกด้านหลังแบบ Privacy และกระจกที่นั่งด้านหน้าและด้านหลังแบบกันเสียง
-ภายในห้องโดยสาร ออกแบบให้โปร่งโล่ง เรียบง่ายและทันสมัย เน้นความสะดวกสบายและผ่อนคลาย
ในทุกที่นั่ง ผสานการใช้วัสดุคุณภาพสูง สีภายในห้องโดยสารสีทูโทน (เทา/ดำ) ตกแต่งด้วยแถบสีส้ม
มอบความรู้สึกเร้าใจ เปี่ยมด้วยพลัง และสะท้อนคาแรกเตอร์ของรถยนต์ไฟฟ้าไว้อย่างชัดเจน เติมเต็มสุนทรียะในทุกการเดินทางด้วยระบบเครื่องเสียงพร้อมลำโพง BOSE 12 ตำแหน่ง พร้อมพื้นที่บรรทุกสัมภาระท้ายที่กว้างขวาง รองรับการใช้งานอเนกประสงค์ในทุกวัน
-ฟังก์ชันการใช้งานและเทคโนโลยีระดับพรีเมียม เชื่อมต่อทุกประสบการณ์การใช้งาน ตอบรับทุกไลฟ์สไตล์อย่างลงตัว มาพร้อมระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 12.8 นิ้วแบบ Advanced Touchรองรับ Apple CarPlay และ Android AutoTM แบบไร้สาย รวมถึงระบบแสดงข้อมูลบนกระจกหน้า (Head Up Display:HUD) ขนาด 11.5 นิ้ว นอกจากนี้ยังมาพร้อมหลากหลายฟีเจอร์ที่ติดตั้งเป็น

ครั้งแรกของรถยนต์ฮอนด้าในไทย! อาทิ
-น้ำหอมอโรมา (Aroma Diffuser) แคปซูลน้ำหอมที่กระจายกลิ่นผ่านช่องปรับอากาศ ถ่ายทอดความพรีเมียมเชิงประสบการณ์ ออกแบบมาเพื่อยกระดับบรรยากาศภายในห้องโดยสารให้เหนือกว่าการเดินทางทั่วไป ช่วยสร้างความผ่อนคลายและความสมดุลของอารมณ์ในทุกเส้นทาง รองรับการติดตั้งได้สูงสุดถึง 3 แคปซูล พร้อมให้ผู้ใช้งานเลือกและปรับระดับความแรงของกลิ่นได้ถึง 3 ระดับ ผ่านหน้าจอสัมผัสขนาด 12.8 นิ้ว
-กระจกมองหลังแบบกล้องพร้อมปรับลดแสงอัตโนมัติ
-ถุงลมกลางด้านหน้า
รวมถึงฟีเจอร์ใหม่! อาทิ
-เบาะนั่งคู่หน้าแบบระบายอากาศ
-ไฟสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสารแบบปรับเฉดสีได้

ขุมพลังไฟฟ้า 100% ที่พัฒนาบนแพลตฟอร์มขับเคลื่อนด้วยล้อหน้า e:N Architecture F ประสิทธิภาพสูง ที่มาพร้อมการปรับจูนการตอบสนองของอัตราเร่งอย่างเหมาะสม มอบการขับขี่ที่มั่นใจ นุ่มนวล และสนุกในทุกจังหวะการขับขี่ แต่ยังควบคุมง่ายและไม่ก่อให้เกิดอาการเวียนหัวหรือเมารถ ตอบสนองเร็วทันใจด้วยกำลังสูงสุด 150 กิโลวัตต์หรือ 204 แรงม้า (PS) ให้แรงบิดสูงสุด 310
นิวตัน-เมตร รองรับระยะทางวิ่งสูงสุด 530 กิโลเมตร* (ตามมาตรฐาน NEDC) ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ทำงานร่วมกับระบบเกียร์ไฟฟ้าแบบสวิตช์พร้อมไฟตกแต่ง อีกทั้งมาพร้อมสวิตช์ฟังก์ชัน Drive Mode ให้เลือกโหมดการขับขี่ได้ถึง 4 โหมด เพื่อปรับคาแรกเตอร์การขับขี่ให้ตรงกับทุกสไตล์การเดินทาง

ครบครันด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัย พร้อมมอบความมั่นใจในทุกการเดินทาง ทั้งเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING ที่ทำงานผ่านกล้องมุมกว้างด้านหน้าในการตรวจจับรถยนต์ รถจักรยานยนต์ จักรยาน และคนเดินถนนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เสริมด้วยระบบความปลอดภัยรอบคัน อาทิ ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง (Blind Spot Information :BSI) ระบบเตือนเมื่อมีรถเคลื่อนผ่านขณะถอย (Cross Traffic Monitor: CTM) ระบบกล้องมองภาพรอบทิศทาง (Multi-view Camera System: MVCS) เซนเซอร์กะระยะหน้า 4 จุด และหลัง 4 จุด และครั้งแรกของรถยนต์ฮอนด้าในไทย! กับถุงลมกลางด้านหน้า ยกระดับความปลอดภัยอีกขั้นในทุกเส้นทาง

ราคาประมาณการและสีภายนอก
Honda e:N2 มาพร้อมราคาประมาณการ 1,4XX,XXX บาท โดยมาพร้อมสีภายนอกที่มีให้เลือกทั้งหมด 3 สี ได้แก่ สีเทาเออร์เบิน (มุก) สีดำคริสตัล (มุก) และสีใหม่! สีขาวไดมอนด์ดัสต์ (มุก) พร้อมภายในห้องโดยสารสีทูโทน (เทา/ดำ) ตกแต่งด้วยแถบสีส้ม
ข้อมูลทั่วไป
มิติตัวถัง (กว้างxยาวxสูง) 4,788 x 1,838 x 1,570 มม.
ฐานล้อ 2,733 มม.
ระบบชาร์จ: รองรับหัวชาร์จ 2 แบบ
-ชาร์จแบบ AC (กระแสสลับ) Type 2
-ชาร์จแบบ DC (กระแสตรง) CCS 2
ชนิดแบตเตอรี่ ลิเธียม-ไอออน
ความจุแบตเตอรี่ 68.8 กิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh)

แนวคิดหลักในการพัฒนา (Grand Concept)
Honda e:N2 พัฒนาภายใต้แนวคิด ‘Outstanding Impact’ เพื่อให้เป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่โดดเด่น มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยผสานการพัฒนาภายใต้ 2 แกนหลัก คือ ความสะดวกสบายที่เหนือกว่า (Overwhelming comfort) และความโดดเด่นไม่ซ้ำใคร (Distinctive individuality) สะท้อนสู่รายละเอียดดังนี้
-ความสะดวกสบายที่เหนือกว่า (Overwhelming comfort) ได้แก่ Human interface ที่ใช้งานง่าย ความสะดวกสบาย และความเรียบง่าย
-ความโดดเด่นไม่ซ้ำใคร (Distinctive individuality) ทั้งดีไซน์ภายนอกที่เส้นสายเฉียบคบ เปี่ยมพลังในทุกมุมมอง ผสานด้วยภายในห้องโดยสารที่มอบความโปร่งโล่งและความสะดวกสบาย

e:LEVATE YOUR DESIGN อัปดีไซน์ให้โดดเด่น ผสานความสปอร์ตและสไตล์อย่างลงตัว
ดีไซน์ภายนอกของ Honda e:N2 ออกแบบในแนวคิด ‘Knives Out’ ที่เน้นเส้นสายเฉียบคมราวกับคมมีด และความเป็นหนึ่งเดียว สะท้อนถึงพลังที่มุ่งไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง อีกทั้งถ่ายทอดภาพลักษณ์ที่ทันสมัยในแบบฉบับรถยนต์แห่งอนาคตได้อย่างชัดเจน
-กระจังหน้าและกันชนหน้าสีเดียวกับตัวรถในดีไซน์ Grille-less สะท้อนเอกลักษณ์รถยนต์ไฟฟ้า
-ช่องชาร์จแบตเตอรี่ด้านข้าง พร้อมไฟแสดงสถานะการชาร์จ ที่ทำให้รู้ถึงสถานะการชาร์จได้อย่างรวดเร็ว
-ไฟกะพริบสีขาว (Blinking White): กำลังเตรียมความพร้อมก่อนเริ่มชาร์จไฟเข้าสู่แบตเตอรี่
-ไฟวิ่งเป็นจังหวะ สีน้ำเงิน (Sweep Blue): อยู่ระหว่างการชาร์จ
-ไฟติดค้างสีน้ำเงิน (Lit Blue): ชาร์จเต็มแล้ว หรือถึงระดับที่ตั้งไว้
-ไฟกะพริบสีแดง (Blinking Red): ระบบหยุดการชาร์จเพื่อความปลอดภัย
-ไฟติดค้างสีแดง (Lit Red): หยุดการชาร์จเนื่องจากระบบขัดข้อง
-ไฟติดค้างสีขาว (Lit White): หยุดการชาร์จจากเงื่อนไขอื่น ๆ (เช่น กดปุ่มหยุด / ตั้งเวลาหยุด)
-หลังคาซันรูฟพร้อมม่านบังแดด
-ใหม่! สัญลักษณ์ H-mark พร้อมไฟเรืองแสง
-ไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED
-ไฟหน้าและไฟท้ายแบบ LED
-ไฟเลี้ยวด้านหน้าและด้านหลังแบบ LED
-ระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ

-ใหม่! มือจับประตูด้านนอกแบบซ่อน เรียบเนียนกับตัวถัง ดีไซน์ตามหลัก Aerodynamic ลดแรงต้านลม ทำให้ลดการใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ขณะขับขี่
-ครั้งแรกของรถยนต์ฮอนด้าในไทย! กระจกด้านหลังแบบ Privacy
-ครั้งแรกของรถยนต์ฮอนด้าในไทย! กระจกที่นั่งด้านหน้าและด้านหลังแบบกันเสียง
-กระจกมองข้างพร้อมระบบไล่ฝ้า
-กระจกมองข้างปรับและพับไฟฟ้า พร้อมไฟเลี้ยว พร้อมพับเก็บอัตโนมัติ
-ฝากระโปรงท้ายเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้าแบบแฮนด์ฟรี พร้อมระบบปิดอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ
-สปอยเลอร์หลัง
-ล้ออัลลอย ขนาด 18 นิ้ว

e:NRICH YOUR COMFORT & CONNECTION ยกระดับประสบการณ์การขับขี่ ด้วยห้องโดยสารกว้างขวาง พร้อมฟีเจอร์ที่ช่วยสร้างบรรยากาศผ่อนคลาย และเชื่อมต่อทุกไลฟ์สไตล์ให้สะดวกกว่าที่เคยการออกแบบภายใน ออกแบบภายใต้แนวคิด ‘Sukkiri Comfort’ โดยมุ่งเน้นความสะดวกสบายในทุกมิติ จากรากฐานคำว่า ‘Sukkiri’ ซึ่งหมายถึงความโปร่งโล่งและความผ่อนคลายอย่างเป็นธรรมชาติ สู่การรังสรรค์ห้องโดยสารที่มอบความสบายอย่างสม่ำเสมอในทุกตำแหน่งที่นั่ง โดยผสาน 2 คุณค่าหลักเข้าด้วยกันอย่างลงตัวได้แก่
-ความสะดวกสบายที่เหนือระดับ (Overwhelming Comfort) ห้องโดยสารถูกออกแบบเป็นพื้นที่ทรงโค้งที่โอบล้อมผู้โดยสาร พร้อมใช้วัสดุคุณภาพสูง
-เอกลักษณ์อันโดดเด่นเฉพาะตัว (Distinctive Individuality) ห้องโดยสารแบบ 5 ที่นั่งแนวคิดใหม่ ออกแบบให้เป็นพื้นที่ในการผ่อนคลายร่วมกันในทุกที่นั่ง

ภายในห้องโดยสารออกแบบโดยเน้นความล้ำสมัยที่โดดเด่น ถ่ายทอดผ่านการผสานโทนสี วัสดุ และผิวสัมผัสที่มีเอกลักษณ์ เสริมมิติและสะท้อนคาแรกเตอร์ของรถยนต์ไฟฟ้าได้อย่างชัดเจน เสริมลูกเล่นด้วยเส้นสายสีส้ม เพื่อมอบอารมณ์ที่เร้าใจและเปี่ยมด้วยพลัง โดยมาพร้อมเบาะหนังสังเคราะห์ และสีภายในห้องโดยสารสีทูโทน (เทา/ดำ) ตกแต่งด้วยแถบสีส้มเติมเต็มสุนทรียะในการเดินทาง สู่ประสบการณ์พรีเมียมอีกขั้นด้วยฟังก์ชันการใช้งานเพื่อความสะดวกสบาย ไม่ว่าจะเป็น
-ครั้งแรกของรถยนต์ฮอนด้าในไทย! น้ำหอมอโรมา (Aroma Diffuser) แคปซูลน้ำหอมที่กระจายกลิ่นผ่านช่องปรับอากาศ ถ่ายทอดความพรีเมียมเชิงประสบการณ์ ออกแบบมาเพื่อยกระดับบรรยากาศภายในห้องโดยสารให้เหนือกว่าการเดินทางทั่วไป ช่วยสร้างความผ่อนคลายและความสมดุลของอารมณ์ในทุกเส้นทาง รองรับการติดตั้งได้สูงสุดถึง 3 แคปซูล พร้อมให้ผู้ใช้งานเลือกและปรับระดับความแรงของกลิ่นได้ถึง 3 ระดับ ผ่านหน้าจอสัมผัสขนาด 12.8 นิ้ว
-ครั้งแรกของรถยนต์ฮอนด้าในไทย! กระจกมองหลังแบบกล้องพร้อมปรับลดแสงอัตโนมัติมอบมุมมองด้านหลังที่คมชัดและมั่นใจยิ่งขึ้นในทุกเส้นทาง
-ใหม่! เบาะนั่งคู่หน้าแบบระบายอากาศ
-ใหม่! ไฟสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสารแบบปรับเฉดสีได้ ที่สามารถเลือกโหมดการเปลี่ยนสีของไฟได้ ดังนี้
-โหมด Recommended Color ไฟจะสามารถปรับเปลี่ยนสีได้โดยอัตโนมัติตามชุดสีที่เลือก ขึ้นอยู่กับสถานการณ์
-โหมด Theme Color ปรับไฟได้ 10 ธีม เลือกตามสไตล์การขับขี่หรือเส้นทาง เพื่อสร้างบรรยากาศและอารมณ์ที่แตกต่างในทุกการเดินทาง
-เบาะนั่งด้านคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง พร้อมระบบบันทึกตำแหน่งเบาะนั่งของผู้ขับขี่(Driver Memory Seat) พร้อมเลื่อนอัตโนมัติเวลาขึ้น – ลงรถ (Easy Entry / Exit)
-เบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้าปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง
-แผ่นกรองอากาศกรองฝุ่น PM2.5
-ระบบแสดงระดับฝุ่น PM 2.5
-ระบบฟอกอากาศในห้องโดยสาร Plasmacluster
-กระจกไฟฟ้าปรับขึ้น-ลงอัตโนมัติคู่หน้าและคู่หลัง

-ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ Dual Zone ปรับอุณหภูมิแยกอิสระซ้าย/ขวา
-ระบบสตาร์ทรถยนต์พร้อมเครื่องปรับอากาศด้วยกุญแจรีโมท (Remote Climate Pre-Conditioning)
-ระบบควบคุมประตูแบบอัจฉริยะ (Honda Smart Key System)
อีกทั้งหลากหลายเทคโนโลยีที่เชื่อมต่อทุกไลฟ์สไตล์อย่างลงตัว อาทิ
-ระบบเครื่องเสียงพร้อมลำโพง BOSE 12 ตำแหน่ง เติมเต็มทุกการเดินทางด้วยสุนทรียะแห่งดนตรี
-ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 12.8 นิ้วแบบ Advanced Touch รองรับ Apple CarPlay และ Android AutoTM แบบไร้สาย มอบประสบการณ์ดิจิทัลเต็มรูปแบบ ใช้งานง่าย ควบคุมและสั่งการได้อย่างเป็นธรรมชาติ เพียงปลายนิ้วสัมผัส
-อุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย (Wireless Charger) ใช้งานง่ายเพียงวาง พร้อมถาดจัดเก็บแบบ Hidden Tray เพิ่มความเป็นระเบียบภายในห้องโดยสาร
-ช่องเชื่อมต่อ USB Type-C 4 ตำแหน่ง (ด้านหน้า 2 ตำแหน่งและด้านหลัง 2 ตำแหน่ง)
-ระบบเชื่อมต่อ Honda CONNECT

e:NLARGE YOUR SPACE ขยายพื้นที่รองรับทุกไลฟ์สไตล์ ตอบโจทย์การใช้ชีวิตทุกรูปแบบ
-การออกแบบพื้นที่ระหว่างเบาะนั่งผู้ขับขี่และเบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้าให้สามารถเดินผ่านถึงกันได้ (Front Seat Walkthrough) ช่วยให้การเคลื่อนไหวภายในห้องโดยสาร และการจัดการพื้นที่เป็นไปอย่างคล่องตัวและยืดหยุ่นในทุกการเดินทาง
-เบาะผู้โดยสารด้านหลังสามารถแยกพับแบบ 60:40 สามารถปรับพับเพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้สอยได้อย่างสูงสุด มอบพื้นที่ห้องสัมภาระท้ายขนาดใหญ่ ความจุสูงสุดถึง 513 ลิตร โดยสามารถปรับได้ 2 ระดับ คือ
-ปรับพับแบบพื้นห้องสัมภาระท้ายเเบนราบ: มอบพื้นที่เรียบ โล่ง ใช้งานง่าย ช่วยให้การหยิบจับและเคลื่อนย้ายสัมภาระเป็นไปอย่างสะดวก รองรับการจัดเก็บถุงกอล์ฟได้สูงสุด 2 ใบ หรือกระเป๋าเดินทางขนาด 29 นิ้ว ได้สูงสุด 2 ใบ
-ปรับพับแบบดันแผ่นรองพื้นสัมภาระลงไป: มอบพื้นที่ความจุขนาดใหญ่ กว้างขวาง รองรับการจัดเก็บถุงกอล์ฟได้สูงสุดถึง 3 ใบ หรือกระเป๋าเดินทางขนาด 29 นิ้ว ได้สูงสุดถึง 3 ใบ

e:NERGIZE YOUR PERFORMANCE ปลุกทุกจังหวะการขับขี่ที่มั่นใจ เร้าใจทุกสปีด แต่นุ่มนวลในทุกจังหวะพัฒนาบนแพลตฟอร์มขับเคลื่อนด้วยล้อหน้า e:N Architecture F ของฮอนด้าที่มีประสิทธิภาพสูงเพื่อส่งมอบประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกสนานและมั่นใจ โดยผสมผสานจิตวิญญาณด้านสมรรถนะการขับขี่ของฮอนด้า กับสมรรถนะของระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าเข้าด้วยกันผ่านการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ 3-in-1 (Motor, Power Drive Unit และ Gearbox)
-ตอบสนองเร็วทันใจ มอบการขับขี่ที่นุ่มนวลตามสไตล์ฮอนด้า ให้กำลังสูงสุด 150 กิโลวัตต์หรือ 204 แรงม้า (PS) มอบสมรรถนะที่แรงเร้าใจด้วยแรงบิดสูงสุด 310 นิวตัน-เมตร
-ระยะทางวิ่งสูงสุด 530 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน NEDC) ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง
-ทำงานกับระบบเกียร์ไฟฟ้าแบบสวิตช์พร้อมไฟตกแต่ง ที่ผู้ขับขี่สามารถเปลี่ยนเกียร์ได้เพียงการกดปุ่มที่แผงเกียร์ที่บริเวณคอนโซลกลาง

นอกจากนี้ Honda e:N2 ยังมาพร้อมกับสวิตช์ฟังก์ชัน Drive Mode ที่ผู้ขับขี่สามารถเลือกโหมดการขับขี่ได้อย่างง่ายดาย ตามความต้องการ ซึ่งมีให้เลือกถึง 4 โหมด ได้แก่
-โหมดการขับขี่แบบสปอร์ต (Sport Mode) ที่ช่วยปรับการทำงานของมอเตอร์ให้พร้อมตอบสนองการเร่งได้ดียิ่งขึ้น มอบประสบการณ์ที่ตื่นเต้นเร้าใจมากขึ้น
-โหมดการขับขี่แบบปกติ (Normal Mode) โดยระบบจะขับเคลื่อนโดยมอบอัตราเร่งที่นุ่มนวลและทรงพลังให้ประสิทธิภาพการขับขี่ที่เหมาะสม
-โหมดการขับขี่แบบประหยัด (ECON Mode) พร้อมปรับการทำงานของมอเตอร์ให้สัมพันธ์กับการขับขี่เพื่ออัตราการประหยัดพลังงานมากขึ้น ตามรูปแบบการขับขี่
-โหมดการขับขี่ Snow (Snow Mode) ที่ช่วยปรับการตอบสนองของมอเตอร์ให้เป็นไปอย่างนุ่มนวล ช่วยให้ขับขี่ได้ง่ายขึ้นและเพิ่มความมั่นใจในการควบคุมรถ โดยเฉพาะเมื่อต้องขับขี่บนสภาพถนนลื่น

พร้อมด้วยเทคโนโลยีการขับขี่ระดับพรีเมียม ที่ออกแบบมาเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ขับขี่ และช่วยให้ทุกประสบการณ์การเดินทางเป็นไปอย่างราบรื่นในทุกเส้นทาง อาทิ
-มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ขนาด 9.4 นิ้ว แสดงข้อมูลการขับขี่อย่างชัดเจนบนพื้นที่การแสดงผลแบบกว้างพิเศษ
-ระบบแสดงข้อมูลบนกระจกหน้า (Head Up Display:HUD) ขนาด 11.5 นิ้ว แสดงข้อมูลในระดับสายตา ช่วยเชื่อมต่อผู้ขับขี่และตัวรถโดยที่ไม่ต้องละสายตาจากถนน มอบทั้งความสะดวกและมั่นใจ
-ระบบเบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake: EPB)
-ระบบ Auto Brake Hold
-พวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชัน

e:NSURE YOUR SAFETY เทคโนโลยีการขับขี่และความปลอดภัยครบครัน ให้คุณขับขี่อย่างมั่นใจในทุกเส้นทาง
Honda e:N2 มาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING ทำงานผ่านกล้องมุมกว้างด้านหน้าในการตรวจจับรถยนต์ รถจักรยานยนต์ จักรยาน และคนเดินถนนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีฟังก์ชันการทำงาน 6ฟังก์ชันหลัก ๆ ได้แก่
-ระบบเตือนการชนพร้อมระบบช่วยเบรก (Collision Mitigation Braking System: CMBS)
ระบบจะช่วยเตือนผู้ขับขี่ให้ลดความเร็วของรถ เมื่อมีการตรวจจับว่ารถยนต์คันหน้า รถสวนทาง จักรยานยนต์ จักรยาน หรือคนเดินถนนอยู่ในระยะไม่ปลอดภัย โดยระบบจะแจ้งเตือนผ่านหน้าจอแสดงข้อมูลและสัญญาณเสียง ซึ่งหากผู้ขับขี่ยังไม่ตอบสนอง หรือในกรณีที่อยู่ในระยะที่เสี่ยงต่อการชน ระบบจะช่วยเสริมแรงเบรกให้อัตโนมัติ เพื่อหลีกเลี่ยงการชนหรือลดความรุนแรงจากอุบัติเหตุ โดยระบบจะทำงานที่ความเร็วตั้งแต่ 5 กม./ชม. ขึ้นไป
-ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (Lane Keeping Assist System: LKAS)
ระบบจะควบคุมรถให้อยู่ในเลน ทำงานโดยการใช้กล้องมุมกว้างด้านหน้า ในการตรวจจับเส้นแบ่งช่องทางเดินรถ ซึ่งระบบจะช่วยเสริมแรงที่พวงมาลัยให้รถอยู่ตรงกลางเลน เพื่อลดความเมื่อยล้าของผู้ขับขี่ โดยระบบจะทำงานที่ความเร็ว 72 – 180 กม./ชม.

-ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Auto High-Beam: AHB)
ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ โดยใช้กล้องมุมกว้างด้านหน้า ตรวจจับสภาพแสงบนท้องถนนและรถที่วิ่งบน
ท้องถนน เช่น ไฟรถสวนทาง ไฟทาง โดยเมื่อขับขี่ในที่มืดไม่มีรถคันหน้า ระบบจะปรับเป็นไฟสูงอัตโนมัติซึ่งจะช่วยมอบทัศนวิสัยที่ดีเยี่ยม และจะปิดไฟสูงเมื่อระบบตรวจจับได้ว่ามีรถยนต์ด้านหน้า หรือรถวิ่งสวนทาง ทำให้ไม่รบกวนผู้ขับขี่บนท้องถนน ทั้งนี้ ขึ้นกับสถานการณ์การขับขี่
-ระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ (Lead Car Departure Notification System: LCDN)
ระบบจะใช้กล้องมุมกว้างด้านหน้าตรวจจับรถที่หยุดด้านหน้าในระยะ 10 เมตร เมื่อรถคันด้านหน้าเคลื่อนที่ ระบบจะแจ้งเตือนผ่านหน้าจอแสดงข้อมูลและสัญญาณเสียง เพื่อให้ผู้ขับขี่ออกตัวตามรถคันหน้า
-ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (Road Departure Mitigation System with Lane Departure Warning: RDM with LDW)
ระบบจะใช้กล้องด้านหน้าในการตรวจจับเส้นแบ่งช่องทางจราจร หากพบว่ารถอยู่ในสภาวะเบี่ยงออกนอกช่องทางโดยไม่ตั้งใจ ระบบจะส่งสัญญาณเตือนที่หน้าจอแสดงข้อมูล พร้อมการสั่นเตือนของพวงมาลัย และในกรณีที่รถเริ่มเบี่ยงออกนอกช่องทางมากยิ่งขึ้น ระบบจะช่วยหน่วงพวงมาลัย เพื่อให้รถกลับเข้าสู่ช่องทางปกติ และช่วยลดความเสี่ยงที่รถจะออกนอกช่องทางจราจร โดยระบบจะทำงานที่ความเร็ว 72 – 180 กม./ชม.
-ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน พร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้า
ที่ความเร็วต่ำ (Adaptive Cruise Control with Low-Speed Follow: ACC with LSF)
ระบบช่วยควบคุมความเร็วของรถให้คงที่ตามที่ผู้ขับขี่ตั้งค่าไว้ โดยมีการตรวจจับพร้อมปรับความเร็วตามรถคันหน้าได้อย่างอัตโนมัติเพื่อรักษาระยะห่างที่เหมาะสม นอกจากนี้ หากผู้ขับขี่ใช้ความเร็วต่ำ ระบบจะช่วยปรับความเร็วให้รถเคลื่อนที่ตามรถคันหน้า รวมถึงเบรกและหยุดตามอัตโนมัติ โดยระบบจะเริ่มทำงานอีกครั้งเมื่อผู้ขับขี่กดปุ่มที่พวงมาลัยหรือเหยียบคันเร่ง ทำให้ช่วยลดความเหนื่อยล้าและเพิ่มความสะดวกสบายในการขับขี่ โดยการเปิดใช้งานจะต้องกดสวิตช์บนพวงมาลัยเพื่อเปิดใช้งาน

พร้อมเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยและการขับขี่อื่น ๆ อาทิ
-ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง (Blind Spot Information :BSI)
-ระบบเตือนเมื่อมีรถเคลื่อนผ่านขณะถอย (Cross Traffic Monitor: CTM)
-ระบบกล้องมองภาพรอบทิศทาง (Multi-view Camera System: MVCS)
-เซนเซอร์กะระยะหน้า 4 จุด และหลัง 4 จุด
-ไฟส่องสว่างด้านข้างอัตโนมัติขณะเลี้ยว (Active Cornering Light: ACL)
-ระบบแจ้งเตือนแรงดันลมยาง (TPMS)
-ถุงลมคู่หน้า
-ถุงลมด้านข้างคู่หน้า
-ม่านถุงลมด้านข้าง
-ครั้งแรกของรถยนต์ฮอนด้าในไทย! ถุงลมกลางด้านหน้า
-ไฟเตือนเบาะนั่งด้านหลัง (Rear Seat Reminder)
-ระบบล็อกรถอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Walk Away Auto Lock)

ผู้ที่สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง www.honda.co.th/en2 และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้จากที่ปรึกษาการขายโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ หรือติดต่อศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง โทร 0 2341 7777
อัปเดตทุกข่าวสาร ข้อมูลผลิตภัณฑ์ และกิจกรรมล่าสุด เพื่อให้คุณไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวได้ที่
เว็บไซต์: www.honda.co.th
Facebook Official Account: Honda Thailand
LINE Official Account: @honda-thailand
หมายเหตุ:
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมกับที่ปรึกษาการขายโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ
**ขึ้นอยู่กับสภาพถนนและพฤติกรรมการขับขี่ของแต่ละบุคคล










