รีวิวทดลองขับ ฮอนด้า ซิตี้ 1.0 เทอร์โบ 122 แรงม้า

Honda LPGA Thailand
ลูกค้าฮอนด้าลุ้นออกรอบตามรอยโปรสาวกิจกรรม”Honda Exclusive Golf 2020”
January 25, 2020
ดรีมคาร์
เมอร์เซเดสฯปล่อย3ดรีมคาร์รับปีหนู C 200 E 200 และ E300 AMG Dynamic
February 1, 2020

รีวิวทดลองขับ ฮอนด้า ซิตี้ 1.0 เทอร์โบ 122 แรงม้า

ฮอนด้า ซิตี้ 1.0 เทอร์โบ 122 แรงม้า

รีวิวรถยนต์ใหม่

โดย.เตมีย์ ลิ้มตระกูล

กรุงเทพฯ 28 มกราคม 2563

รถยนต์ฮอนด้า ซิตี้ ผ่านการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและประสบความสำเร็จอย่างมากในภูมิภาคเอเชียและทั่วโลกซึ่งประเทศไทยเองถือเป็นตลาดหลักของฮอนด้า ซิตี้ ด้วยเพราะออนด้า ซิตี้ มียอดขายในประเทศไทยสูงเป็นอันดับหนึ่งของโลกเหตุผลนี้เองที่ทำให้ประเทศไทยได้รับเลือกให้เป็นประเทศแรกของโลกที่ได้เปิดตัวฮอนด้า ซิตี้ เจเนอเรชัน ที่ 5 ฮอนด้า ซิตี้ ประสบความสำเร็จอย่างมากในประเทศไทยตลอด 4 เจเนอเรชัน ที่ผ่านมา ส่วน ฮอนด้า ซิตี้ เจเนอเรชัน ที่5 เจเนอเรชัน ที่มีเทอร์โบ นี้จะเป็นอย่างไร?จะค่อยๆเล่าให้ฟังทีละขั้นละตอนไปรวมทั้งรีวิวรายงานการทดลองขับทดสอบสมรรถนะให้ได้ทราบใน ช่วงท้าย 

ฮอนด้า ซิตี้ 1.0 เทอร์โบ

*เดอะ ลีเจนด์ ออฟ ฮอนด้า ซิตี้

สำหรับช่วงแรก นี้ขอพาขึ้นไทม์แมทชีนย้อยเวลาไปทำความรู้จักกับ ลีเจนด์ ออฟ ฮอนด้า ซิตี้ กันก่อน ฮอนด้า ซิตี้ เปิดตัวพร้อมจำหน่ายในประเทศไทยครั้งแรกเมื่อปี 1996 แต่สำหรับในตลาดบ้านเกิดที่ญี่ปุ่นนั้น ฮอนด้า ซิตี้ เจเนอเรชัน ที่ 1 ถือกำเนิดมาตั้งแต่ปี 1981 ฮอนด้า ซิตี้ รุ่นปี 1996 ที่บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด นับเป็น เจเนอเรชันที่1นั้น คือ ฮอนด้า ซิตี้ รุ่นที่ 3 หรือ เจเนอเรชันที่ 3 ในตลาดบ้านเกิด 

ฮอนด้า ซิตี้ 1.0 เทอร์โบ

ในครั้งนั้น ฮอนด้า ซิตี้ เข้ามาสร้างปรากฎการณ์ใหม่ให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีความคุ้มค่ากว่าที่เคยมีมาในอดีตก่อนหน้านั้น ส่งผลให้สามารถขยายฐานลูกค้าผู้ใช้รถยนต์ให้กว้างขึ้นกว่าเดิมและนับตั้งแต่นั้นมา ฮอนด้าซิตี้ ในแต่ละเจเนอเรชั่นได้ถูกพัฒนาขึ้น ตามลำดับ ทั้งในด้านรูปลักษณ์การออกแบบ สมรรถนะการขับขี่ เทคโนโลยีความปลอดภัย 

ฮอนด้า ซิตี้ 1.0 เทอร์โบ

รวมถึงฟังก์ชั่นอำนวยความสะดวกต่างๆทำให้ฮอนด้าซิตี้ สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในแต่ละยุคแต่ละสมัยได้อย่างเข้าใจ สามารถครองใจผู้บริโภคมาอย่างเหนียวแน่น จนสามารถครองตำแหน่งผู้นำ ซัปคอมแพค(Subcompact Segment) ซึ่งเห็นได้ชัดว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ฮอนด้า ซิตี้ เป็นรุ่นรถยนต์ที่ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในระดับรถซิตี้คาร์ให้กับ ฮอนด้าด้วยการสร้างมาตรฐานใหม่ให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องจึงเปรียบเสมือนเป็นสัญลักษณ์ของรถในกลุ่มนี้และเมื่อลูกค้ามองหารถ ซิตี้คาร์ ฮอนด้า ซิตี้ จะเป็นตัวเลือกต้นๆในใจของลูกค้าอยู่เสมอ

ฮอนด้า ซิตี้ 1.0 เทอร์โบ

นอกจากนี้ ฮอนด้า ซิตี้ ยังเป็นโมเดลหลักที่ช่วยขับเคลื่อนธุรกิจให้กับฮอนด้า ทั้งในด้านยอดขาย และการสร้างฐานข้อมูลลูกค้า ด้วยการเป็นรถยนต์ฮอนด้า รุ่นเริ่มต้น สำหรับลูกค้าที่มองหารถยนต์  คันแรกของครอบครัว และเมื่อได้มีโอกาสได้ใช้งาน ฮอนด้า ซิตี้ แล้วลูกค้าต่างมีความประทับใจทั้งในตัวผลิตภัณฑ์และการบริการจากฮอนด้า ดังนั้นเมื่อจะซื้อรถยนต์ถัดไปลูกค้าจึงมักจะมองหารถยนต์ฮอนด้ารุ่นอื่นๆต่อไป จากความสำเร็จและความสำคัญจาก ฮอนด้า ซิตี้ ส่งผลให้การพัฒนา ฮอนด้า ซิตี้  เจเนอเรชันที่5 นี้เป็นโจทย์ที่ยากและถือเป็นความท้าทายครั้งสำคัญ 

ฮอนด้า ซิตี้ 1.0 เทอร์โบ

แต่ด้วยความทุ่มเทของทีมวิศวกรผู้พัฒนา ฮอนด้า ซิตี้ เจเนอเรชันใหม่นี้ ไม่เพียงแต่ได้รับการพัฒนาให้ดีขึ้นกว่าทุกเจเนอเรชันที่ผ่านมาแต่ยังดีขึ้นในทุกมิติทั้งสมรรถนะการขับขี่ ดีไซน์พร้อมทั้งความหรูหราและสปอร์ตอีกทั้งตัวรถยังใหญ่ขึ้น และคำนึงถึงความต้องการของผู้บริโภคในด้านการใช้งานมากขึ้น ด้วยอัตราการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง และเทคโนโลยีอุปกรณ์การใช้งาน และด้วยความสำเร็จของ ฮอนด้า ซิตี้ ทั้ง 4 เจเนอเรชัน ฮอนด้า ซิตี้ เจเนอเรชันที่5 นี้ จึงไม่ใช่แค่เข้ามาสร้างมาตรฐานใหม่แต่จะมาสร้างปรากฎการครั้งใหม่ให้เกิดขึ้นกับวงการซิตี้คาร์ในประเทศไทย เช่นเดียวกับ ฮอนด้า ซิตี้ ตั้งแต่เจเนอเรชันที่1 เคยทำไว้

ฮอนด้า ซิตี้ 1.0 เทอร์โบ

ฮอนด้า ซิตี้ เจเนอเรชัน 1 รุ่นปีผลิต 1981 – 1986

ฮอนด้า ซิตี้ ถูกผลิตขึ้นตอบโจทย์ของชื่อรุ่นคือรถยนต์ของคนเมือง จุดเด่นของฮอนด้า ซิตี้    เจเนอเรชัน 1 เป็นรถยนต์นั่งตัวถังขนาดเล็กแต่สามารถออกแบบให้ภายในห้องโดยสารมีความกว้างขวางได้อย่างไม่น่าเชื่อ? ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อด้วยเพราะ ฮอนด้า ซิตี้ เจเนอเรชัน 1 ที่มีรูปทรงตัวถังแบบ     แฮทช์แบ็ก 3 ประตู แต่เป็น แฮทช์แบ็ก 3 ประตู ทรงการ์ตูน คือรูปทรงตัวเล็กๆป้อมๆแต่หลังคาสูง ด้วยทรงแบบนี้นี่เองจึงทำให้ ฮอนด้า ซิตี้ เจเนอเรชัน 1 แฮทช์แบ็ก 3 ประตู มีความกว้างเกินตัว ก่อนที่รุ่นถัดมาจะมีการเพิ่มรุ่นตัวถังแบบเปิดประทุน คอนเวอร์ทิเบิล 2 ประตู ฮอนด้า ซิตี้ เจเนอเรชัน 1 ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 1.2 ลิตร จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงผ่ายคาร์บูเรเตอร์ มีทั้งเกียร์ ธรรมดา 4 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 3  สปีดให้เลือก (รุ่นนี้ไม่มีจำหน่ายในประเทศไทย)

ฮอนด้า ซิตี้ 1.0 เทอร์โบ

ฮอนด้า ซิตี้ เจเนอเรชัน 2 รุ่นปีผลิต 1986 – 1993

ฮอนด้า ซิตี้ เจเนอเรชัน 2 เป็นการพัฒนาต่อเนื่องจาก เจเนอเรชัน 1 โดยรูปทรงตัวถังยังคงเป็นแบบ แฮทช์แบ็ก 3 ประตู เครื่องยนต์ยังคงเป็นเครื่องยนต์เบนซิน 1.2 จ่ายน้ำมันด้วยคาร์บูเรเตอร์ ก่อนจะพัฒนาเครื่องยนต์เป็น 1.3 ลิตร พร้อมทั้งเปลี่ยนระบบการจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นหัวฉีด

ฮอนด้า ซิตี้ เจนฯ 1

ฮอนด้า ซิตี้ เจเนอเรชัน 3 รุ่นปีผลิต 1996 – 2002 (นับเป็น ฮอนด้า ซิตี้ เจเนอเรชัน 1 สำหรับในประเทศไทย) 

ปี 1996 ฮอนด้า ซิตี้ เจเนอเรชัน 1 เปิดตัวในประเทศไทยเป็นครั้งแรก สร้างปรากฎการณ์ครั้งสำคัญต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ไทยด้วยราคาที่เป็นเจ้าของได้ง่ายเกิดการขยายฐานผู้บริโภคที่สามารถซื้อรถยนต์ให้กว้างออกไป นับเป็นการสร้างตลาดรถยนต์ “ซัปคอมแพค”ขึ้นในไทยเป็นครั้งแรก

ฮอนด้า ซิตี้ เจนฯ 2

ฮอนด้า ซิตี้ เจเนอเรชัน 4 รุ่นปีผลิต 2002 – 2008 (นับเป็น ฮอนด้า ซิตี้ เจเนอเรชัน 2 สำหรับในประเทศไทย)

ปี 2002 มีการขยายแพลตฟอร์มให้กว้างยิ่งขึ้นสะดวกสบายตอบโจทย์การใช้งานของผู้คนที่หลากหลายทำให้ภาพลักษณ์ของ ซิตี้ คาร์ ในสายตาผู้บริโภคเปลี่ยนไปรวมถึงการนำระบบเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT 7 สปีดมาใช้เป็นครั้งแรก นอกจากนี้ยังสร้างความเชื่อมั่นด้วยโกลโบล ฮอนด้า ควอลิตี้ สแตนดาร์ด (Global Honda Quality Standard) โดยการส่งออกไปจำหน่ายในหลายประเทศรวมทั้งประเทศญี่ปุ่น

ฮอนด้า ซิตี้ 1.0 เทอร์โบ เจนฯ 3

ฮอนด้า ซิตี้ เจเนอเรชัน 5 รุ่นปีผลิต 2008 – 2014 (นับเป็น ฮอนด้า ซิตี้ เจเนอเรชัน 3 สำหรับในประเทศไทย)

ในเจเนอเรชันที่ 3 ด้วยการออกแบบดีไซน์ที่โดดเด่นและเครื่องยนต์ที่มีสมรรถนะดีเยี่ยมทำให้ฮอนด้าซิตี้ในเจเนอเรชั่นนี้ได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคชาวไทยและต่างประเทศทั่วโลกถือเป็นอีกหนึ่งรุ่นที่ประสบความสำเร็จที่สุดด้วยการสร้างยอดขายมากกว่า1ล้าน 5แสนคัน ในกว่า40ประเทศทั่วโลกฮอนด้า ซิตี้ เจเนอเรชันนี้ เปิดตัวในประเทศไทยเมื่อวันที่ 10 กันยายน พ.ศ.2008 โดยจะมี 3 รุ่น 3 หลัก 5 รุ่นย่อยให้เลือก

ฮอนด้า ซิตี้ เจนฯ 3

-S MT 524,000 บาท

-S AT 564,000 บาท

-V AT ABS 619,000 บาท

-V AT (AS) 644,000 บาท

-SV AT (AS) 694,000 บาท

ก่อนจะไมเนอร์เชนจ์ ในปี2011 พร้อมปรับราคาขึ้น ทั้งยังเพิ่มรุ่นเครื่องยนต์ที่สารมารถรองรับแก๊ส CNG เพิ่มอีก2รุ่น ในปี 2012

-S MT 559,000 บาท

-S AT 599,000 บาท

-V AT 646,000 บาท

-SV AT 704,000 บาท

ฮอนด้า ซิตี้ CNG

-S CNG AT 659,000 บาท

-V CNG AT 706,000 บาท

ฮอนด้า ซิตี้ เจนฯ 4

ฮอนด้า ซิตี้ เจเนอเรชัน 6 รุ่นปีผลิต 2014 – 2018 (นับเป็น ฮอนด้า ซิตี้ เจเนอเรชัน 4 สำหรับในประเทศไทย)

และในปี 2014 ฮอนด้า ซิตี้ เจเนอเรชัน 4 ได้รับการพัฒนาขึ้นไป  อีกขั้นจนเป็นรถที่ได้รับความนิยมอย่างมากตอกย้ำความสำเร็จด้วยการเป็นรถ“ซัปคอมแพค”ยอดขายอันดับ1ในไทย ฮอนด้า ซิตี้   เจเนอเรชันนี้เปิดตัว (รอบสื่อมวลชน) เมื่อวันที่ 23 มกราคม พ.ศ.2014 มี 5 รุ่นหลักให้เลือกโดยทุกรุ่นรองรับน้ำมันเชื้อเพลง E85 ในทุกรุ่นย่อย พร้อมกับระบบ Econ Assist ที่ช่วยให้การขับขี่ประหยัดน้ำมันมากขึ้น 

ฮอนด้า ซิตี้ เจนฯ 4

พร้อมทั้งยังมีโครงสร้างนิรภัย G-CON ระบบควบคุมการทรงตัว VSA ระบบช่วยออกตัวในทางชัน HSA (ยกเว้นรุ่นเกียร์ธรรมดา) และไฟเตือนการเบรกกระทันหัน ESS เป็นอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยมาตรฐานในทุกรุ่นย่อยและตั้งแต่รุ่นV+ขึ้นไปจะมีเสาครีบฉลาม (Shark Fin) และหน้าจอระบบสัมผัส สำหรับเกียร์อัตโนมัติทุกรุ่นจะได้ระบบเกียร์อัตโนมัติ CVT 7 สปีด แบ่งสีที่จำหน่ายเป็นดังนี้

ฮอนด้า ซิตี้ เจนฯ 4

1.สีน้ำเงิน (เฉพาะรุ่น SV/SV+) 2.สีแดง 3.สีน้ำตาล 4.สีดำ 5.สีขาว 6.สีเงิน 7.สีเทา

ราคาที่จำหน่ายและออฟชั่นของแต่ละรุ่นดังนี้

-รุ่น S MT ราคา 550,000 บาท เกียร์ธรรมดา 6 สปีด

-รุ่น S AT ราคา 589,000 บาท ระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์ไร้สาย Bluetooth กระจกแต่งหน้าด้านคนขับ ราวมือจับ 1 ตำแหน่ง ล้อกระทะขนาด 15 นิ้วลายใหม่

-รุ่น V ราคา 649,000 บาท กระจกแต่งหน้าด้านคนขับและผู้โดยสาร มือจับประตูสีเดียวกับตัวรถ    จอแสดงข้อมูลการขับขี่ MID ราวมือจับ 3 ตำแหน่ง ล้ออัลลอยขนาด 15 นิ้วลายใหม่

-รุ่น V+ ราคา 689,000 บาท ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ หน้าจอสัมผัส เสาครีบฉลาม กล้องส่องภาพด้านหลัง

-รุ่น SV ราคา 736,000 บาท ไฟอ่านแผนที่ด้านหน้า และคันเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย (Paddle Shift)   ล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้วลายใหม่

-รุ่น SV+ ราคา 751,000 บาท ถุงลมพร้อมม่านถุงลมด้านข้าง

ฮอนด้า ซิตี้ 1.0 เทอร์โบ

*ความสำเร็จไม่ใช่เป้าหมาย แต่คือความท้าทายครั้งต่อไป

ฮอนด้า ซิตี้ ทุกเจเนอเรชันในประเทศไทยนั้นมียอดขายโชติช่วงเป็นอันดับหนึ่งในตลาดรถยนต์ซัปคอมแพคมาโดยตลอด จะมาแผ่วลงไปในช่วงปลายของ ฮอนด้า ซิตี้ เจเนอเรชัน 4( ช่วงปี 2017)  ซึ่งเป็นผลจากการมาของมาสด้า2 รุ่นปี 2017 (เริ่มฉายแววและสู้กับฮอนด้าซิตี้อย่างดุเดือดตั้งแต่รุ่นปี2015)  ก่อน ฮอนด้า ซิตี้ จะเสียแชมป์อันดับหนึ่งในตลาดรถยนต์ซัปคอมแพคให้มาสด้า2 ในปี 2018-2019 

ฮอนด้า ซิตี้ 1.0 เทอร์โบ

ความท้าทายครั้งนี้ของฮอนด้าซิตี้ คือการทวงแชมป์คืนให้ได้ในเร็ววัน ซึ่งมีแววเป็นไปได้ว่า ฮอนด้า ซิตี้ จะสำเร็จเพราะหลังเปิดตัว ฮอนด้า ซิตี้ เจเนอเรชัน ที่ 5 เจเนอเรชัน ที่มีเทอร์โบ ไปเมื่อ 25 พฤศจิกายน 2562 ที่ผ่านมา ก่อนพร้อมจำหน่ายในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 36 ตั้งแต่ วันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2562 พร้อมๆกันที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ นอกจากความสดใหม่ในตัวเองแล้ว 

ฮอนด้า ซิตี้ 1.0 เทอร์โบ

ฮอนด้า ซิตี้ยังจัดแคมเปญสำหรับลูกค้าที่จองตั้งแต่วันที่ 25 พฤศจิกายน 2562 – 31 ธันวาคม 2562 และรับรถภายในวันที่ 31 มกราคม 2563 รับฟรีนาฬิกา Fitbit Smart Tracker รุ่น Charge 3 สี Graphite/Black มูลค่า 6,490 บาท เป็นของกำนัล ซึ่งได้ผลนับจากวันนั้นถึงวันนี้ ( วันที่เขียนริวิว 28 มกราคม 2020) ฮอนด้า ซิตี้ เจเนอเรชัน ที่ 5 มียอดขายไปแล้วกว่า 8 พันคัน รุ่น SV เป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมสูงสุดคิดเป็น45% รองลงมาเป็นรุ่นท๊อป RS 35% ที่เหลือ 20% เป็นรุ่น V และ S

ฮอนด้า ซิตี้ 1.0 เทอร์โบ

และนี่คือเหตุผลการมาของ ฮอนด้า ซิตี้ เจเนอเรชัน ที่5 เจเนอเรชันที่ใช้เครื่องยนต์ดาว์นไซส์ซิ่งอิงเทอร์โบ เครื่องยนต์ 1.0 ลิตร DOHC VTEC TURBO 3 สูบ 12 วาล์ว พ่วง Turbo Charger อัดอากาศเข้าสู่ห้องเผาไหม้ของเครื่องยนต์ได้เร็วขึ้นในฝั่งไอดี ผสมน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยวิธีฉีดตรงเข้าห้องเผาไหม้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเผาไหม้ได้เร็วจุดระเบิดได้แรง 

ฮอนด้า ซิตี้ 1.0 เทอร์โบ

ผ่านกลไกแคมชาฟท์ Dual VTC ปรับ ลด-เพิ่ม ลดองศาระยะยกเปิดปิดวาล์วทั้งไอดี-ไอเสียแปรผัน VTEC ให้สัมพันธ์กับความต้องการของเครื่องยนต์ที่ส่งสัญญานมาจากองศาการเดินคันเร่ง ให้กำลังสูงสุด 122 แรงม้า ที่ 5,500 รอบต่อนาที แรงบิดเร้าใจ 173 นิวตัน-เมตร ที่ 2,000 – 4,500 รอบต่อนาที เพื่อลงไปเล่นในตลาด อีโคคาร์เฟส2 ที่มีเงื่อนไขรายละเอียดว่าต้องมีอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันไม่น้อยกว่า 23.25 กิโลเมตร/ลิตร ปล่อยปล่อย CO2 ไม่เกิน 100 กิโลกรัม/เมตร

Honda City 1.0 Turbo

ลดอุณหภูมิความร้อนอากาศที่มาจากการ “บูสท์” ของเทอร์โบ ให้เย็นลงด้วยระบบระบายความร้อนอินเตอร์คูลเลอร์แบบน้ำอีกทั้งยังที เวสเกตไฟฟ้า (แม่นยำกว่า”เวสเกต”แบบแวคคั่ม) ติดตั้งมาให้เพื่อป้องกัน”บูสท์ไหล”ที่เกิดจากแรงดันอากาศฝั่งไอเสียมากเกินกำหนด “เวสเกต” จะทำหน้าที่ บายพลาสแรงดันไอเสียส่วนเกินนั้นออก ถามว่าทำไมต้องบายพาสแรงดันไอเสียส่วนเกินออกเหตุเพราะแรงดันฝังไอเสียมีผลโดยตรงกับแรงดันฝั่งไอดีเนื่องจากอยู่บนแกนหมุนเดียวกัน 

Honda City 1.0 Turbo

หากแรงดันฝั่งไอเสียมีมากแรงดันอากาศฝั่งไอดีที่ส่งเข้าห้องเผาไหม้ก็จะมีปริมาณที่เท่ากันทีนี้หากไม่มีการปรับตั้งให้อากาศฝั่งไอเสียมีปริมาณพอเหมาะมันจะส่งผลโดยตรงกับแรงดันอากาศฝั่งไอดี เพราะถ้าแรงดันมากเกินไปจะทำให้เครื่องยนต์เกิดการจุดระเบิดเผาไหม้ผิดปกติส่งผลให้เครื่องยนต์เสียหายได้รวมถึงมีระบบหล่อลื้นแกนเทอร์โบจึงไม่จำเป็นต้องใช้เทอร์โบไทม์เมอร์ตั้งเวลารอให้แกนเทอร์โบเย็นลงก่อนค่อยดับเครื่อง!!!

Honda City 1.0 Turbo

นอกจากเครื่องยนต์ 1.0 ลิตร DOHC VTEC TURBO 3 สูบ 12 วาล์ว พ่วง Turbo Charger ที่เป็นจุดขายหลักของ ในฮอนด้า ซิตี้ เจเนอเรชัน ที่ 5 แล้วเรื่องของระบบความปลอดภัยมีมาให้ไม่ได้พร่องลงไปจากเมื่อครั้งยังเป็น ฮอนด้า ซิตี้ เจเนอเรชัน ที่ 4 ซึ่งแน่นอนว่าเข้าข่ายได้ป้าย“อีโค คาร์ เฟส2” สบาย ไม่ว่าจะเป็น

Honda City 1.0 Turbo

-โครงสร้างนิรภัย G-Force Control หรือ G-CON

-ถุงลมนิรภัย 4 ตำแหน่ง( เพิ่มม่านถุงลมด้านข้างเป็น 6 ตำแหน่งในรุ่น RS)

-กล้องมองภาพด้านหลังปรับมุมมอง 3 ระดับ เลือกดูมุมกล้องได้ทั้ง 130 องศา และ 180 องศา และมุมมองด้านบนจะแสดงเมื่อเกียร์ถูกเปลี่ยนมาที่ตำแหน่งเกียร์ถอยหลัง (เฉพาะรุ่น SVและRS)

-ระบบเบรก ABS

-ระบบช่วยควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้งป้องกันการลื้นไถล Vehicle Stability Assist หรือ VSA 

-ระบบช่วยการออกตัวเมื่ออยู่บนทางลาดชัน Hill Start Assist หรือ HSA

-สัญญานไฟฉุกเฉินอัตโนมัติเมื่อเบรกกระทันหัน Emergency Stop Signal หรือ ESS

Honda CONNECT

รวมถึงฟังก์ชั่นและเทคโนโลยีเชื่อมต่อ Honda CONNECT ที่ช่วยให้ทุกไลฟ์สไตล์ใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น (เฉพาะ รุ่น RS)

-MY SERVICE แจ้งเตือนและตรวจสอบประวัติรวมถึงประเมินค่าใช้จ่ายในการเข้าเซอร์วิสได้เบื่อต้น

-DRIVE BEHAVIOR ระบบบันทึกข้อมูลพฤติกรรมการขับขี่ สามารถแสดงผลราย วัน-เดือน- หรือรายปีได้ 

-WIFI เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตไร้สายจากรถยนต์ใช้งานพร้อมกันได้5อุปกรณ์ (ฟรี 1 ปีแรก ปีถัดไปประมาณ 1,600 บาทต่อเดือน )

-AIRBAG DEPLOYMENT เมื่อเกิดอุบัติเหตุแล้วถุงลมทำงาน Honda CONNECT จะส่งสัญญานผู้ใช้งานผ่านแอพฯ ทันทีพร้อมส่งข้อความสั่นไปยังเบอร์ติดต่อฉุกเฉิน รวมถึงการส่งข้อมูลไปยังศูนย์บริการข้อมูลลูกค้าเพื่อให้ความช่วยเหลือเบื้องต้น

Honda City 1.0 Turbo

-SECURITY ALARM แจ้งความผิดปกติกับรถยนต์

-REMOTE VEHICLE CONTROL สามารถสั่งสตาร์ทหรือดับเครื่องยนต์ เปิดแอร์ตั้งอุณหภูมิ หรือแม้ กระทั้งสั่งล็อกและปลดล็อกประตูทั้ง 4 บาน รวมถึงฝากระโปรงหน้าและท้าย หรือแม้กระทั้งสั่งเปิด-ปิดไฟหน้าไฟท้ายได้ การสั่งการเหล่านี้ผู้ใช้ต้องใส่รหัส 4 หลัก (PIN) ที่ตั้งไว้ทุกครั้งก่อนใช้งาน

-GEO FENCE& SPEED ALERT กำหนดขอบเขตการขับขี่รถยนต์เข้าและออกตามพื้นที่ที่กำหนด

-FIND MY CAR สามารถตรวจสอบพิกัดตำแหน่งรถได้ผ่านแอปพลิเคชั่น 

Honda City 1.0 Turbo

ภายนอกเด่นใหญมาตรฐานซัปคอมแพค

ดีไซน์ภายนอกฮอนด้า ซิตี้ เจเนอเรชันที่ 5 เน้นความเรียบง่ายแต่ดูงามสง่า จากความคมของเส้นสายด้านข้างไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์พร้อมLED สำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบไฟท้ายแบบ LED กระจังหน้าแบบโครเมียม เสาอากาศแบบครีบฉลาม และล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ขนาด 15 นิ้ว  

Honda City 1.0 Turbo

สำหรับรุ่น RS ขนาด16 นิ้ว ทั้งยังเปลี่ยนมุมมองรถพิกัดซัปคอมแพคให้ดูสปอร์ตมากกว่าเคย ด้วยชุดแต่งรอบคัน กระจังหน้า Gloss Black ฝั่งตรงกลางกันชนหน้า ไฟหน้าดีไซน์ใหม่คล้ายการเรียงตัวของเปลือกหอย 

Honda City 1.0 Turbo

พร้อมไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED ไฟตัดหมอกแบบ LED กระจกมองข้างสีดำพร้อมไฟเลี้ยวในตัว สปอยเลอร์หลังแบบ Gloss Black พร้อมสัญลักษณ์ RS 
*ล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตขนาด 15 นิ้ว สำหรับรุ่น SV

Honda City 1.0 Turbo

ห้องโดยสารไม่เล็กครับ

ภายในห้องโดยสาร มาตรฐานฮอนด้าที่ออกไปทางเรียบหรูไม่หวือหว่าคอนโซลหน้า Piano Black แนวขนานทรงเหลี่ยมลบมุม ฝังช่องแอร์ขนาดใหญ่ 4 ช่อง ระหว่างช่องแอร์คู่ในเป็นตำแหน่งเครื่องเสียง 2 DIN มีจอแสดงผลขนาด 8 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับ Apple CarPlay และมี “SIRI” อัพเกรดให้สปอร์ตยิ่งขึ้นด้วยเบาะหนังกลับสลับทูโทนเดินตะเข็บเย็บด้วยด้ายสีแดงพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ ที่มาตรวัดเรืองแสง สีแดง 

Honda City 1.0 Turbo

ดึงดูดทุกสายตาด้วยสีภายนอกใหม่ สีแดงอิกไนต์ (Ignite Red) เฉพาะรุ่น RS หรูหรายิ่งขึ้นเบาะหนังและภายในสีทูโทน ไอเวอรี่/ดำ (เฉพาะรุ่น SV) ระบบสตาร์เครื่องยนต์เป็นพุชสตาร์ท ล็อก เปิดล็อกประตูผ่านกุญแจรีโมท ฝังจุดเชื่อมต่อ

Honda City 1.0 Turbo

USB2 ชุดที่ด้านล้างชุดควบคุมระบบปรับอากาศ (เฉพาะรุ่น SV-RS) ข้างกันเป็นชุดจ่ายไปสำรอง และมีหลังคอนโซลกลางอีก2ชุด ( เฉพาะรุ่นRS ) พวงมาลัย มัลติฟังก์ชันฝังชุดควบคุมระบบเครื่องเสียง รับ-วางสายโทรศัพท์ ระบบปรับอากาศ

Honda City 1.0 Turbo

ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ มีให้เลือกทั้งหมด 4 รุ่น ได้แก่

-รุ่น S ราคา 579,500 บาท

-รุ่น V ราคา 609,000 บาท

-รุ่น SV ราคา 665,000 บาท

-รุ่น RS ราคา 739,000 บาท

Honda City 1.0 Turbo

ก็ไม่รู้จะแรงแค่ไหนถ้ายังไม่ได้ทดลองขับ 

จากการคำนวนด้วยการจับยามสามตาผ่านอากู๋ กูเกิ้ล ทำให้ได้ทราบว่าเครื่องยนต์ดาว์นไซส์ซิ่งอิงเทอร์โบ เบนซิน 1.0 ลิตร DOHC VTEC TURBO 3 สูบ 12 วาล์ว พ่วง เทอร์โบชาร์จ ลูกนี้ที่ฝั่งยุโรปเค้ามีปรับจับไปวางใต้ฝากระโปรงรุ่นพี่ ซีเซ็กเม้นต์อย่างฮอนด้า ซีวิค โดยทางโน้นไม่ได้มี โครงการ อีโค คาร์ ให้จูงใจได้ลดภาษี แต่ความรับผิดชอบต่อสภาพแวดล้อมนั้นมันอยู่ในใจคนใช้รถแบบเข้าเส้นเน้นยอมรับสนับสนุนรถยนต์ที่พัฒนาเทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อมยอมให้ผู้บริโภคเป็นใหญ่ 

Honda City 1.0 Turbo

กลับมาที่บ้านเรา ฮอนด้า ซิตี้ โฉมใหม่ ในเจเนอเรชัน ที่5 หลังจากเปิดตัวพร้อมจำหน่ายกวาดตัวเลขไปกว่า 8พันคัน ในระยะเวลา 2 เดือน ส่งสัญญานเตือนให้มาสด้า2 ที่ครองแชมป์ยอดขายอยู่นั้นต้องทำอะไรสักอย่าง ไม่เช่นนั้นคาดว่า ฮอนด้า ซิตี้ โฉมใหม่ น่าจะกลับมานั่งตำแหน่งแชมป์ได้ในปลายปี ส่วนคู่แข่ง อีโค คาร์ ในคราบ บีคาร์ นิสสัน อัลเมร่า ที่เปิดตัวแบบจุดพลุเสียงดังไปก่อน กลับไม่มีการ กระตุ้นอะไรเพิ่มเติม ผิดกับ ฮอนด้า ซิตี้ ที่โหมกระหน่ำทำตลาดอัดสปอร์ตโฆษณาอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดเชิญเรา incarsmagazine.com เข้าร่วมกิจกรรมทดลองขับทดสอบสมรรถนะ ฮอนด้า ซิตี้ โฉมใหม่ ในเจเนอเรชัน ที่ 5 กันที่จังหวัดเชียงราย 

Honda City 1.0 Turbo

ใกล้ 200 กม./ชม. ด้วย 122 แรงม้า 1.0 ลิตรพลังกังหันปั่นไอเสีย

Honda City 1.0 Turbo

การทดลองขับทดสอบสมรรถนะ ฮอนด้า ซิตี้ เจเนอเรชัน ที่ 5 ใช้ทางหลวงเส้นใหม่เพิ่งเปิดใช้งานได้ไม่นานเป็นเส้นทางจากตัวเมืองจังหวัดเชียงรายไปอำเภอเชียงของ ระยะทางไป-กลับ ประมาณ 200 กิโลเมตรสภาพเส้นทางเป็นถนน 4 เลนพึ่งสร้างเสร็จ สภาพพื้นผิวถนนเหมาะมากกับการใช้ทดลองขับจับอัตราเร่งเบ่งพลัง ตลอดจนการวัดอัตราการบริโภคน้ำมันเชื่อเพลิง รวมถึงบางช่วงบางตอนของเส้นทางเป็นเส้นทางไต่ ขึ้น-ลง เขาให้ได้ลองแรงบิดพิชิตเนินชันกันได้บ้าง

Honda City 1.0 Turbo

อากับกริยาของฮอนด้า ซิตี้ เจเนอเรชัน ที่5 เครื่องยนต์เบนซิน 3 สูบ 1.0 ลิตร 122 แรงม้า  แรงบิด 173 นิวตัน-เมตร นั้น ในส่วนของแรงม้า ที่จะมาครบในรอบเครื่องยนต์ที่ค่อนข้างสูงที่ 5,500 รอบ/นาทีดูตัวเลขแล้วอาจจะมองว่ามาช้ากว่าจะมาครบ แต่เอาเข้าจริงๆ ไม่เป็นเช่นนั้นเพราะเมื่อแรงม้ามาพร้อมกับแรงบิด173 นิวตัน-เมตร ที่มีให้ใช้ตั้งแต่ 2,000-4,500 รอบ/นาที 

Honda City 1.0 Turbo

นั้นมันลงตัวอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. แบบคราวๆได้ตัวเลขอยู่ประมาณ10 กว่าวินาทีนิดๆตัวเลขอัตราเร่งอาจดูไม่หวือหวาแต่ความเร็วปลายสูงสุดมีพวกเรา (สื่อมวลชน) บางท่านทำได้ทะลุ 200กม./ชม. (ทำไปได้???) ซึ่งผมทำไม่ได้ครับผมกลัว!!! การทำความเร็วขนาดนั้นในช่วงที่ลองขับผมสังเกตุมีบางช่วงเป็นทางตรงยาวๆอีก ทั้งมีช่วงลงสะพานหากเร่งส่งลงเท้ามิดเครื่องยนต์ส่งพลังผ่านเกียร์CVT ไปได้แน่นอนซึ่งอันนี้คือข้อดีของเกียร์ CVT 

Honda City 1.0 Turbo

สำหรับส่ิงที่น่าสนใจและเรียกคะแนนจากผมได้เต็ม10 คือการตอบสนองของเครื่องยนต์ในส่วนของแรงบิดในย่าน 2,000-4,500รอบ/นาที ตามสเป็คนับเป็นช่วงเรียกใช้งานได้ตั้งแต่ออกตัวจากจุดหยุดนิ่งไปจนวิ่งด้วยความเร็วเดินทาง 120-140กม./ชม. ในบางจังหวะเมื่อความเร็วเดินทางคงที่ที่140กม./ชม. แบบแช่นิ่งๆบนหน้าปัดจะโชว์สัญลักษณ์ใบไม้สีเขียวนั่นแปลว่าขณะนั้นเครื่องยนต์ใช้น้ำมันได้คุ้มค่าเข่าข่ายได้อัตราการสิ้นเปลืองที่ดี 

Honda City 1.0 Turbo

ทั้งยังสามารถเติมคันเร่งเพิ่มความเร็วได้เรียบเนียนต่อเนื่องไร้อาการรอรอบที่เป็นจุดอ่อนของเครื่องยนต์ที่ใช้เทอร์โบ (ตรงนี้อาจเป็นข้อดีของความแม่นยำในการตรวจจับจัดการแรงดันฝั่งไอเสียของเวสเตไฟฟ้าตัวนั้นก็เป็นได้) อาจไม่ถึงกับหลังติดเบาะอย่างรุ่นพี่ซีวิคแต่ก็ติดท้าวเอาเรื่อง 

Honda City 1.0 Turbo

อีกอย่างที่ต้องชมคือการเก็บเสียงภายในห้องโดยสารทำได้ดีกว่า ซิตี้รุ่นก่อนมาก (รุ่นนี้มีการฉีดโฟมเก็บเสียงบริเวณพื้นเสารอยต่อของโครงสร้างตัวถัง รวมถึงเพิ่มวัสดุซับเสียงบริวณแผงกันกระแทกด้านล่างของเครื่องยนต์) ย่อหน้านี้การันตีได้ว่าบนย่านความเร็วเดินทางไปได้ดี ดังนั้นหากขับขี่ ฮอนด้า ซิตี้คันนี้ในเมืองรับรองได้ว่าสนุกแน่

Honda City 1.0 Turbo

ส่วนที่ทำคะแนนได้ไม่ดีสำหรับผมของฮอนด้า ซิตี้ คันนี้ คือการทำงานสั่งการผสานกันระหว่างคันเร่งกับเครื่องยนต์และเกียร์ในช่วงที่ต้องกดคันเร่งเร็วเพื่อเรียกแรงบิดเพิ่มรอบเครื่องยนต์ (รอบเครื่องยนต์มาแต่เกียร์ไม่ยืดให้) เพื่อผ่านเนินชันแล้วยังต้องเลี้ยวโค้งปลายเนินเกียร์จะไม่ลดตำแหน่งให้ในทันที่ (CVTไม่มีตำแหน่งเกียร์) แต่จะเป็นการยืดขยายและหดทั้งนี้เพื่อความนิ่มนวลและเป็นการป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับชุดเกียร์ 

Honda City 1.0 Turbo

ที่อธิบายร่ายให้ฟังไม่ถึงกับเรียกว่าเป็นข้อเสียหรอกครับแต่เป็นข้อจำกัดขอบระบบเกียร์ เกี่ยวกับเรื่องนี้วิศวกรของ ฮอนด้า มีข้อแนะนำและทำมาเพื่อแก้ไขจุดนี้คือ หากอยู่ในสถานการณ์และสภาพเส้นทางแบบนี้ให้ใช้โหมดสปอร์ต

Honda City 1.0 Turbo

วิธีใช้งานโหมดสปอร์คือ กดปุ่มแล้วดึงคันเกียร์ลงมาที่ตำแหน่ง “S” (เมื่อดึงคันเกียร์ลงมาจากเครื่องยนต์อยู่ที่ 1,800-2,000 รอบ/นาที จะดีดขึ้นไป 3,000 รอบ/นาที เลยทีเดียว) จากนั้นใช้แป้นแพดเดิ้นชิฟบนพวงมาลัย +

Honda City 1.0 Turbo

หรือ – สั่งเกียร์ให้สอดคล้องกับสภาพเส้นทางวิธีนี้สามารถกระตุ้นให้ชุดเกียร์ CVT กระฉับกระเฉงขึ้นแบบหนังคนละม้วน เมื่อผมลองใช้จนชินผมก็เริ่มสนุกกับมัน 

Honda City 1.0 Turbo

สรุป

จากการที่ฮอนด้า ซิตี้ เจเนอเรชันที่ 5 เปิดตัวในฐานะ อีโคคาร์ บนโครงสร้าง บีคาร์ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการนำเครื่องยนต์เบนซิน 3 สูบ 1.0 ลิตร 122 แรงม้า  แรงบิด 173 นิวตัน-เมตร ทำให้ ฮอนด้า ซิตี้เป็นรถยนต์ อีโค คาร์ ที่แรงและแพงที่สุดในประเทศไทย (ไม่นับรวมมาสด้า2 เครื่องยนต์ดีเซล 1.5   เทอร์โบ) ทำให้เมื่อเทียบกันทุกองศาของมิติตัวถัง ทั้งพลังเครื่องยนต์ อีกทั้งชื่อชั่น ฮอนด้า ซิตี้ การันตีได้ดีแล้วไม่มีเหตุผลข้อไหนที่จะไม่ให้ เครดิต ฮอนด้า ซิตี้เวอร์ชั่นนี้ ที่จะกลับมาทวงคืนตำแหน่งเจ้าตลาดจากมาสด้า2 

Honda City 1.0 Turbo

ซึ่งเมื่อเทียบกับมาสด้า2 (รุ่นเครื่องยนต์เบนซิน1.3 ลิตร) แล้ว ฮฮนด้า ซิตี้ เครื่องยนต์เบนซิน 3 สูบ 1.0 ลิตร 122 แรงม้า แรงบิด 173 นิวตัน-เมตร ขับสนุกกว่าในเรื่องของอัตราเร่งของเครื่องยนต์ที่ต่อเนื่อง

Honda City 1.0 Turbo

ส่วนเรื่องรูปร่างหน้าตาและการออกแบบภายในความสดใหม่ต้องให้ ฮอนด้า ซิตี้ ซึ่งของแบบนี้แล้วแต่ความชอบของแต่ละบุคคล และขอยกเรื่องการเซ็ตช่วงล่าง ฮอนด้า ซิตี้ มาพูดตรงนี้ว่าทีมผู้สร้างเซ็ตช่วงล่างมารองรับเครื่องยนต์ 122 แรงม้าได้ลงตัวผิดจากรุ่นก่อนมาก

Honda City 1.0 Turbo

รวมถึงพวงมาลัยไฟฟ้า EPS ตึงมือกำลังดีมีอารมณ์สปอร์ต วงเลี้ยวอาจไม่ถึงกับ  คมกริบแต่ก็พิชิตโค้งหลอกตาได้ไม่อันตราย สุดท้ายนี้ขอตอบปัญหายอดฮิตก่อนจากากันไป ฮอนด้า ซิตี้ เจเนอเรชันที่ 5 ซื้อรุ่นไหนคุ้มค่าสุด ความคุ้มค่าของแต่ละคนไปเท่ากันครับ แต่ถ้าเอาความคุ้มค่าของคนส่วนใหญ่ เขาเทใจให้ รุ่น รองท๊อป SV 45% ครับ รุ่นนี้มียอดขายมากกว่าเพื่อน รองลงมาก็เป็นตัวท๊อป RS  35% ที่เหลือ 2 รุ่น V กับ S แบ่งกันใน 20% ที่เหลือ 

Honda City 1.0 Turbo

ส่วนที่ผมยังไม่ได้พูดถึงคือคู่แข่งพิกัดเทคโนโลยีเครื่องยนต์ใกล้เคียงกันอย่าง นิสสัน อัลเมร่า ก็เพราะผมยังไม่ได้ทดลองขับเอาไว้ได้ทดลองขับแล้วจะมาเหลาให้ฟังครับ 

Honda City Turbo Test Drive Photo GALLERY

Taymee Limtrakool
Taymee Limtrakool
ผมคนทำหนังสือรถยนต์ รู้จักแค่น้ำหมึกที่ใช้เขียนหนังสือ น้ำมันที่ใช้เติมรถ แผ่นอลูมิเนียมที่ใช้ทำเพลท(แม่พิมพ์นิตยสาร)กระดาษ และโรงพิมพ์ รวมถึงบริษัทจัดจำหน่ายที่ทำหน้าที่ขายนิตยสาร จนวันหนึ่งถูกเทคโนโลยี Disruption ให้ต้องใช้กล้องที่ไม่มีฟิล์ม ผลิตภาพถ่ายได้ด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ วาง Lay-out ส่งเข้าแอพพลิเคชั่น ไม่มีกลิ่นน้ำหมึก ไม่มีกลิ่นกระดาษ ช่วงเวลานั้นเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากสำหรับคนทำหนังสือรถยนต์ยุค”น้ำหมึกปนน้ำมัน”การเดินทางของ INCARS MAGAZINE โดยบริษัท ไนนอิน จำกัดก่อตั้งในปี 2549 มาถึง incars e-magazine “นิตยสารรถยนต์ไทยไม่ใช้กระดาษ” สามารถอ่านและดาว์นโหลดฟรีผ่านwww.incarsmagazine.com รวมถึงเรื่องราวข่าวสารที่เล่าให้ฟังผ่าน INCARS CHANNEL ทางช่อง Youtube จากวันนั้นถึงวันนี้ผมผ่านการสร้างงานในวงการนี้มากว่า 20 ปีแล้วครับ
Get the week’s best articles right in your inbox
Subscribe
Join 15K subscribers
close-image